Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ทำความรู้จักกับ “สิวหัวดำ” ปัญหาผิวที่ทำให้หลายคนกลุ้มใจ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,691,128 คน

ทำความรู้จักกับ “สิวหัวดำ” ปัญหาผิวที่ทำให้หลายคนกลุ้มใจ

สิวหัวดำเป็นสิวที่มีขนาดเล็กและมีสีดำ ซึ่งพบได้บ่อยบนใบหน้าและลำคอ ทั้งนี้สิวหัวดำเป็นสิวที่ไม่ได้มีความร้ายแรง แต่มันสามารถปรากฏขึ้นโดยปราศจากสัญญาณที่บ่งบอกถึงการมีสิว นอกจากนี้สิวหัวดำยังมีเมลานินเวอร์ชั่นที่ผ่านการออกซิไดซ์แล้ว อย่างไรก็ตาม การรับมือกับสิวหัวดำอย่างถูกวิธีสามารถช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาแย่ลง

สิวหัวดำคืออะไร?

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ใครที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวขาดความชุ่มชื่น ขาดคอลลาเจนหรืออายุเริ่มมากขึ้น

เราอยากชวนคุณมาทดสอบ (มีค่าตอบแทนให้)

Istock 490582789

สิวหัวดำคือสิวชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ความมัน และซีบัม อุดตันอยู่ในรูขุมขน โดยมีสีเข้ม เมื่อรูขุมขนอุดตัน เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วในรูขุมขนที่เปิดอยู่จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศและเปลี่ยนเป็นสีดำ ทั้งนี้สิวหัวดำมักปรากฏบนใบหน้า แผ่นหลัง คอ หน้าอก แขน และหัวไหล่

สาเหตุ

มีบางปัจจัยสามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดสิวหัวดำ ตัวอย่างเช่น

  • อายุและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: เราสามารถพบสิวหัวดำได้ทั่วไปในคนวัยหนุ่มสาว เมื่อฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง มันก็จะกระตุ้นให้ซีบัมถูกผลิตออกมามากขึ้น
  • แอนโดรเจน: เป็นฮอร์โมนเพศชายที่กระตุ้นให้ซีบัมถูกหลั่งออกมามากขึ้น และทำให้มีการผลัดเซลล์ผิวในช่วงที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวมากขึ้น ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายมีระดับของแอนโดรเจนสูงในระหว่างที่เป็นวัยรุ่น
  • ประจำเดือน การตั้งครรภ์ และการใช้ยาคุมกำเนิด: สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เกิดสิวหัวดำในผู้หญิง

ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดสิวหัวดำ เช่น การอุดตันของรูขุมขนที่เกิดจากเครื่องสำอาง มีเหงื่อออกมาก โกนขน และทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้รูขุมขนเปิดออก ความชื้นในอากาศสูง ความเครียด ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน ยาที่ทำให้มีการผลัดเซลล์ผิวอย่างรวดเร็ว การใช้ยาที่มีสเตียรอยด์ ฯลฯ

อาการ

อาการหลักก็คือ การมีสิวที่มีขนาดเล็กและดำ โดยเกิดขึ้นตอนที่รูขุมขนเปิด ซึ่งจะต่างจากสิวชนิดอื่นๆ นอกจากนี้สิวหัวดำไม่มีการอักเสบ นั่นหมายความว่ามันไม่มีการติดเชื้อ และจะไม่ทำให้เกิดความรู้สึกปวดและรู้สึกไม่สบายผิวเช่นเดียวกับสิวชนิดอื่นๆ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ใครที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวขาดความชุ่มชื่น ขาดคอลลาเจนหรืออายุเริ่มมากขึ้น

เราอยากชวนคุณมาทดสอบ (มีค่าตอบแทนให้)

Istock 490582789

สิ่งที่ควรทำ

  • ทำความสะอาด: การใช้สครับขัดผิวเบาๆ สามารถช่วยได้ โดยให้เลือกใช้สครับที่ปลอดน้ำหอม และเป็นสูตรสำหรับคนที่ผิวมีความไวต่อสิ่งกระตุ้น และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ผิวแห้งเกินไป
  • เครื่องสำอาง: ให้คุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน และทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด
  • ใช้ยาที่แพทย์จ่ายให้: การใช้กรดอะซีลาอิก กรดซาลิซิลิก และเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ที่ซื้อได้จากร้านขายยา หรือสั่งจ่ายโดยแพทย์สามารถช่วยบรรเทาปัญหาได้ นอกจากนี้การใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอที่แพทย์จ่ายให้ เช่น เตรทติโนอิน ทาซาโรทีน อะแดพาลีน ฯลฯ สามารถช่วยไม่ให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน และกระตุ้นให้มีการผลัดเซลล์ผิวใหม่
  • พักผ่อน: การพักผ่อนอย่างเพียงพอ และการหลีกเลี่ยงความเครียดสามารถช่วยได้ เพราะความเครียดกระตุ้นให้มีการผลิตซีบัม ในขณะที่การออกกำลังกายสามารถช่วยลดความเครียด
  • อาหาร: การทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและสมดุล ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพโดยรวม ซึ่งมันอาจช่วยลดโอกาสให้สิวไม่เกิดการติดเชื้อ

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • บีบสิว: คุณควรหลีกเลี่ยงการบีบสิวหัวดำ เพราะมันสามารถทำให้ผิวระคายเคืองและทำให้ปัญหาแย่ลง
  • อบไอน้ำ: การอบไอน้ำเป็นวิธีที่แนะนำสำหรับการรักษาสิวหัวดำ ซึ่งมันสามารถช่วยให้รูขุมขนเปิดออก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีงานวิจัยมาช่วยยืนยันว่าการทำเช่นนี้สามารถช่วยแก้ปัญหา และมีบางคนพบว่ามันจะยิ่งทำให้ปัญหาแย่ลง
  • ขัดผิว: การขัดผิวจะยิ่งทำให้สิวหัวดำหายช้าลง เพราะมันจะไปกำจัดซีบัมตามธรรมชาติ และนั่นจะทำให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้นเพื่อผลิตซีบัม ซึ่งสามารถนำไปสู่การอุดตัน และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสิวอักเสบ
  • ผลิตภัณฑ์ลอกสิว: คุณควรใช้แผ่น มาสก์ และเครื่องดูดสิวด้วยความระมัดระวัง เพราะมันสามารถทำให้ผิวระคายเคือง และทำให้ผิวเสียหายหากใช้ไม่ถูกต้อง
  • เครื่องสำอาง: หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอาง และสกินแคร์ที่มีน้ำมันและแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมหลัก

สิวหัวดำนับว่าเป็นปัญหาผิวที่ทำให้หลายคนกลุ้มใจ หรือเสียความมั่นใจได้มากทีเดียว หากคุณลองทำตามวิธีที่เราใช้แล้วแต่ปัญหาก็ยังไม่หมดไป หรือมีทีท่าว่าจะรุนแรงมากขึ้น การไปพบแพทย์ผิวหนังก็สามารถช่วยคุณได้ค่ะ

ที่มา: https://www.medicalnewstoday.c...


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป