สุขภาพผู้หญิง

ตกขาวก่อน ช่วง และหลังมีประจำเดือนแปลว่าอะไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 548,314 คน

ตกขาวก่อน ช่วง และหลังมีประจำเดือนแปลว่าอะไร

ตกขาวเป็นเรื่องใกล้ตัวในสภาวะปกติของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่จะต้องเป็นกันทุกคน โดยเป็นอาการที่มีสารคัดหลั่งหรือเมือกขาวไหลออกมาจากช่องคลอด ซึ่งไม่ใช่เลือดหรือประจำเดือน และอาจจะมาก่อนมีประจำเดือนหรือหลังมีประจำเดือนก็ได้

ลักษณะของตกขาวปกติ

จะมีลักษณะเป็นมูกใสๆ ไม่มีสี หรือเป็นสีขาวข้นคล้ายแป้งเปียก มีกลิ่นจำเพาะแต่ไม่เหม็นและไม่คัน ปริมาณไม่มาก เป็นสารคัดหลั่งที่ออกมาเพื่อคงความชุ่มชื้นให้กับภายในช่องคลอด ช่วยหล่อลื่นช่องคลอดรวมทั้งปรับสภาพความเป็นกรดด่างเพื่อให้เกิดความสมดุล ช่วยฆ่าเชื้อโรคและขับสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปในช่องคลอด

ลักษณะของตกขาวอาจเปลี่ยนแปลงได้บ้าง ทั้งนี้ปริมาณ สี และกลิ่น จะขึ้นอยู่กับฮอร์โมนของเพศหญิงที่มีชื่อว่า “เอสโตรเจน” และ “โปรเจสเตอโรน” เมื่อถึงช่วงกึ่งกลางประจำเดือนแล้วฮอร์โมนเพศหญิงจะสูงมาก ทำให้ตกขาวอาจมีลักษณะขุ่นๆ เป็นเมือกขาว แต่ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงไหนของประจำเดือน ตกขาวจะต้องไม่มีกลิ่นเหม็นหรือมีปริมาณที่มากผิดปกติจากที่เคยเป็นในแต่ละคน

ตกขาวก่อนและหลังมีประจำเดือนบอกอะไร

ในวงจรของตกขาวที่ปกติมักจะเกิดขึ้น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงก่อนประจำเดือนมาที่ตกขาวจะมีลักษณะใสและมีปริมาณมาก เพราะช่วงนี้เป็นระยะที่มีไข่ตก ส่วนช่วงกลางรอบเดือนจะมีลักษณะเป็นมูกใสๆ คล้ายกับน้ำมูก ไม่มีกลิ่น และมักจะมีอารมณ์ทางเพศสูงอีกด้วย แต่ถ้าเป็นช่วงที่ใกล้เป็นประจำเดือนจะมีตกขาวหนาและเหนียวขึ้น

สำหรับช่วงตั้งครรภ์โดยเฉพาะใน 3 เดือนแรก ผู้หญิงจะมีตกขาวมากผิดปกติ และหลังวัยหมดประจำเดือนจะมีตกขาวน้อยลงหรือไม่มีเลยก็ได้

ลักษณะของตกขาวที่ผิดปกติ

ตกขาวจะมีสีที่แปลกไปอย่างเช่นสีเทา สีเหลือง สีชมพู สีเขียว หรือบางรายอาจมีเลือดปน มีกลิ่นเหม็นคล้ายหนอง มีปริมาณตกขาวมากผิดปกติหรือจับตัวเป็นก้อนหนา อาจมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย ปัสสาวะขัด หรือรู้สึกแสบคัน ซึ่งตกขาวเหล่านี้ไม่ว่าจะเกิดก่อนหรือหลังมีประจำเดือน นั่นคือตกขาวที่ผิดปกติและบ่งบอกว่าอาจเป็นโรคต่างๆ ได้

  • ตกขาวสีเหลืองหรือสีเขียว พบว่าส่วนใหญ่ติดเชื้อหนองในแท้หรือหนองในเทียม มักจะมีอาการคันรอบๆ บริเวณช่องคลอด
  • ตกขาวสีเขียว อาจติดเชื้อพยาธิ มักมีกลิ่นเหม็น อาจจะมีฟองปนและมีอาการแสบคันในช่องคลอดมาก ปัสสาวะแสบขัด และเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ตกขาวสีเทาหรือขาวขุ่น ติดเชื้อแบคทีเรีย มีกลิ่นเหม็นคาว มีลักษณะคล้ายกับแป้งเปียกหรือนมบูด อีกทั้งยังรู้สึกแสบคันที่ช่องคลอด
  • ตกขาวสีน้ำตาล อาจหมายถึงผนังมดลูกลอกออกมา มักพบหลังมีประจำเดือนไปแล้ว ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของผนังมดลูก
  • ตกขาวมีเลือดปน หากมีอาการปวดท้องน้อยและรู้สึกเจ็บขณะปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ อาจเป็นสาเหตุของโรคร้ายได้ อย่างเช่นโรคมะเร็งปากมดลูก เป็นต้น

การป้องกันไม่ให้เกิดตกขาวที่ผิดปกติ

  1. รักษาความสะอาดของอวัยวะเพศ ควรใช้น้ำเปล่าและสบู่อ่อนๆ เท่านั้น ไม่ควรใช้น้ำยาหรือสบู่ฆ่าเชื้อและสเปรย์หอมฉีดพ่น เพื่อป้องกันการเกิดอาการระคายเคือง รวมทั้งไม่สวนล้างช่องคลอดข้างใน และเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ โดยเช็ดจากด้านหน้าไปทางด้านหลัง
  2. ใช้กางเกงในผ้าฝ้าย ควรเป็นผ้าฝ้ายที่ระบายความร้อนได้ดี เพื่อป้องกันการอับชื้นและควรใช้กางเกงในที่สะอาด หมั่นตากแดดให้แห้งเป็นประจำ
  3. ล้างเครื่องสุขภัณฑ์ก่อนใช้ ควรล้างทำความสะอาดโถส้วมเสียก่อน จะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ดี และหมั่นทำความสะอาดห้องน้ำบ่อยๆ เพื่อที่จะได้ไม่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค
  4. พบแพทย์ทันที เมื่อพบว่าเป็นตกขาวที่ผิดปกติ จะต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานให้เป็นเรื้อรัง เพราะจะเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงหรือมีภาวะโรคแทรกซ้อนได้

ผู้หญิงทุกคนต้องหมั่นดูแลสุขอนามัยให้ดี พร้อมทั้งออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัยอย่างสม่ำเสมอ จะได้เป็นการเสริมให้ร่างกายแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันโรคที่อาจเกิดจากตกขาวได้ดียิ่งขึ้น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่