การกินเพื่อสุขภาพ

สับปะรด สายพันธุ์ สรรพคุณ และประโยชน์หลากหลายที่น่ารู้


Istock 519049064 m

สับปะรด เป็นหนึ่งในผลไม้ที่เราต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดี เชื่อว่าทุกคนต้องเคยลิ้มลองรสชาติหวานอมเปรี้ยว และความฉ่ำของน้ำด้านในจากเนื้อสีเหลืองๆ ของมันมาแล้ว บางลูกก็ได้รสชาติหวานฉ่ำ แต่บางลูกก็ได้รสชาติที่เปรี้ยวอมหวาน หรือเปรี้ยวชนิดที่ทำให้รู้สึกลิ้นชาจากกรดด้านในของมัน นอกจากการรับประทานแบบสดๆ เป็นผลไม้ที่ให้ความสดชื่นแล้ว ยังนิยมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารคาวหวานหลากหลายชนิด ส่วนของแกน สับปะรด ที่เรามักทิ้ง ก็ยังนำไปใช้ประโยชน์ได้เช่นเดียวกัน

ทำความรู้จักกับสับปะรดและสายพันธุ์

ลักษณะของ สับปะรด จะเป็นผลไม้ที่มีขนาดลำต้นเตี้ย จัดอยู่ในผลไม้เขตร้อนในวงศ์ Bromeliaceae จึงสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่แห้งแล้ง เป็นดินปนทราย มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอเมริกาใต้ ค้นพบโดยนักเดือนเรือชาวสเปนและโปรตุเกส ก่อนจะถูกนำเข้ามาจากทางยุโรปและแพร่หลายไปทั่วโลกในศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา

ส่วนของผลจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าลำต้น มีใบที่เรียวยาวและแข็งแรง ด้านในจะเป็นเส้นใยที่มีความเหนียวมาก ใช้เป็นส่วนกักเก็บน้ำเอาไว้ให้ประโยชน์กับลำต้นในสภาพอากาศที่แห้งแล้งแบบนี้ ความโดดเด่นของผล สับปะรด คือรูปลักษณ์ภายนอกที่ชวนสะดุดตา เปลือกมีความแข็ง และเต็มไปด้วยตุ่มนูนที่เราเรียกกันว่า "ตาสับปะรด" เรียงอยู่ทั่วทั้งลูก ส่วนเนื้อด้านในมีรสชาติหวานอมเปรี้ยวแล้ว แต่รสชาติก็จะแตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์และการเพาะปลูกด้วย

ผลของ สับปะรดจะไม่มีเมล็ด การขยายพันธุ์จะใช้เป็นวิธีนำเอา จุก หน่อ และเกียงมาปักชำ การปลูกด้วยวิธีเหล่านี้ สับปะรด มีการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีหลากหลายสายพันธุ์ให้เราได้รับประทานในปัจจุบัน โดยสายพันธุ์ที่คุ้นหูคุ้นตาและพอจะเคยเห็นกันมาบ้าง ได้แก่

1. พันธุ์อินทรชิต หรืออินทรชิตแดง

มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Singapore Spanish จัดได้ว่าเป็นพันธุ์ที่มีความเก่าแก่มากในประเทศไทย เป็นที่รู้จักและปลูกกันอย่างแพร่หลายมาตั้งแต่รุ่นกรุงศรีอยุธยา มีหนามแหลมคมโค้งงออยู่ตามลำต้นเป็นสีน้ำตาลอมแดง ส่วนของใบเป็นสีเขียวอ่อน ลักษณะของผลย่อยจะนูน มีตาลึกเมื่อแก่จัด เนื้อด้านในเป็นสีทอง รสชาติไม่หวานมากนัก มีเส้นใยมาก และผลมีขนาดเล็ก

2. พันธุ์ปัตตาเวีย

มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Smooth Cayenne เรียกกันคุ้นหูว่าพันธุ์ศรีราชา ให้ผลที่มีขนาดใหญ่กว่าสับปะรดสายพันธุ์อื่นๆ เนื้อมีความหวานฉ่ำเป็นพิเศษ ลำต้นจะมีใบเป็นสีเขียวเข้ม กลางใบเป็นร่องสีน้ำตาลแดง ปลายใบจะมีหนาวแหลมขนาดเล็ก เนื่องจากขนาดที่ใหญ่และได้รสชาติอร่อย จึงนิยมปลูกเพื่อนำไปแปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋อง

3. พันธุ์สวี

มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Malacca Queen บางคนก็เรียกว่าพันธุ์ภูเก็ต ลักษณะของใบยาว มีสีเขียวอ่อน ใบแคบ และมีแถบเป็นสีแดงที่กลางใบ ขอบใบจะเป็นหนามแหลมสีแดง มีผลย่อยนูน มองเห็นตาลึก ขนาดผลเล็ก ส่วนของเนื้อเป็นสีเหลือง มีความหอมและรสชาติที่หวานกรอบ นิยมปลูกกันมากในภาคใต้

4. พันธุ์ขาว

มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Selangor Green ลักษณะของต้นจะเป็นทรงพุ่มเตี้ย มีใบเป็นสีเขียวอมเหลือง ใบสั้นและแคบชิดกัน ขอบใบมีหนามแหลม ส่วนผลด้านบนมีหลายจุก เนื้อให้รสชาติหวานไม่มากนัก อีกทั้งลักษณะยังใกล้เคียงกับพันธุ์อินทรชิต ซึ่งเชื่อว่าอาจจะกลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์ดังกล่าวก็เป็นได้

5. พันธุ์ภูแล

[caption id="" align="aligncenter" width="680"] สับปะรดภูแล[/caption]

เป็นพันธุ์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย เนื่องจากรสชาติที่อร่อย กลิ่นหอม ส่วนของแกนสับปะรดไม่ต้องตัดออก สามารถรับประทานได้เนื่องจากมีความกรอบ ผลมีขนาดเล็ก คุ้นหูกันในชื่อว่าสับปะรดภูแลที่วางขายอยู่ตามท้องตลาด การปลูกจะให้ผลตลอดทั้งปี

ประโยชน์ของสับปะรด

เนื่องจากสับปะรดเป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน จึงอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ อีกทั้งเนื้อสีเหลืองยังมีเส้นใยมาก มีวิตามินซีที่ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ทำหน้าที่ช่วยย่อยอาหาร เนื่องจากมีกากใยมาก แถมยังมีเอนไซม์ตามธรรมชาติที่ชื่อว่า "บรอมีเลน" ที่เข้าไปเพิ่มการย่อยอาหารทั้งสภาพกรดและด่าง เหมาะสำหรับการรับประทานหลังอาหาร เพื่อช่วยการทำงานของกระเพาะได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น ป้องกันการเกิดมะเร็ง เพราะอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน และเอนไซม์ดังกล่าวยังช่วยยับยั้งการอักเสบ ผู้คนโบราณจึงมักนำเอาสับปะรดมาใช้เพื่อการรักษาโรคผิวหนังและบาดแผลต่างๆ

ประโยชน์ของแกนสับปะรด

หากพูดถึงส่วนหนึ่งของผลสับปะรดที่เรามักไม่ค่อยนิยมรับประทาน นั่นก็คือส่วนของแกนสับปะรด ซึ่งส่วนมากจะมีความเหนียวและแข็ง นอกจากพันธุ์ภูแลที่มีความกรอบ สามารถรับประทานได้ แต่หารู้ไม่ว่าในแกนสับปะรดกลับอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าเนื้อสีเหลืองๆ ของมันเสียอีก ไม่ว่าจะเป็น การช่วยย่อยเนื้อสัตว์ภายหลังรับประทานอาหาร, ช่วยลดการอักเสบของกระเพาะและลำไส้, กระตุ้นระบบขับถ่าย, ช่วยขับปัสสาวะ, ป้องกันการเกิดนิ่ว และยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ อีกด้วย

นอกจากการรับประทานเนื้อสดของสับปะรด ยังนิยมนำไปทำเป็นอาหารคาวหวานได้หลากหลายชนิด เช่น แกงสับปะรด ข้าวผัดสับปะรด แกงคั่วสับปะรดกับหอยแมลงภู่ หากเป็นของหวานก็มีทั้งขนม เครื่องดื่ม รวมไปถึงการแปรรูปให้อยู่ในรูปของการถนอมอาหาร

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่