ความรู้สุขภาพ

วิตามินเอสำคัญไฉน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 184592490 %281%29

วิตามินเอสำคัญไฉน?
อ่านข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับวิตามินเอ ทั้งข้อเท็จจริงที่น่ารู้ อาธิ หน่วยวัดวิตามินเอ ประโยชน์ของวิตามินเอต่อร่างกาย โรคจากการขาดวิตามินแหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด รวมทั้งคำแนะนำที่น่าสนใจต่างๆมากมาย สามารถอ่านต่อได้ที่นี่

ข้อเท็จจริง
วิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายในไขมันจึงต้องการไขมันและแร่ธาตุในการดูดซึมเข้าร่างกาย
ร่างกายเราสามารถเก็บสะสมวิตามินเอได้จึงไม่จำเป็นต้องรับประทานทดแทนทุกวันวิตามินเอแบ่งเป็นสองรูปคือวิตามินเอแบบสำเร็จที่เรียกว่า เรตินอล (พบในอาหารที่มาจากสัตว์เท่านั้น) และโปร-วิตามินเอ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า แคโรทีน (พบในอาหารที่มาจากทั้งพืชและสัตว์)
วิตามินเอ มีหน่วยวัดเป็น USP (United States Pharmacopeia) หรือ IU และ RE (Retinol Equivalents)

1,000 RE (หรือ 5,000 ไอยู) เป็นขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันสำหรับผู้ใหญ่เพศชายเพื่อป้องกันการขาดวิตามิน สำหรับผู้หญิงขนาดที่แนะนำคือ 800 RE (4,000 ไออยู่) ในระหว่างตั้งครรภ์ไม่แนะนำให้รับประทานเพิ่ม แต่ในหญิงให้นมบุตร อาจรับประทานเพิ่ม 500 RE ในช่วงหกเดือนแรกและเพิ่มอีก 400 RE ในช่วงหกเดือนหลัง

ยังไม่มีขณะที่แนะนำให้รับประทานต่อวันสำหรับเบต้าแคโรทีนเนื่องจาก (อย่าง) ไม่ได้รับการจัดให้เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างเป็นทางการแต่โดยทั่วไปขนาดประมาณ 10,000 ถึง 10,500

ไอยูของเบต้าแคโรทีนถือเป็นขนาดที่พอเพียงและเทียบเท่าได้กับขนาดที่แนะนำสำหรับวิตามินเอ

หมายเหตุ : เนื้อหาตลอดทั้งเล่มนี้ เบต้าเคโรทีนจะเป็นรูปที่แนะนำสำหรับวิตามินเอ ผมนิยมรูปนี้มากกว่าเพราะไม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นพิษจากการสะสมเหมือนวิตามินเอ ยิ่งไปกว่านั้นยังผมว่าเบต้าเคโรทีนช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิดได้ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิดที่เซลล์ซึ่งเป็นเซลล์ที่ต่อสู้การติดเชื้อต่างๆและเบต้าแคโรทีนยังเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจด้วย

วิตามินนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร

  • ช่วยป้องกันอาการตาบอดกลางคืนเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นและช่วยในการรักษาโรคตาหลายโลกด้วยกัน (ช่วยสร้างแมสเสจที่มีคุณสมบัติไวต่อแสงนัยน์ตา) เสริมสร้างภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อในทางเดินหายใจ
  • ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี
  • ย่นระยะเวลาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ
  • ช่วยให้เนื้อเยื่อชั้นนอกของอวัยวะมีสุขภาพดี
  • ช่วยลดจุดด่างดำที่ผิวหนัง
  • ส่งเสริมการเจริญเติบโต ความแข็งแรงของกระดูกและสุขภาพของผิวพรรณ ผม ฟันและเหงือก
  • เมื่อใช้ทาบริเวณผิว จะมีส่วนช่วยในการรักษาสิว ริ้วรอยตื้นๆ โรคผิวหนังชนิดที่เป็นตุ่มผู้พองที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ฝี ชนะตุและแผลเปิดต่างๆ
  • ช่วยในการรักษาโรคถุงลมโป่งพองและไทรอยด์เป็นพิษ

โรคจากการขาดวิตามิน

โรคนัยน์ตาแห้ง อาการตาบอดกลางคืน พบได้บ่อยกว่าการขาดวิตามินเกิดจากการดูดซึมไขมันบกพร่องเรื้อรังและยังพบมากในเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบเนื่องมาจากรับประทานอาหารไม่เพียงพอ

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด

น้ำมันตับปลา ตับ แครอท ผักสีเหลืองและเขียวเข้ม ไข่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม มาการีนและผลไม้สีเหลือง (ความเข้มของสีผักและผลไม้ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ปริมาณเบต้าแคโรทีนที่เชื่อถือได้เสมอไป)

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

โดยทั่วไปมีวางขายสองรูปคือรูปที่สกัดจากน้ำมันตับปลาธรรมชาติและรูปกระจายตัวในน้ำ ซึ่งรูปนี้จะเป็นในรูปของแอซิเทตหรือปาล์มมิเทต เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ควรรับประทานน้ำมันโดยเฉพาะผู้ที่เป็นสิวง่าย ขนาดที่แนะนำโดยทั่วไปคือ 5000 ถึง 10,000 ไอยู

กรด วิตามินเอแบบทา (เรตินเอ) ซึ่งใช้ในการรักษาสิวเป็นหลักและกำลังมีการทำตลาดในเรื่องของการรักษาริ้วรอยในสหรัฐอเมริกา เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากเกินไป

หากรับประทานมากกว่า 50,000 ไออยู่ต่อเนื่องกันทุกวันเป็นเวลาหลายเดือนอาจเป็นอันตรายได้ในผู้ใหญ่ หากรับประทานมากกว่า 18,500 ไออยู่ต่อเนื่องกันทุกวันอาจก่อให้เกิดผลที่เป็นอันตรายในเด็กทารก หากรับประทานเบต้าแคโรทีนมากกว่า 34,000 ไอยูต่อเนื่องกันทุกวันทำให้ผิวออกเหลืองได้

อาการที่บ่งชี้ว่ามีวิตามินเอสะสมมากเกินไปได้แก่ ผมร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ผิวลอก ตามัว ผื่น ปวดกระดูก ประจำเดือนมาไม่ปกติ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะและตับบวมโต

ศัตรู

กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนและแคโรทีนจะทำงานขัดแย้งกันกับวิตามินเอหากมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ไม่เพียงพอ

คำแนะนำส่วนตัว

  • คุณต้องการวิตามินเออย่างน้อย 10,000 ไออยู่หากคุณรับประทานวิตามินอี 400 ไออยู่หรือมากกว่าทุกวัน
  • หากคุณรับประทานยาคุมกำเนิด ความต้องการวิตามินเอของคุณจะลดลง
  • หากคุณรับประทานตับ แครอท ผักขม มันเทศหรือแคนตาลูปในปริมาณมากเป็นประจำทุกสัปดาห์คุณไม่น่าจะต้องรับประทานวิตามินเอเสริมอาหารอีก
  • ไม่ควรรับประทานวิตามินเอร่วมกับน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ
  • วิตามินเอทำงานร่วมกับวิตามินบีรวม วิตามินดี วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และสังกะสีได้ดีที่สุด (ตับบต้องการสังกะสีเป็นตัวช่วยในการนำวิตามินเอออกมาใช้)
  • วิตามินเอช่วยป้องกันวิตามินซีจากการถูกออกซิไดซ์
  • ไม่ควรให้สุนัขหรือแมวของคุณรับประทานวิตามินเอเสริมนอกเสียจากว่าสัตวแพทย์แนะนำเฉพาะเจาะจงให้รับประทาน
  • หากคุณรับประทานยาลดระดับคลอเรสเตอรอลเช่น เควสแทรน (คอเลสไทรามีน) ร่างกายของคุณจะดูดซึมวิตามินเอได้น้อยลงและอาจต้องรับประทานเสริม
  • อนุพันธ์ของวิตามินเอในรูปแบบรับประทานที่ใช้ในการรักษาปัญหาผิวหนังเป็นยาที่มีฤทธิ์แรงอาจทำให้เด็กในครรภ์พิการได้ หญิงมีครรภ์จะไม่ควรรับประทาน
  • หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุน ดร.เอิร์ล มินเดลล์ (ผู้แต่ง) พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (แปล) ได้โดยการซื้อหนังสือวิตามินไบเบิล

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่