Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

อาการปวดเรื้อรัง (Chronic Pain)

อาการปวดเรื้อรัง แตกต่างจากอาการปวดธรรมดาอย่างไร เกิดจากอะไร และมีวิธีการรักษาแบบใดบ้าง?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 848,748 คน

อาการปวดเรื้อรัง (Chronic Pain)

อาการปวดเรื้อรังเป็นอาการปวดที่แตกต่างจากอาการปวดทั่วไป เพราะร่างกายจะส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมองอย่างต่อเนื่อง และสามารถปวดได้ทุกตำแหน่งของร่างกาย ซึ่งจะมีอาการนานหลายสัปดาห์จนถึงหลายปี แม้ว่าการบาดเจ็บนั้นจะหายเป็นปกตินานแล้ว

อาการปวดเรื้อรังจะจำกัดการเคลื่อนไหวของร่างกาย ความยืดหยุ่นของร่างกาย ความแข็งแรง และความทนทานของร่างกายจะลดลงด้วย ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวัน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ

ชนิดของอาการปวดเรื้อรังที่พบบ่อย ได้แก่

  • ปวดศีรษะ
  • อาการปวดหลังผ่าตัด (Postsurgical Pain)
  • อาการปวดหลังได้รับบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ (Post-Trauma Pain)
  • อาการปวดหลังส่วนล่าง (Lower Back Pain)
  • อาการปวดจากโรคมะเร็ง (Cancer Pain)
  • อาการปวดข้ออักเสบ (Arthritis Pain)
  • อาการปวดเส้นประสาท (Neurogenic Pain) : อาการปวดที่เกิดจากเส้นประสาทได้รับความเสียหาย
  • อาการปวดที่เกิดจากจิตใจ (Psychogenic Pain) : อาการปวดที่ไม่ได้เกิดจากโรค การบาดเจ็บ หรือเส้นประสาทได้รับความเสียหาย

สาเหตุของอาการปวดเรื้อรัง

ส่วนมากแล้ว อาการปวดเรื้อรังมักเกิดขึ้นเมื่อมีการบาดเจ็บ เช่น กล้ามเนื้อหลังเคล็ด หรือกล้ามเนื้อฉีกขาด จนทำให้เส้นประสาทได้รับความเสียหาย เมื่อเส้นประสาทได้รับความเสียหาย อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้นและมีอาการปวดเป็นเวลานาน

แต่ในบางกรณี ผู้ป่วยบางรายมีอาการปวดเรื้อรังโดยไม่มีการบาดเจ็บมาก่อน ซึ่งอาจเกิดจากโรคบางชนิดที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ เช่น

  • กลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome) : ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลียมากติดต่อกันเป็นเวลานาน และมักมีอาการปวดร่วมด้วย
  • โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) : โรคที่มีอาการปวดอันเนื่องมาจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญภายนอกมดลูก
  • โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) : ผู้ป่วยจะมีอาการปวดเป็นบริเวณกว้างที่กระดูกและกล้ามเนื้อ
  • โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease) : เป็นกลุ่มของอาการที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดและอักเสบเรื้อรังในทางเดินอาหาร
  • โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบชนิดไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด (Interstitial Cystitis) : อาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ และมีอาการปวดร่วมด้วย
  • ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร (Temporomandibular Joint Dysfunction (TMJ)) : ผู้ป่วยจะมีอาการปวด มีเสียงคลิกเวลาอ้าปากหรือหุบปาก ขากรรไกรค้าง
  • ภาวะปวดปากช่องคลอดเรื้อรัง (Vulvodynia) : ผู้ป่วยจะมีอาการปวดปากช่องคลอดเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด

การรักษาอาการปวดเรื้อรัง

อาการปวดเรื้อรัง สามารถรักษาได้ด้วย 3 วิธีดังต่อไปนี้

  1. ยาสำหรับอาการปวดเรื้อรัง : มียาหลายชนิดสำหรับช่วยในการรักษาอาการปวดเรื้อรัง เช่น
    • ยาแก้ปวดสามัญประจำบ้าน หรือยาที่หาซื้อทั่วไปตามร้านขายยา ได้แก่ ยา Paracetamol (ยาสามัญประจำบ้าน) หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs (NSAIDs) เช่น ยา Aspirin หรือ Ibuprofen
    • ยาแก้ปวดในกลุ่ม Opioid ได้แก่ Morphine, Codeine และ Hydrocodone
    • ยาเสริมฤทธิ์แก้ปวด เช่น ยาต้านเศร้า (Antidepressants) และยากันชัก (Anticonvulsants)
  2. การใช้วิธีการทางการแพทย์สำหรับรักษาอาการปวดเรื้อรัง เช่น
    • การกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า (Electrical Stimulation) : การส่งกระแสไฟฟ้าความถี่ต่ำเข้าไปยังกล้ามเนื้อ เพื่อบรรเทาอาการปวด
    • การสกัดกั้นเส้นประสาท (Nerve Block) : การฉีดยาเข้าไปเพื่อสกัดกั้นการทำงานของเส้นประสาท ไม่ให้ส่งสัญญาณความปวดไปยังสมอง
    • การฝังเข็ม (Acupuncture) : การใช้เข็มขนาดเล็กทิ่มลงบนผิวหนังเล็กน้อยเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด
    • การผ่าตัด
  3. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสำหรับรักษาอาการปวดเรื้อรัง เช่น
    • การทำกายภาพบำบัด (Physical therapy)
    • การออกกำลังกายแบบไทชิ (Tai chi)
    • การออกกำลังกายแบบโยคะ (Yoga)
    • การบำบัด
    • ศิลปะและดนตรีบำบัด (Art and music therapy)
    • สัตว์เลี้ยงบำบัด (Pet therapy)
    • จิตบำบัด (Psychotherapy)
    • การนวด
    • การทำสมาธิ

ที่มาของข้อมูล

Erica Cirino, What Causes Chronic Pain? (https://www.healthline.com/health/chronic-pain), May 16, 2017.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป