ความรู้สุขภาพ

โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle cell disease)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 7, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle cell disease)

โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว คือโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ผู้ป่วยจะมีความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงมีรูปร่างผิดปกติ คือ เป็นรูปเคียว (sickle) ผู้ป่วยจะมีอาการปวด ติดเชื้อง่าย มีอาการของโลหิตจาง บางรายอาจเจริญเติบโตช้า เป็นโรคหลอดเลือดสมอง และปัญหาที่ปอด

บทนำ

โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle cell disease) เป็นชื่อกลุ่มโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่ส่งผลต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง โดยชนิดที่ร้ายแรงที่สุดเราเรียกว่า โรคโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (sickle cell anemia)

โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวจะพบมากในชาวแอฟริกัน, แคริบเบียน, ตะวันออกกลาง, เมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก และชาวเอเชีย

ผู้ที่เป็นโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวจะสร้างเม็ดเลือดแดงรูปร่างผิดปกติ ทำให้เกิดปัญหาขึ้น เพราะเม็ดเลือดแดงผิดปกติเหล่านี้จะมีชีวิตสั้น ไม่เหมือนเม็ดเลือดแดงปกติ และเม็ดเลือดแดงผิดปกติเหล่านี้จะอุดตันในหลอดเลือดด้วย

โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวเป็นโรคที่มีภาวะร้ายแรงและเป็นตลอดชีวิต อย่างไรก็ตามการรักษาในระยะยาวสามารถช่วยจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้

อาการของโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว

คนที่เกิดมาพร้อมกับโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวบางครั้งอาจประสบปัญหาตั้งแต่วัยเด็ก ถึงแม้ว่าเด็กส่วนใหญ่จะมีอาการเล็กน้อยและมีชีวิตปกติอยู่เกือบตลอดเวลา

อาการหลักของโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว ได้แก่:

  • อาการปวด หรือเรียกว่า sickle cell crises ซึ่งสามารถมีอาการปวดรุนแรงและเป็นนานเป็นสัปดาห์ได้
  • มีความเสี่ยงของการติดเชื้อร้ายแรงเพิ่มขึ้น
  • โลหิตจาง (คือภาวะที่เซลล์เม็ดเลือดแดงไม่สามารถขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอกับความต้องการ) ทำให้มีอาการอ่อนเพลีย และหายใจหอบเหนื่อย

ในผู้ป่วยบางรายจะมีอาการอื่นๆ เช่น การเจริญเติบโตช้า, โรคหลอดเลือดสมอง และปัญหาที่ปอด

สาเหตุของโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว

โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวเกิดจากความผิดปกติของยีน ซึ่งส่งผลต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง

ถ้าทั้งพ่อและแม่มียีนที่ผิดปกตินี้ ลูกที่เกิดมาจะมีโอกาส 25% เป็นโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว

พ่อแม่ของเด็กมักไม่เป็นโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว เพราะตัวพ่อแม่เองเป็นพาหะของโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวเท่านั้น  (แต่ไม่ได้ป่วยเป็นโรค)

การตรวจคัดกรองและการตรวจโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว

โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวมักสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่กำลังตั้งครรภ์ หรือทันทีที่เด็กคลอดออกมา

การตรวจคัดกรองโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวตั้งแต่ตั้งครรภ์จะถูกแนะนำในผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะให้กำเนิดลูกป่วยเป็นโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวนี้ และเด็กทารกแรกเกิดทุกคนจะได้รับคำแนะนำให้ตรวจคัดกรองโรคนี้ด้วยการตรวจเลือดทุกคน

การตรวจเลือดสามารถทำได้ทุกช่วงอายุเพื่อดูว่าคุณป่วยเป็นโรคนี้ หรือเป็นพาหะของยีนผิดปกตินี้หรือไม่

การรักษาโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว

ผู้ป่วยที่เป็นโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตลอดชีวิตของคนนั้น

มีวิธีการรักษาหลายวิธีที่จะช่วยจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากโรคนี้ ตัวอย่างเช่น:

  • ช่วงที่มีอาการปวด บางครั้งสามารถป้องกันได้ด้วยการดื่มน้ำมากๆ และทำร่างกายให้อบอุ่น
  • อาการปวดสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอล (paracetamol) หรือ ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) อย่างไรตาม บางครั้งอาจจำเป็นต้องรักษาด้วยยาแก้ปวดชนิดแรงที่โรงพยาบาล
  • สามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อโดยการรับประทานยาปฏิชีวนะทุกวันและฉีดวัคซีนให้ครบอย่างเหมาะสม
  • หากมีอาการโลหิตจางอย่างรุนแรง อาจจำเป็นต้องให้เลือด
  • ยาที่ชื่อว่า ไฮดรอกซี่ยูเรีย (hydroxyurea) สามารถลดอาการที่เกิดขึ้นได้ หากอาการนั้นรบกวนชีวิตคุณหรือชีวิตบุตรหลานของคุณ
  • การให้เลือดเป็นประจำ (ทุก 3-4 สัปดาห์) อาจเป็นประโยชน์ ถ้าอาการยังมีอย่างต่อเนื่องหรือมีอาการแย่ลง หรือมีอาการแสดงของความเสียหายที่เกิดจากโรคนี้

การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ (stem cell) หรือปลูกถ่ายไขกระดูก สามารถทำให้โรคนี้หายขาดได้ แต่มักไม่ค่อยทำ เพราะมีความเสี่ยงจากการทำค่อนข้างมาก

อนาคตของโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว

โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวมีอาการได้แตกต่างกันมากในแต่ละคน เด็กส่วนใหญ่ที่เป็นโรคนี้สามารถมีความสุขและมีชีวิตได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตามโรคนี้ก็ยังเป็นโรคร้ายแรงที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อชีวิตของผู้ป่วย

โรคนี้สามารถทำให้เกิดโรคอื่นๆ ได้ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (strokes), การติดเชื้อร้ายแรง และปัญหาที่ปอด ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

ภาพรวมอายุขัยของผู้ป่วยโรคนี้มีแนวโน้มที่จะสั้นกว่าคนทั่วไป แต่ก็มีความแตกต่างกันขึ้นกับชนิดของโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวที่ผู้ป่วยเป็น ขึ้นกับวิธีในการรักษา และขึ้นกับปัญหาที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยรายนั้นๆ

ในปัจจุบัน ผู้ป่วยโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวจะมีอายุอยู่ที่ 40-60 ปี อย่างไรก็ตามผู้ที่เป็นโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวชนิดรุนแรงน้อยอาจไม่มีผลต่ออายุขัยเลย ซึ่งเราคาดหวังว่าจะมีการพัฒนาวิธีการรักษาใหม่ๆ สำหรับโรคนี้ออกมาเรื่อยๆ

พาหะของโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว

พาหะของโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว หมายถึง ใครก็ตามที่มียีนผิดปกติที่ก่อให้เกิดโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวอยู่ในร่างกาย แต่คนๆ นั้นไม่ป่วยเป็นโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว เราเรียกคนๆ นั้นว่าเป็นพาหะของโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว

ผู้ที่เป็นพาหะของโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวแต่ไม่ป่วยเป็นโรค จะมีความเสี่ยงที่จะให้กำเนิดลูกมีภาวะนี้ถ้าคู่ของคุณเป็นพาหะของโรคนี้ด้วย

คุณสามารถขอให้แพทย์ตรวจเลือดให้กับคุณได้ หากคุณเป็นพาหะของโรคนี้

https://www.nhsinform.scot/illnesses-and-conditions/blood-and-lymph/sickle-cell-disease#introduction

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
วิตามิน (Vitamins) คืออะไร?
วิตามิน (Vitamins) คืออะไร?

ร่างกายของคุณต้องการวิตามินที่สำคัญถึง 13 ชนิดในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ