จิตวิทยา

ดิฉันรับประทานยารักษาโรคซึมเศร้าแล้วตั้งครรภ์ ….จำเป็นต้องหยุดยามั้ยคะ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 531049863

คำถามนี้เป็นคำถามที่สร้างความกังวลใจให้ผู้หญิงหลายคนที่รับประทานยารักษาโรคทางจิตเวช รวมทั้งโรคซึมเศร้าได้ไม่น้อย เมื่อมีครอบครัวย่อมมีโอกาสตั้งครรภ์ 

หากผู้ป่วยที่รับประทานยารักษาโรคซึมเศร้าแล้ววางแผนจะตั้งครรภ์  รวมถึงผู้หญิงมีครรภ์ที่มีอาการโรคซึมเศร้าเกิดขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์  ควรได้รับทราบข้อมูลถึงความเสี่ยง ต่อการเกิดความพิการต่อทารกจากการใช้ยาในระหว่างตั้งครรภ์ เปรียบเทียบกับผลดีในการป้องกันอาการกำเริบ  และควรเลือกใช้ยาที่มีความเสี่ยงต่ำต่อทารกในครรภ์และมารดา

การแบ่งประเภทกลุ่มยา

เรามาทำความรู้จักการแบ่งประเภทกลุ่มยา ตามข้อมูลความปลอดภัยต่อทารกในครรภ์ โดยสามารถแบ่งได้เป็น 5 กลุ่ม ได้แก่

  • ยากลุ่ม A  หมายถึง  ยาที่ไม่พบว่ามีความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์เลย จากการศึกษาทดลองแบบควบคุมในมนุษย์  ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อนำมาใช้ในมารดาที่กำลังตั้งครรภ์
  • ยากลุ่ม B  หมายถึง  ยาที่ไม่พบความเสี่ยงต่อตัวอ่อนจากการศึกษาในสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่มีการศึกษาแบบควบคุมในมนุษย์
  • ยากลุ่ม C  หมายถึง  ยาที่พบว่ามีผลเสียต่อตัวอ่อนในสัตว์ทดลอง  แต่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอในมนุษย์
  • ยากลุ่ม D  หมายถึง  ยาที่มีหลักฐานว่า มีความเสี่ยงต่อการเกิดความพิการในครรภ์ แต่ผลดีจากการใช้ยา มีมากกว่าความเสี่ยงนั้น เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ยา เพื่อความปลอดภัยของมารดา
  • ยากลุ่ม X  หมายถึง  ยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดความพิการในทารก และความเสี่ยงนั้นมีมากกว่าผลดีจากการใช้ยา จึงเป็นกลุ่มยาที่ห้ามใช้โดยเด็ดขาดขณะตั้งครรภ์

เมื่อพิจารณาถึงกลุ่มยาต่าง ๆ ที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้า สามารถแบ่ง ตามความปลอดภัยของยาต่อทารกในครรภ์ได้ ดังนี้

  • ยารักษาโรคซึมเศร้ากลุ่ม Tricyclic antidepressants:  มีข้อมูลการใช้ยากลุ่มนี้ในช่วงตั้งครรภ์ พบว่าไม่เกิดความพิการในทารก แต่อย่างไรก็ตามการใช้ยาในกลุ่ม Tricyclic antidepressants ในขนาดสูงและใช้ยาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระยะใกล้คลอด พบว่าอาจทำให้เกิดอาการถอนพิษยาในเด็กทารกได้ อาการที่อาจพบ ได้แก่ อาการงอแง สั่น ท้องเสีย กินนมยาก กดระบบทางเดินหายใจ และอาการชัก โดยส่วนใหญ่อาการมักเกิดขึ้นภายใน 72 ชั่วโมงหลังคลอด  แต่อาจเกิดต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งได้เช่นกัน แต่ไม่เพียงเฉพาะยากลุ่ม Tricyclic antidepressants  เท่านั้น ที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว เพราะยารักษาโรคซึมเศร้ากลุ่มอื่น หรือยาตัวอื่น ๆ ก็อาจเกิดปัญหาดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน
  • ยารักษาโรคซึมเศร้ากลุ่ม SSRIs:  ความปลอดภัยของยากลุ่มนี้ เมื่อนำมาใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ค่อนข้างหลากหลาย  แพทย์อาจเลือกใช้ยากลุ่มนี้ตามแนวทางการรักษาในปัจจุบัน  ยกตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่
    • Fluoxetine  ไม่มีหลักฐานว่ายาเพิ่มความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ โดยปกติ fluoxetine จัดเป็นยาที่มีความปลอดภัยต่อทารกในครรภ์ในกลุ่ม C แต่จัดเป็นยากลุ่ม D หากใช้ยาในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์  อาจเลือกใช้ยานี้ เมื่อไม่สามารถใช้ยา Sertraline ได้ แต่ควรใช้ด้วยความระมัดระวังภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น  
    • Sertraline  เป็นยารักษาโรคซึมเศร้าที่มีระดับความปลอดภัย ต่อทารกในครรภ์ กลุ่ม C โดยส่วนใหญ่แนวทางการรักษาโรคซึมเศร้าในหญิงตั้งครรภ์ มักแนะนำให้เลือกใช้ยา Sertraline เป็นลำดับแรก รองลงมาคือ fluoxetine ไม่นิยมเลือกยากลุ่ม Tricyclic antidepressants
    • สำหรับยาตัวอื่นๆในกลุ่ม SSRIs เช่น Paroxetine และกลุ่มใกล้เคียง เช่น mianserin, Trazodone, citalopram, venlafaxine, reboxetine ล้วนเป็นยาที่มีระดับความปลอดภัย ต่อทารกในครรภ์กลุ่ม C หรือ D มีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับความพิการของทารกในครรภ์ หากมีการนำมาใช้ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ภายใต้การดูแลของแพทย์
  • ยารักษาโรคซึมเศร้า กลุ่ม MAOIs:  ยากลุ่มนี้มีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้เมื่อตั้งครรภ์เช่นกัน  จึงควรหลีกเลี่ยงใช้ยากลุ่มนี้เมื่อผู้ป่วยตั้งครรภ์

โดยทั่วไปแล้วผู้หญิงที่มีการวินิจฉัยและรักษาด้วยยาโรคซึมเศร้าแล้ว หากวางแผนล่วงหน้าที่จะตั้งครรภ์  แพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ยาที่สามารถรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนเข้าสู่การตั้งครรภ์  และหากเป็นไปได้ ก็จะหยุดการรักษาด้วยยาโรคซึมเศร้า เมื่อเข้าสู่การตั้งครรภ์

หากสมมุติว่าไม่ได้วางแผนการตั้งครรภ์  แต่เกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา ผู้ป่วยจำเป็นต้องงดยารักษาโรคซึมเศร้าหรือไม่ ?

ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นระยะเวลา 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ที่อวัยวะต่าง ๆ ของทารกมีการก่อตัวและเจริญเติบโต  โดยหลักการแล้ว แพทย์อาจพิจารณาหยุดยา  หรือถ้าจำเป็นให้ใช้ยา แพทย์จะพิจารณาใช้ยาขนาดต่ำสุดที่ยังคงประสิทธิภาพในการรักษา เนื่องจากในผู้ป่วยหลายรายที่หยุดยาทำให้อาการกำเริบได้  และหลีกเลี่ยงการใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน เพราะจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์เพิ่มขึ้น ต่อเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 และ 3  ความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์และผลกระทบต่างๆจากยามักจะลดลง อย่างไรก็ตาม ในการใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์ แพทย์จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยง และผลประโยชน์ของการให้ยาและเลือกยาที่ปลอดภัยมากที่สุดมีผลต่อทารกในครรภ์น้อยที่สุด

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก
ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก

ความเสี่ยงของการแท้งบุตรในกรณีที่มีทารกในครรภ์มีอัตราการเต้นของหัวใจที่ค่อนข้างช้าในช่วงไตรมาสแรก

อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด

ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว  (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี