ความรู้สุขภาพ

7 วิธีช่วยบรรเทาอาการท้องเสียที่คุณควรรู้

แนะนำวิธีบรรเทาและรักษาอาการท้องเสีย ทั้งการเลือกรับประทานอาหารและยา
เผยแพร่ครั้งแรก 2 ต.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
7 วิธีช่วยบรรเทาอาการท้องเสียที่คุณควรรู้

หลายคนในที่นี้น่าจะเคยท้องเสียกันมาบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว สาเหตุของอาการท้องเสียมักเกิดจากการทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีเชื้อโรค และอาจเกิดจากผลข้างเคียงของการทานยาบางชนิด โดยมากแล้ว อาการท้องเสียจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง หลังจากที่อาหารที่มีเชื้อโรคถูกขับออกมาจากร่างกาย อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่คุณป่วย คุณสามารถดูแลตัวเองเพื่อให้หายท้องเสียได้เร็วขึ้นโดยใช้วิธีดังนี้

7 วิธีบรรเทาอาการท้องเสีย

1. ดื่มน้ำข้าว

ข้าวที่เราทานกันอยู่ทุกวันนั้นสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องเสียได้ สำหรับวิธีการทานคือ ให้คุณทานในรูปแบบของน้ำข้าว โดยนำข้าว 1 ถ้วยไปต้มในน้ำ 6 ถ้วยสัก 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็ทำการกรองข้าว ซึ่งมีงานวิจัยจากประเทศเยอรมันพบว่า ทั้งน้ำแครอท และน้ำข้าวสามารถช่วยหยุดอาการท้องเสียได้มีประสิทธิผลมากกว่าการดื่มเกลือแร่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

2. รับประทาน Pepto-Bismol

หากคุณท้องเสีย การทานยา Pepto-Bismol สามารถช่วยคุณได้ค่ะ โดยให้คุณหาซื้อตามร้านขายยาทั่วไป ซึ่งมันจะช่วยให้คุณท้องเสียน้อยลง ทั้งนี้ให้คุณทานยาด้วยปริมาณที่ระบุไว้ตรงฉลากของผลิตภัณฑ์ แต่หากคุณยังต้องทานยาไปอีกหลายวัน หรืออาการไม่ดีขึ้น คุณก็ควรไปพบแพทย์ค่ะ

3. รับประทานแบคทีเรียชนิดดี

ถ้าอาการท้องเสียเกิดจากการมีแบคทีเรียชนิดไม่ดีในลำไส้มากเกินไป ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากการทานยาปฏิชีวนะ การทานแบคทีเรียชนิดดีสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ซึ่งคุณสามารถเติมแบคทีเรียชนิดดีให้ร่างกาย โดยทานโปรไบโอติกแบบอาหารเสริม หรือจะทานอาหารบางชนิดอย่างโยเกิร์ต หรือซาวเคราท์ ซึ่งล้วนแต่อุดมไปด้วยแบคทีเรียชนิดดี

4. รับประทานไฟเบอร์เพิ่มขึ้น

ในกรณีที่อาการท้องเสียเกิดขึ้นแบบเรื้อรัง การทานอาหารเสริมที่เป็นไฟเบอร์อย่างไซเลียม (Psyllium) และเมทิลเซลลูโลส (Methylcellulose) สามารถช่วยชะลอ และหยุดการถ่ายเหลว หรือคุณสามารถเติมไฟเบอร์ให้ร่างกายโดยทานอาหารจำพวกถั่ว และรำข้าวโอ๊ต แต่คุณต้องมั่นใจว่าได้เพิ่มการทานอย่างช้าๆ เพราะหากคุณทานครั้งละเป็นจำนวนมากหรือเร็วเกินไป มันก็จะทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนในภายหลัง

5. หลีกเลี่ยงการทานอาหารจังก์ฟู้ด

การทานอาหารที่มีน้ำตาล หรือไขมันสูงสามารถทำให้อาการท้องเสียแย่ลง น้ำตาลทำให้เกิด Osmotic effect ในลำไส้ ซึ่งหมายความว่ามันจะดึงน้ำเข้าไปในอุจจาระมากขึ้น ซึ่งน้ำตาลแลคโตส และฟรุคโตสคือตัวปัญหา โดยหมายความรวมถึงอาหารจั๊งค์ฟู้ดที่มักใส่คอร์นไซรัป ซึ่งมีน้ำตาลฟรุกโตสสูงเช่นกัน

6. รับประทานยาอิโมเดียม

สำหรับวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการท้องร่วงได้ในทันทีคือ ให้คุณทานอิโมเดียม ซึ่งเป็นยาที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป ยาชนิดนี้จะช่วยชะลอการเคลื่อนไหวของลำไส้ แต่มีข้อควรระวังตรงที่อิโมเดียมจะดีสำหรับการบรรเทาอาการท้องเสียในระยะสั้นเท่านั้น ทั้งนี้ให้คุณทานยาตามที่ฉลากระบุไว้ หากคุณยังท้องเสียต่อเนื่องหลังจากผ่านไป 2 วัน มันก็ถึงเวลาที่คุณต้องไปโรงพยาบาลค่ะ

7. หลีกเลี่ยงการทานอาหารบางชนิด

ท้องเสียเรื้อรังมักเกิดจากความผิดปกติในการย่อยอาหาร หรือการดูดซึมสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล ซึ่งคุณจะรับรู้ได้ เพราะมันมักเกิดขึ้นหลังจากที่คุณทานอาหาร และมีอาการท้องอืด หรือมีอาการปวดท้องตามมา สำหรับวิธีแก้ปัญหาคือ ให้คุณหลีกเลี่ยงการทานผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมหรือธัญพืช

หากคุณพบว่ามีเลือดปะปนออกมากับอุจจาระ ท้องเสียจนต้องลุกขึ้นมาถ่ายกลางดึก หรือน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว คุณไม่ควรนิ่งนอนใจ และควรรีบไปหาหมอในทันที


1 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม