ยา

ยานอนหลับกลุ่ม ฺBenzodiazepine ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 20, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,004,066 คน

ยานอนหลับกลุ่ม ฺBenzodiazepine ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 20/03/2562

ยากลุ่ม Benzodiazepine เป็นยาที่แพทย์นิยมใช้เป็นยาลดความกังวลหรือเป็นยานอนหลับมากที่สุด ซึ่งนอกเหนือจากฤทธิ์คลายกังวลแล้ว ยายังมีฤทธิ์อื่นๆ อีก ได้แก่ คลายกล้ามเนื้อ ทำให้ง่วงซึม และระงับการชัก จึงทำให้ยากลุ่ม Benzodiazepine เป็นกลุ่มยาคลายกังวลที่ใช้บ่อยที่สุด ในระยะหลังมีการสังเคราะห์ยาคลายกังวลกลุ่มอื่นมาใช้เพิ่มเติม แต่ยังไม่เป็นที่นิยมใช้เท่ากับยากลุ่ม Benzodiazepine

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

ยาออกฤทธิ์ต่อร่างกายอย่างไร

เมื่อรับประทานยาเข้าไปในร่างกาย ยาจะกระจายไปจับตัวรับในสมองซึ่งรวมตัวเป็นโครงสร้างเชิงซ้อนในส่วนต่าง ๆ ของสมอง ทำให้เกิดฤทธิ์ยับยั้งการนำสัญญาณประสาทในสมอง จากการที่ยาออกฤทธิ์กับตัวรับนี้ทำให้เมื่อหยุดใช้ยาทันทีจะทำให้เกิดอาการถอนยา เกิดเป็นภาวะกระตุ้นของสมอง ได้แก่ มีอาการวิตกกังวลรุนแรง กระวนกระวาย โรคจิต หรือเกิดอาการชักได้ เช่นเดียวกับผู้ที่หยุดดื่มสุราทันที เนื่องจากแอลกอฮอล์ออกฤทธิ์ที่ตัวรับชนิดนี้เช่นเดียวกับยา benzodiazepine ฉะนั้นการรู้จักวิธีหยุดยาอย่างช้าๆ จึงสำคัญพอๆ กับการรู้จักวิธีใช้ยา

ยากลุ่ม benzodiazepine รักษาโรคใดได้บ้าง

  • อาการวิตกกังวลทั่วไป เช่น กังวลจากการคาดการณ์ล่วงหน้า จึงมักนำยามาให้ผู้ป่วยรับประทานในคืนก่อนผ่าตัด
  • รักษาโรควิตกกังวลและโรคตื่นตระหนกบางประเภท
  • ภาวะวิตกกังวลเฉียบพลัน เช่น ในผู้ที่ประสบเหตุการณ์ร้ายหรือได้รับข่าวร้าย
  • อาการนอนไม่หลับ ซึ่งควรใช้ยาเป็นครั้งคราวเท่านั้น การหาสาเหตุของการนอนไม่หลับแล้วแก้ปัญหาจะเหมาะสมกว่า
  • ใช้เป็นยาคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจมีสาเหตุจากทางร่างกายหรือจิตใจ
  • ใช้ก่อนการผ่าตัด เนื่องจากมีฤทธิ์ทำให้ลืมเหตุการณ์ ง่วงซึม และคลายกังวล
  • ระงับอาการชัก แต่ไม่ป้องกันการชัก ยกเว้นยา benzodiazepine บางชนิด เช่น clonazepam ที่สามารถป้องกันอาการชักบางประเภท
  • รักษากลุ่มอาการขาดสุรา (alcohol withdrawal syndrome)

หลักการเลือกใช้ยา

ยาในกลุ่ม benzodiazepine มีทั้งชนิดรับประทานและชนิดฉีด ซึ่งตัวยารูปแบบยาฉีด ได้แก่ diazepam, midazolam สำหรับยาชนิดรับประทาน สามารถแบ่งชนิดของยาได้เป็น 2 แบบ

1.  แบ่งตามค่าครึ่งชีวิตของยา

1.1 กลุ่มที่มีค่าครึ่งชีวิตยาว (มากกว่า 20 ชั่วโมง)

โดยยาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย ทําให้เกิดสารที่มีฤทธิ์ ส่งผลให้ยาสะสมอยู่ในร่างกายได้นาน หากหยุดยากะทันหันจึงมักจะไม่เกิดภาวะถอนยา ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ diazepam, clonazepam

1.2 กลุ่มที่มีค่าครึ่งชีวิตสั้น (น้อยกว่า 20 ชั่วโมง)

จะไม่ทําให้เกิด active metabolite ตัวยาจะไปจับกับสารชนิดหนึ่งและถูกขับถ่ายออกมา เช่น lorazepam, temazepam ส่วนยา alprazolam และ triazolam นั้น แม้จะให้สารที่ออกฤทธิ์ แต่ก็ไม่มีความสําคัญทางคลินิกจึงถูกจัดไว้ ในกลุ่มนี้ด้วย

2. แบ่งตามความแรงของยา

2.1 กลุ่มที่มีความแรงสูง 

กลุ่มนี้หากใช้ยาขนาดมิลลิกรัมน้อยๆก็ออกฤทธิ์ได้พอๆกับการใช้ยาในกลุ่มที่มีความแรงต่ำในขนาดสูง ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ alprazolam, lorazepam, triazolam และ clonazepam 

 2.2 กลุ่มที่มีความแรงต่ำ 

กลุ่มนี้จะใช้ยาในขนาดมิลลิกรัมที่สูงกว่ากลุ่มแรกได้แก่ diazepam, prazepam, clorazepate, และ temazepam

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

ยาในกลุ่ม benzodiazepine ทุกตัวมีกลไกการออกฤทธิ์และอาการข้างเคียงไม่แตกต่างกัน การเลือกว่าจะใช้ยาตัวไหน ปริมาณเท่าไร และความถี่ในการใช้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ได้แก่

การวินิจฉัยโรค

การใช้เพื่อเป็นยานอนหลับ คลายกังวล แพทย์ควรวินิจฉัยให้ชัดเจนก่อนว่าผู้ป่วยเป็นโรคอะไร เพื่อจะได้พิจารณาเลือกชนิดยาให้เหมาะสมกับโรคหรือภาวะนั้น ๆ

  • การใช้ยาเพื่อคลายกังวลทั่วไป แพทย์ควรเลือกใช้ยาที่มีการออกฤทธิ์ระยะยาว เช่น diazepam โดยให้ยาก่อนนอนวันละครั้ง หรือไม่เกิน 2 มื้อต่อวัน โดยส่วนใหญ่จะให้รับประทานก่อนนอน นอกจากจะได้ผลในการรักษาอาการวิตกกังวลแล้ว benzodiazepine ยังได้ผลในการลดภาวะวิตกกังวลทั่ว ๆ ไป เช่น ก่อนผ่าตัด ก่อนสอบ ย้ายบ้าน ยาที่ใช้มักเป็นยาความแรงต่ำและขนาดยาต่ำ ๆ
  • การใช้เป็นยานอนหลับ แพทย์ควรถามถึงลักษณะอาการของการนอนไม่หลับ หากเป็นอาการนอนไม่หลับช่วงต้น ควรเลือกยากลุ่มที่ออกฤทธิ์เร็วและตัวยาอยู่ในร่างกายไม่นาน และหากเป็นอาการนอนไม่หลับแบบตื่นกลางดึก หรือตื่นนอนแต่เช้ามืด ควรเลือกยากลุ่มที่ออกฤทธิ์นานขึ้น แต่บางครั้งฤทธิ์ของยาอาจอยู่นานจนทำให้ผู้ป่วยง่วงซึมในตอนเช้า
ปัจจัยด้านผู้ป่วย

ได้แก่ ลักษณะอาการ เช่น เป็นเรื้อรัง เป็นเร็วหายเร็ว หรือเป็นความวิตกกังวลต่อเฉพาะบางเหตุการณ์ อายุของผู้ป่วย โรคทางกายโดยเฉพาะโรคตับทำงานบกพร่อง

ปัจจัยด้านตัวยา

ได้แก่ ความแรงของยาชนิดต่าง ๆ ในกลุ่ม benzodiazepine คุณลักษณะเฉพาะของยา การดูดซึม ระยะเวลาที่เริ่มออกฤทธิ์ ระยะเวลาที่ยาถูกขจัดออกจากร่างกาย

หลักการปรับขนาดยา

ในการปรับขนาดยา benzodiazepine ขึ้นอยู่กับการชั่งน้ำหนักระหว่างผลของการรักษากับอาการข้างเคียงจากยาที่อาจเกิดขึ้น โดยเมื่อเลือกใช้ยาชนิดใดแล้วควรใช้ให้ถึงขนาดสูงสุดในการรักษาของยาตัวนั้นก่อนเปลี่ยนยาใหม่ นอกจากผู้ป่วยจะทนอาการข้างเคียงของยาไม่ได้ และไม่แนะนำให้ใช้ benzodiazepine หลายตัวพร้อมกัน เนื่องจากไม่มีผลดีกว่าการใช้ยาตัวเดียว นอกจากนั้นยังมีประเด็นอื่นๆ ในการปรับขนาดยา benzodiazepine ได้แก่

  • หากยาตัวใดได้ผลในการรักษา ให้คงขนาดยาต่ำสุดที่ควบคุมอาการได้ไประยะหนึ่งตามแต่แพทย์พิจารณาในแต่ละโรค ไม่ควรพยายามจะลดขนาดยาเร็วเกินไปโดยที่โรคยังไม่หาย
  • เมื่อใช้ยากลุ่ม benzodiazepine ระยะเวลาหนึ่งแล้ว อาจเกิดอาการดื้อยา หมายถึง ใช้ยาในขนาดเดิมแล้ว แต่ฤทธิ์ของยาลดน้อยลงกว่าเดิม ซึ่งอาการดื้อยามักเกิดกับฤทธิ์ง่วงซึมก่อน ส่วนฤทธิ์คลายกังวลนั้นพบว่าไม่เกิดภาวะดื้ออยา หมายความว่า หากใช้ยารักษาอาการวิตกกังวลแล้ว จะใช้ได้ผลนานกว่าใช้เพื่อทำให้หลับ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาขึ้นเรื่อยๆ แต่หากใช้เพื่อให้นอนหลับติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจต้องปรับขนาดยาเพิ่มขึ้น
  • การลดขนาดยาเพื่อหยุดยาเมื่อครบกำหนดระยะรักษา ควรค่อยๆ ปรับลดลงทีละน้อย แพทย์มักลดขนาดยาลงร้อยละ 25 ของขนาดยาสูงสุดที่เคยใช้ทุก 1-2 สัปดาห์ จนหยุดยาได้หมดภายใน 4-8 สัปดาห์ สิ่งที่อาจพบในขณะลดยาคือ ผู้ป่วยมีอาการวิตกกังวลขึ้นอีก ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากโรคเดิมที่ยังไม่หายขาดจริง หรือเกิดอาการเหมือนโรคเดิมแต่รุนแรงกว่า โดยเป็นช่วงสั้นๆ อาการลักษณะดังกล่าวอาจคล้ายกับอาการขาดยาจริงๆ ของผู้ป่วย ซึ่งอาการจะค่อยๆ ลดลงเองได้เมื่อหยุดยาไประยะหนึ่ง
  • ในผู้ที่มีโรคทางกายหรือมีอายุมาก แพทย์มักเลือกใช้ยา benzodiazepine ที่มีค่าครึ่งชีวิตสั้น  เช่น lorazepam
  • ยา benzodiazepine ที่ขจัดออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว หากใช้ติดต่อกันระยะหนึ่งจะทำให้เกิดอาการติดยาได้ง่ายกว่ายาที่ขจัดออกจากร่างกายช้า

จากที่กล่าวมาถึงแนวทางในการใช้ยากลุ่ม benzodiazepine จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ของผู้ป่วย ตัวยา รวมทั้งจุดประสงค์ในการนำยามาใช้ ดังนั้นหากผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ยากลุ่มนี้ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและประสิทธิผลจากยา

ที่มาของข้อมูล

Mihic, S. John, and R. Adron Harris. "Chapter 17. Hypnotics and Sedatives." Goodman & Gilman's The Pharmacological Basis of Therapeutics, 12e. Eds. Laurence L. Brunton, et al. New York, NY: McGraw-Hill, 2011

Jay W. Marks, MD, Oral Benzodiazepines Names, Side Effects, and Addiction (https://www.medicinenet.com/sc...)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่