Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

สิวหัวดำ (Blackheads)

สิวหัวดำคืออะไร เกิดจากอะไร มีวิธีการรักษาและป้องกันอย่างไรบ้าง? HonestDocs มีคำตอบให้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 586,262 คน

สิวหัวดำ (Blackheads)

สิวหัวดำคืออะไร?

สิวหัวดำเป็นสิวขนาดเล็กที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน สาเหตุที่เรียกว่าสิวหัวดำ เพราะตรงยอดมีรูเปิดและมีก้อนสีดำอุดอยู่ สิวชนิดนี้มักเกิดขึ้นที่ใบหน้า แต่ก็สามารถพบที่ส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ เช่น

  • หลัง
  • หน้าอก
  • คอ
  • แขน
  • หัวไหล่

สาเหตุของสิวหัวดำ

ในแต่ละรูขุมขนจะประกอบด้วยขน 1 เส้น และต่อมไขมันที่ทำหน้าที่สร้างไขมัน ไขมันที่สร้างขึ้น เรียกว่า Sebum มีประโยชน์ในการทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม

การสะสมของไขมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วภายในรูขุมขนจะทำให้เกิดสิวอุดตัน (Comedone) ถ้าผิวหนังด้านบนสิวอุดตันปิดอยู่จะเรียกว่าสิวหัวขาว แต่ถ้าผิวหนังด้านบนสิวอุดตันมีรูเปิดสัมผัสกับอากาศภายนอก จะทำให้สิวเปลี่ยนเป็นสีดำ ซึ่งจะเรียกว่าสิวหัวดำ

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นสิวและสิวหัวดำ ได้แก่

  • ร่างกายผลิตไขมันหล่อเลี้ยงผิวหนังมากเกินไป
  • มีการติดเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acnes (P. acnes) ที่ผิวหนัง
  • มีการระคายเคืองของรูขุมขน ซึ่งเกิดจากเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แต่ไม่หลุดออกจากผิวหนังอย่างที่ควรจะเป็น
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ทำให้มีการผลิตไขมันเพิ่มขึ้นในช่วงวัยรุ่น ช่วงมีประจำเดือน หรือระหว่างการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด
  • การรับประทานยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์, ลิเทียม (Lithium) หรือ แอนโดรเจน (Androgens)

บางคนเชื่อว่าอาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิดก่อให้เกิดสิว เช่น อาหารและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมซึ่งเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด อาจเป็นปัจจัยหนึ่งในการกระตุ้นให้เกิดสิว

อาการของสิวหัวดำ

สิวชนิดนี้มีสีดำ จึงสังเกตเห็นได้ง่ายบนผิวหนัง อาจมีลักษณะนูนเล็กน้อยและไม่มีอาการเจ็บ เพราะไม่ใช่สิวอักเสบ

วิธีรักษาสิวหัวดำ

ปัจจุบันมีวิธีรักษาสิวหัวดำมากมาย ได้แก่

  • ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มีขายทั่วไปโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาจากแพทย์ : มีขายทั้งในรูปแบบครีม เจล และแผ่นแปะบนผิวหนัง ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ประกอบไปด้วยสารที่ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย กำจัดน้ำมันส่วนเกิน และกระตุ้นให้มีการหลุดลอกของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ตัวอย่างเช่น Salicylic acid, Benzoyl peroxide และ Resorcinol
  • ยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ : หากรักษาด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีขายทั่วไปแล้วอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้คุณใช้ยาที่มีความแรงมากขึ้น เช่น ยาที่ประกอบไปด้วยวิตามิน A ที่มีฤทธิ์ป้องกันไม่ให้รูขุมขนอุดตันและกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ โดยเป็นยาชนิดทาบนผิวหนัง ได้แก่ Tretinoin, Tazarotene หรือ Adapalene นอกจากนี้แพทย์อาจสั่งยาทาผิวหนังที่มีส่วนประกอบของยา Benzoyl peroxide และยาปฏิชีวนะกลุ่ม Tetracycline ซึ่งจะมีประโยชน์ในผู้ที่เป็นสิวหัวดำร่วมกับสิวอักเสบหรือสิวซีสต์ (Acne Cysts)
  • การกำจัดสิวหัวดำโดยใช้ที่กดสิว : แพทย์ผิวหนังหรือผู้ที่ผ่านการอบรมด้านการรักษาผิวพรรณ จะใช้อุปกรณ์กดสิวที่เรียกว่า Round Loop Extractor ในการกดสิวอุดตันหัวดำออก โดยเริ่มจากการเปิดรูขุมขนที่อุดตันออกเป็นรูเล็กๆ และใช้อุปกรณ์กดสิวดังกล่าวออกแรงกดลงบนผิวหนังเพื่อเอาสิวอุดตันออก
  • การกรอผิวด้วยผลึกแร่ที่ละเอียดมาก (Microdermabrasion) : แพทย์จะใช้อุปกรณ์ชนิดพิเศษที่มีพื้นผิวหยาบขัดผิว เพื่อลอกเอาหนังกำพร้าชั้นบนสุดออก ซึ่งจะช่วยขจัดการอุดตันของรูขุมขนที่เป็นสาเหตุของสิวหัวดำ
  • การลอกผิวด้วยสารเคมี (Chemical peels) : การลอกผิวจะใช้สารเคมีเข้มข้นทาลงบนผิวหนัง โดยทิ้งระยะเวลาไว้สักครู่หนึ่งเพื่อให้ผิวหนังกำพร้าชั้นบนสุดถูกลอกออก แม้ผลิตภัณฑ์สำหรับลอกผิวที่ไม่รุนแรงจะหาซื้อได้ทั่วไปโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาจากแพทย์ แต่แนะนำให้รักษาจากแพทย์ผิวหนังจะได้ผลที่ดีกว่า
  • การใช้เลเซอร์และแสงในการรักษาสิว (Laser and Light Therapy) : วิธีนี้ใช้เพื่อลดการผลิตน้ำมันบนผิวหนัง และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผิวหนังชั้นนอกสุด
  • การรักษาด้วยความเย็น (Cryotherapy)

ดูผลหลังการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ถึง 6 สัปดาห์ขึ้นไป ถ้าไม่ได้ผลหรือแย่ลง จึงจะพิจารณาเปลี่ยนยารักษา 

หลังจากสิวยุบหมดแล้ว อาจจะให้ผู้ป่วยใช้ยาทาต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

การป้องกันการเกิดสิวหัวดำ

คุณสามารถป้องกันการเกิดสิวหัวดำด้วยตัวเองได้ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  • ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง : ล้างหน้าทุกวันก่อนเข้านอนและหลังตื่นนอน เพื่อกำจัดน้ำมันและสิ่งสกปรก แนะนำให้ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนและมีส่วนประกอบของสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P. acnes ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ทาหน้าที่ปราศจากน้ำมัน : แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ครีมบำรุง โลชั่น และผลิตภัณฑ์กันแดดที่ปราศจากน้ำมันหรือไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน (Noncomedogenic) เพื่อป้องกันไม่ให้อาการของสิวแย่ลง
  • ลองใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว (Exfoliating Product) : การผลัดเซลล์ผิวด้วยการสครับผิว (Scrubs) และการใช้มาสก์ผลัดเซลล์ผิว จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยลดสิวอุดตัน

ที่มาของข้อมูล

Holly McGurgan, Blackheads (https://www.healthline.com/health/blackheads), 3 August 2017

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์นภดล นพคุณ, Clinical Practice Guideline Acne (http://www.dst.or.th)

Jaggi Rao MD, Acne Vulgaris Guidelines (https://emedicine.medscape.com/article/1069804-guidelines), 26 March 2019


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป