การนอน

ความผิดปกติทางการเคลื่อนไหวร่างกายสัมพันธ์กับการนอน (Sleep-related Related Rhythmic Movement Disorder; RMD) คืออะไร

การโยกตัว หรือการผงกศีรษะอาจแสดงถึงการกล่อมตัวเองในเด็ก
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ความผิดปกติทางการเคลื่อนไหวร่างกายสัมพันธ์กับการนอน (Sleep-related Related Rhythmic Movement Disorder; RMD) คืออะไร

ถ้าหากบุตรของท่านโยกตัว หรือขยับร่างกายบางส่วนเป็นจังหวะ ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่กำลังนอนหรือระหว่างการนอน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นภาวะหนึ่งเรียกว่า ความผิดปกติทางการเคลื่อนไหวของร่างกายสัมพันธ์กับการนอน โดยภาวะดังกล่าวอาจจะเป็นไปจนโตเป็นผู้ใหญ่เลย

ภาวะ RMD คืออะไร? เป็นความความผิดปกตินี้มีความสัมพันธ์กับภาวะใด และความผิดปกติที่มีลักษณะคล้ายคลึงใดบ้างที่ต้องแยกโรคกับภาวะ RMD? เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดปกติทางการเคลื่อนไหวร่างกาย รวมถึงทางเลือกในการรักษาเพื่อความปลอดภัยในบุตรท่าน

ผลการศึกษาเรื่องความผิดปกติทางการเคลื่อนไหวร่างกาย

ความผิดปกติทางการเคลื่อนไหวร่างกาย (RMD) สามารถสังเกตได้ในเด็กเล็กขณะกำลังจะนอน หรือระหว่างการนอน ซึ่งในช่วงเวลานี้ เด็กที่มีความผิดปกติจะทำการโยกตัว หรือขยับบางส่วนของร่างกาย อาทิเช่น แขน มือ ศีรษะ หรือลำตัว ในลักษณะการโยนที่เป็นจังหวะ และพฤติกรรมอื่น ๆ เช่น การผงกศีรษะ หรือการกลอกลูกตา ก็สามารถสังเกตได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าการเคลื่อนไหวเหล่านั้นจะมีลักษณะค่อนข้างเบา และอาจจะเป็นการกล่อมตัวเองนอนของเด็กเล็กได้ แต่พฤติกรรมเหล่านี้สามารถมีอาการที่รุนแรงได้ หากถ้าเกิดการเคลื่อนร่างกายอย่างรุนแรง จะส่งผลทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้  ภาวะดังกล่าวจะเรียกว่า Jactatio capitis nocturna หรือ Rhythm du sommeil ซึ่งเป็นคำอธิบายดั้งเดิมของภาวะดังกล่าวที่บันทึกไว้เมื่อปี 1905

ความผิดปกติทางการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นเมื่อไหร่?

เด็กที่มีความผิดปกติทางด้านการเคลื่อนไหวจะเริ่มตอนก่อนอายุ 3 ปี และอาการเหล่านี้จะหายไปเมื่อเด็กโตขึ้น

ในบางกรณีพบได้ยาก ความผิดปกติอาจคงอยู่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่

โดยทั่วไปภาวะ RMD มักจะเกิดขึ้นในช่วงแรกของการนอน ซึ่งจะพบได้บ่อยในระหว่างการนอนตื้น ๆ หรือในช่วงการนอน non-REM และการเคลื่อนไหวจะลดระดับลงเมื่อเข้าการนอนระยะที่ 2 อาการอาจแสดงได้ในระหว่างการนอนช่วง REM ด้วย แต่การที่จะแยกจากพฤติกรรมการนอนในช่วง REM จะทำได้ค่อนข้างลำบาก

ภาวะอื่น ๆ ที่สัมพันธ์กับภาวะ RMD ได้แก่

  • โรคสมาธิสั้น (ADHD)
  • กลุ่มอาการทูเร็ตต์ (Tourette syndrome)
  • โรคออทิสซึม
  • กลุ่มอาการเรตต์ (Rette syndrome)
  • กลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ(sleep apnea)

อย่างไรก็ตามการที่บุตรของท่านมีการเคลื่อนไหวนั้น ไม่จำเป็นที่เด็กจะเกิดความผิดปกติดังกล่าวก็ได้

ความผิดปกติทางการเคลื่อนไหววินิจฉัยได้อย่างไร?

โดยผู้ปกครองของเด็กหลาย ๆ คนต้องทำการสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของบุตรของท่านด้วย และควรเล่าถึงสิ่งที่ท่านได้สังเกตมาให้กุมารแพทย์ฟัง ซึ่งจะได้ประวัติการนอนของเด็กที่ครอบคลุมมากขึ้น เนื่องจากยังมีภาวะอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้าย ๆ กับภาวะ RMD ที่อาจต้องได้รับการรักษาโดยเฉพาะ ซึ่งการเคลื่อนไหวของร่างกายที่อยู่นอกเหนือการควบคุมนั้น อาจะทำให้เด็กเกิดอาการชักตอนกลางคืนได้ และอาจพบการหดตัวของกล้ามที่มีลักษณะคล้ายความผิดปกติกางการเคลื่อนไหว

นอกจากนี้ยังมีความผิดปกติด้านการนอนของเด็กที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น การนอนละเมอ และภาวะสับสนระหว่างการตื่นนอน ปัญหาทางพฤติกรรมลักษณะอื่น ๆ ที่มีการแสดงผลคล้ายกับภาวะ RMD ดังนั้นควรที่จะตรวจสอบยาบางชนิดที่อาจเป็นสาเหตุของการเคลื่อนไหวที่มากจนเกินไประหว่างการนอนของเด็ก ซึ่งหากบุตรของท่านได้รับประทานยาแก้แพ้ ยาแก้อาเจียน หรือยาที่สำหรับภาวะทางจิตอื่น ๆ (เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า และยารักษาโรคจิต) ในกรณีนี้ควรหยุดใช้ยาดังกล่าวแล้วปรึกกุมารแพทย์ เพื่อช่วยลดการเคลื่อนไหวเหล่านี้ โดยการทดสอบบางอย่างอาจจำเป็นที่จะช่วยหาสาเหตุของการเคลื่อนไหวนี้ โดยการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalogram; EEG) หรือการตรวจการนอนหลับ (Polysomnogram) ที่มีการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองเป็นองค์ประกอบ

ทางเลือกการรักษาความผิดปกติทางการเคลื่อนไหวมีอะไรบ้าง?

ขั้นตอนปฏิบัติที่สามารถลดโอกาสการทำร้ายร่างกายตัวเองของเด็กขณะมีการเคลื่อนไหวเหล่านี้ มีดังนี้

ขั้นแรกการจัดตารางเวลานอนของเด็กให้คงที่ และควรศึกษาแนวทางปฏิบัติเพื่อการนอนที่ดีขึ้นในเด็ก ซึ่งขั้นตอนนี้จะช่วยให้เด็กได้นอนอย่างมีคุณภาพ และยังช่วยป้องกันปัจจัยที่ทำให้อาการกำเริบได้ เช่น การอดหลับอดนอน การปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอาจเป็นสิ่งที่จำเป็น เมื่อการเคลื่อนไหวรุนแรงมากขึ้นจนทำให้ตัวเด็กบาดเจ็บ อาจต้องเคลื่อนเบาะรองที่นอนไปไว้บนพื้นห้องให้ห่างไกลจากผนังและสิ่งของอื่นๆ เด็กบางคนที่มีปัญหาผงกศีรษะอย่างรุนแรงก็ควรสวมหมวกกันน็อคป้องกันการกระทบกระแทกไว้ก่อน บางกรณีอาจจำเป็นต้องใช้ยากล่อมประสาทเพื่อลดการเคลื่อนไหว เช่น clonazepam ซึ่งเป็นยารักษาโรควิตกกังวล

นอกจากนี้ เทคนิคการผ่อนคลายอื่น ๆ ก็พบว่าสามารถช่วยได้เช่นกัน โดยส่วนใหญ่ความผิดปกติทางการเคลื่อนไหวเหล่านี้แม้จะทำให้ผู้ปกครองเป็นกังวล แต่มักไม่เป็นอันตรายต่อตัวเด็ก และเจ้าตัวก็มักไม่รู้สึกว่ามันกวนใจ และส่วนมากเด็กจะหายจากอาการนี้เองเมื่อโตขึ้น

ดังนั้นการรับการรักษาในระยะอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น และถึงแม้ว่าอาการนี้จะยังเป็นอยู่จนถึงตอนเป็นผู้ใหญ่ แต่ก็มักจะไม่สร้างปัญหาให้กับคนรอบข้าง ซึ่งเมื่อเกิดเคลื่อนไหวนั้นจะไม่มีความรุนแรง โดยถ้าหาท่านพบว่าบุตรของท่านมีปัญหาการเคลื่อนไหวที่อยู่นอกเหนือการควบคุมในขณะนอน ท่านควรเริ่มไปปรึกษากับกุมารแพทย์ว่าจำเป็นที่จะต้องรับการประเมินผลของอาการต่อไปหรือไม่

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่