การตั้งครรภ์

การตรวจทางการแพทย์ที่จำเป็นในช่วงไตรมาสแรก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
การตรวจทางการแพทย์ที่จำเป็นในช่วงไตรมาสแรก

ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์จะมีการตรวจที่จำเป็นหลายอย่าง เช่น การกรุ๊ปเลือด ตรวจคัดกรองโรคโลหิตจาง ตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อโรคหัดเยอรมัน ตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ซิฟิลิส เชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ  และยังมีการตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมที่จำเป็นด้วย เช่น การตรวจหาภาวะดาวน์ซินโดรม เป็นต้น ดังนั้นก่อนการเข้ารับการตรวจใดๆ แนะนำให้พูดคุยกับแพทย์ถึงข้อดี ข้อเสีย ที่จะเกิดขึ้น ก่อนตัดสินใจตรวจเสมอ

ในระหว่างการตั้งครรภ์จะมีการตรวจทางการแพทย์ที่จำเป็นต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งคุณและทารกในครรภ์มีสุขภาพแข็งแรง โดยในช่วงไตรมาสแรก (3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์) จะมีการตรวจที่จำเป็นดังนี้

การตรวจเลือด

ในครั้งแรกที่คุณมาพบแพทย์ แพทย์จะตรวจเลือดของคุณเพื่อดูกรุ๊ปเลือด ตรวจคัดกรองโรคโลหิตจาง ตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อโรคหัดเยอรมัน (rubella) ตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ซิฟิลิส เชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

นอกจากนี้เชื้อชาติและประวัติครอบครัวจะถูกใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตรวจอื่นๆ เพิ่มเติม โดยแพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้ารับการตรวจและรับคำปรึกษาเรื่องความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางพันธุกรรม เช่น cystic fibrosis, โลหิตจางชนิด sickle cell (หากไม่เคยได้รับการตรวจก่อนการตั้งครรภ์) และอาจมีการตรวจการติดเชื้อ toxoplasmosis และ varicella (เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคอีสุกอีใส) รวมถึงตรวจระดับฮอร์โมน hCG ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างจากรก (placenta) และ/หรือ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ อีกด้วย

การตรวจปัสสาวะ

แพทย์จะให้คุณเก็บปัสสาวะเพื่อตรวจหาการติดเชื้อที่ไต และถ้าจำเป็นการตรวจปัสสาวะจะใช้เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ โดยการวัดระดับฮอร์โมน hCG ในปัสสาวะ (สามารถใช้การตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมน hCG เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์แทนได้) ปัสสาวะจะถูกเก็บอย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจหาระดับน้ำตาลกลูโคส (สัญญาณของโรคเบาหวาน) และอัลบูมิน (โปรตีนที่อาจบ่งชี้ว่ามีภาวะครรภ์เป็นพิษ, ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์)

 นอกจากที่กล่าวมาข้างต้น ในช่วงไตรมาสแรก คุณอาจได้รับคำแนะนำให้ตรวจทางพันธุกรรม โดยก่อนอื่นคุณต้องตัดสินใจก่อนว่าคุณต้องการตรวจทางพันธุกรรมหรือไม่ บางคนจะรู้สึกว่าการตรวจทางพันธุกรรมเหล่านี้อาจทำให้มีอาการเครียดเกินไป เพราะพวกเขาต้องการให้แน่ใจว่าลูกที่เกิดออกมานั้นจะมีพันธุกรรมที่เป็นปกติ

บางคนอาจต้องการตรวจทุกอย่างเท่าที่ตรวจได้ แต่อย่างไรก็ตามการตรวจทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรให้ผลแม่นยำที่ 100% ดังนั้นให้พูดคุยปรึกษากับแพทย์ถึงข้อดีและข้อเสียเพื่อดูว่าการตรวจทางพันธุกรรมนั้นมีความเหมาะสมสำหรับคุณและการตั้งครรภ์ของคุณ ก่อนดำเนินการตรวจต่อไป โดยการตรวจทางพันธุกรรมมีตัวเลือกในการตรวจที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเลือดเพียงอย่างเดียวหรือการตรวจอัลตราซาวด์ ซึ่งไม่มีความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ แต่ถ้าผลการตรวจเบื้องต้นนี้ให้ผลผิดปกติ แพทย์จะแนะนำให้มีการตรวจอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งเมื่อถึงจุดนี้ คุณจะต้องตัดสินใจว่าจะต้องการตรวจต่อไปหรือไม่

หนึ่งในการตรวจทางพันธุกรรมในไตรมาสแรก คือ การตรวจเลือดร่วมกับการตรวจอัลตราซาวด์ เพื่อคัดกรองโรคดาวน์ซินโดรม (down syndrome) ซึ่งจะตรวจได้ในช่วงอายุครรภ์ 11-14 สัปดาห์ โดยการตรวจเลือดจะวัดระดับฮอร์โมน hCG และ/หรือ ระดับ PAPP-A (pregnancy-associated plasma protein A) ในเลือดของมารดา ร่วมกับการตรวจอัลตราซาวด์เพื่อดูลักษณะผิวหนังด้านหลังคอของทารกในครรภ์ (เรียกว่า nuchal translucency) ซึ่งการตรวจนี้จะทำให้ทราบว่าทารกในครรภ์มีโอกาสเป็นโรคดาวน์ซินโดรม และโรคความผิดปกติทางพันธุกรรมอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การตรวจนี้เป็นเพียงการตรวจคัดกรอง ดังนั้นจะต้องมีการตรวจวินิจฉัยเชิงลึกเพิ่มเติมหากผลการตรวจคัดกรองให้ผลบวก คือ การตรวจชิ้นเนื้อรก (Chorionic villus sampling (CVS))

Non-Invasive Prenatal Testing (NIPT) screening:

การตรวจนี้เป็นการตรวจ free fetal DNA ซึ่งทำได้ทันทีหลังจากตั้งครรภ์ครบ 10 สัปดาห์ โดยจะเจาะเลือดมารดามาตรวจหาปริมาณ free fetal DNA ที่อยู่ในเลือดของมารดา โดยจะสามารถตรวจพบได้แม่นยำถึง 99% ของการตั้งครรภ์ที่เป็นดาวน์ซินโดรมทั้งหมด  และการตรวจนี้ยังใช้ในการหาความผิดปกติของโครโมโซมอื่นๆ ด้วย

การตรวจชิ้นเนื้อรก (Chorionic villus sampling (CVS)):

ถ้าคุณอายุ 35 ปีขึ้นไป, มีประวัติครอบครัวเป็นโรคบางอย่าง, มีผลการตรวจสอบทางพันธุกรรมเบื้องต้นให้ผลบวก คุณจะได้รับคำแนะนำให้ตรวจชิ้นเนื้อรกเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการตรวจที่รุกรานร่างกาย โดยจะทำในช่วงสัปดาห์ที่ 10-12 ของการตั้งครรภ์ การตรวจชิ้นเนื้อรกจะตรวจพบความผิดปกติทางพันธุกรรมได้หลายชนิด เช่น ดาวน์ซินโดรม, โลหิตจางชนิด sickle cell, cystic fibrosis, hemophilia, และ muscular dystrophy การตรวจจะมีอยู่สองวิธีคือ การสอดท่อดูดขนาดเล็กเข้าไปทางปากมดลูก หรือ การเจาะเข็มผ่านหน้าท้อง เพื่อเอาเนื้อเยื่อจากรกไปตรวจ การตรวจนี้จะมีความเสี่ยง 1% ที่จะแท้ง และให้ผลแม่นยำประมาณ 98% ในการวินิจฉัยโรคความผิดปกติของโครโมโซม แต่การตรวจนี้จะแตกต่างจากการเจาะน้ำคร่ำไปตรวจ (amniocentesis) คือ ไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติของหลอดประสาทไม่ปิด เช่น spina bifida ได้ 

อย่างไรก็ตามก่อนการตรวจใดๆ ระหว่างการตั้งครรภ์ ให้ปรึกษาและพูดคุยกับแพทย์ก่อน ซึ่งคุณสามารถตัดสินใจได้ว่าการตรวจใดที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

 https://www.webmd.com/baby/guide/first-trimester-tests#1

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก
ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก

ความเสี่ยงของการแท้งบุตรในกรณีที่มีทารกในครรภ์มีอัตราการเต้นของหัวใจที่ค่อนข้างช้าในช่วงไตรมาสแรก

อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด

ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว  (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี