Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HD
การตั้งครรภ์

คุณแม่ตั้งครรภ์ใช้ยาอะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) ปลอดภัยหรือไม่

สตรีมีครรภ์ต้องระวัง กินยาพาราเซตามอลช่วงตั้งครรภ์ มีผลกระทบอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 18 ก.พ. 2019 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 รีวิวเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
คุณแม่ตั้งครรภ์ใช้ยาอะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) ปลอดภัยหรือไม่

แพทย์พิจารณาแล้วว่า ยาอะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) หรือ “พาราเซตามอล (Paracetamol)” เป็นยาบรรเทาอาการปวดและยาลดไข้ที่ปลอดภัย ยาอะเซตามิโนเฟนใช้กันอย่างแพร่หลายมานานหลายสิบปี ทั้งยังมีงานวิจัยมากมายแสดงให้เห็นว่า ยาชนิดนี้ปลอดภัยเมื่อนำมาใช้ระหว่างตั้งครรภ์

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจตับวันนี้ เริ่มต้นที่ 688 บาท พร้อมจองคิวรพ.ให้ ไม่ต้องรอ

ดื่มเหล้าบ่อย อ้วนลงพุง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันสูง หรือมีโรคตับ ควรตรวจตับเป็นประจำ

Istock 1037536402

อย่างไรก็ตาม ไม่มียาชนิดใดในโลกที่การันตีได้ว่าปลอดภัย 100% สำหรับทุกคน บรรดานักวิจัยเองยังคงศึกษาผลที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จากการใช้อะเซตามิโนเฟนระหว่างตั้งครรภ์ สิ่งน่าสนใจที่พบมีดังต่อไปนี้

  • ปัญหาทางด้านพฤติกรรมของเด็กที่จะเกิดมา บางการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การใช้ยาอะเซตามิโนเฟนระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้ในปริมาณมาก หรือใช้ในช่วงสามเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ อาจนำไปสู่การเกิดปัญหาด้านพฤติกรรม เช่น โรคสมาธิสั้น (ADHD) หรืออาการไฮเปอร์ในเด็ก โดยหากใช้ในระยะสั้นๆ ไม่เกิน 8 วัน จะไม่มีปัญหาทางพฤติกรรม ทั้งนี้ยังต้องมีการศึกษาวิจัยต่อไป
  • โรคหอบหืด การศึกษาวิจัยระบุว่า การใช้ยาอะเซตามิโนเฟนระหว่างตั้งครรภ์อาจเชื่อมโยงกับการเป็นโรคหอบหืดในเด็ก และแน่นอน ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยาชนิดนี้ หรือปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น อาการป่วยของมารดา หรืออาการที่เกิดขึ้นหลังจากได้รับการรักษาโดยใช้ยาอะเซตามิโนเฟน มีการศึกษาชิ้นหนึ่ง ผู้ศึกษาทำการติดตามเด็กกลุ่มหนึ่งเป็นระยะเวลา 6 ปีหลังคลอด พบว่าไม่มีความเชื่อมโยงกันระหว่างโรคหอบหืด กับการใช้ยาอะเซตามิโนเฟนของมารดาระหว่างตั้งครรภ์ ทว่าการศึกษาดังกล่าวยังถือว่าใช้ระยะเวลาติดตามผลสั้นเกินไป ในขณะที่อีกการศึกษาพบว่าการใช้ยาอะเซตามิโนเฟนระหว่างตั้งครรภ์ เพิ่มโอกาสที่ลูกจะเกิดมาเป็นหอบหืด ถึง 19 %
  • อาการอัณฑะค้างในท้อง (ทองแดง) บางการศึกษาบ่งชี้ว่า การใช้ยาอะเซตามิโนเฟนนานติดต่อกันเกินกว่า 4 สัปดาห์ โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ อาจส่งผลให้เด็กผู้ชายเกิดมาพร้อมกับอาการอัณฑะค้างในท้อง หรือลูกอัณฑะข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างไม่ลงมาอยู่ในถุงอัณฑะ ในขณะที่งานวิจัยอีกชิ้น แทบจะไม่พบว่ายามีความสัมพันธ์กับการเกิดทองแดงแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงไม่เชื่อว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องปฏิเสธการใช้ยาอะเซตามิโนเฟน แต่หากคุณแม่ต้องการบรรเทาอาการปวดใดๆ ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจำเป็นต้องใช้ยาเป็นประจำ และอาจดีกว่าหากใช้ยาให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ในระหว่างตั้งครรภ์ ที่สำคัญคือ ไม่ควรใช้ยาในปริมาณมากเกินกว่ากำกับไว้ฉลากยาหรือแพทย์แนะนำ เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อตับ ทั้งของคุณแม่เองและของลูกน้อยในครรภ์

นอกจากนี้ คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ดังต่อไปนี้

การพิจารณาการใช้ยาขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และโรคประจำตัวของคุณแม่ด้วย เช่น หากคุณแม่เป็นโรคตับอักเสบชนิดเอ บี หรือซี แพทย์จะแนะนำให้ใช้ยาอะเซตามิโนเฟนวันละไม่เกิน 2 กรัม หรือ 4 เม็ดที่มีปริมาณยา 500 มิลลิกรัม/เม็ด ให้ใช้เพียง 1-2 วัน และหากมีภาวะตับแข็งรุนแรงระยะสุดท้ายละก็ ห้ามใช้ยาอะเซตามิโนเฟนโดยเด็ดขาด

4 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Gurney J, Analgesia use during pregnancy and risk of cryptorchidism: a systematic review and meta-analysis (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/p...), 19 February 2019
Gou X et al., Association of maternal prenatal acetaminophen use with the risk of attention deficit/hyperactivity disorder in offspring: A meta-analysis. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/p...), 19 February 2019
Gerald Briggs, Is it safe to take acetaminophen during pregnancy? (https://www.babycenter.com/404_is-it-safe-to-take-acetaminophen-during-pregnancy_1246887.bc), 7 February 2019

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ทารกมีอัตราการเต้นของหัวใจช้า อันตรายหรือไม่
ทารกมีอัตราการเต้นของหัวใจช้า อันตรายหรือไม่

เรื่องง่ายๆ ที่คุณแม่ทุกคนต้องใส่ใจเพราะอัตราการเต้นของหัวใจสัมพันธ์กับความปลอดภัยของลูกน้อย

อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด

ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี

ดูในแอป