Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

โรคที่เกิดจากการขาดโภชนาการ และพบบ่อยในประเทศไทย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,508,124 คน

โรคที่เกิดจากการขาดโภชนาการ และพบบ่อยในประเทศไทย

การขาดสารอาหารบางประเภททำให้ร่างกายเกิดการเจ็บป่วยได้ รวมถึงทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนบางอย่างที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาระยะยาว หรือมีผลต่อเด็กเล็ก ทารกในครรภ์ที่จะมีร่างกายไม่แข็งแรงหลังจากคลอดออกมา ดังนั้นการรับประทานอาหารให้ได้สารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุที่ครบถ้วนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญต่อร่างกาย 

วันนี้เรามาดูกันว่าโรคที่เกิดจากการขาดโภชนาการ หรือเรียกอีกชื่อว่า "ทุพโภชนาการ" (Malnutrition) ที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่ครบถ้วนของคนไทย มีอะไรกันบ้าง

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

1. โรคที่เกิดจากการขาดวิตามิน

1.1 โรคเกี่ยวกับระบบการมองเห็นจากการขาดวิตามินเอ

มักพบเป็นเด็กที่ขาดโปรตีนและแคลอรี่มาก เนื่องจากวิตามินเอต้องใช้โปรตีนเป็นตัวนำพาไปยังอวัยวะต่างๆ โดยวิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ถ้าบริโภคอาหารที่มีไขมันต่ำมากๆ ก็อาจเกิดการขาดวิตามินเอได้ ซึ่งอาการในระยะแรกคือ การปรับตามองในที่มืดได้ช้ากว่าปกติ จากนั้นเยื่อบุตาขาวจะเสีย แล้วลามไปถึงตาดำจนอาจทำให้แก้วตาทะลุ และตาบอดได้ในที่สุด 

อาหารที่จะช่วยเสริมวิตามินเอสูงในร่างกายได้ ได้แก่ ไข่แดง ตับ  พืชผักสีเหลือง เช่น ฟักทอง มะละกอสุก มะม่วงสุก พืชผักใบเขียว เช่น ผักบุ้ง ผักตำลึง 

1.2 โรคเหน็บชาจากการขาดวิตามินบี 1

มักพบในกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารต่อไปนี้

  • คนที่รับประทานข้าวที่สีขัดจนขาว 
  • คนที่งดอาหารเนื้อสัตว์ เช่น สตรีหลังคลอดตามชนบทที่ยึดถือประเพณีอยู่ไฟ ซึ่งมีผลต่อเนื่องถึงทารกที่รับประทานนมแม่ด้วย เพราะทารกจะมีอาการบวม หายใจหอบ และอาจถึงขั้นหัวใจวายได้ ส่วนอาการในผู้ใหญ่นั้น มักมีอาการมือเท้าชา อ่อนแรง และอาจหัวใจวายได้ด้วยเช่นกัน
  • กลุ่มคนที่ชอบรับประทานอาหารที่มีสารทำลายวิตามินบี 1 เช่น ปลาร้าดิบ หมากพลู น้ำชา ใบเมี่ยง เป็นต้น

ส่วนกลุ่มคนที่ภาวะร่างกายต้องการวิตามินบี 1 เพิ่มมากขึ้น ได้แก่ 

  • คนทำงานหนัก ซึ่งไม่ใช่แค่กลุ่มคนที่ต้องออกแรงมากๆ เท่านั้น แต่รวมถึงพนักงานออฟฟิศที่ต้องใช้สมองคิดงาน ต้องอยู่กับความเครียดและอดนอนอยู่บ่อยๆ 
  • ภาวะไข้ 
  • โรคติดเชื้อ
  • ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ
  • ผู้ป่วยเป็นโรคตับแข็ง
  • คนที่ดื่มสุราเรื้อรัง

สำหรับวิธีแก้ไขป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดวิตามินบี 1 ทำสามารถทำได้โดย 

  • ให้หุงข้าวแบบไม่เช็ดน้ำ เพราะจะทำให้สูญเสียวิตามินบี 1 ไปเพียง 50% เทียบกับถ้าหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ จะสูญเสียวิตามินบี 1 ไปถึง 85%
  • ใช้ข้าวซ้อมมือ 
  • ทำปลาร้าให้สุกก่อนรับประทาน
  • เลิกดื่มสุรา 
  • รับประทานอาหารประเภทเมี่ยงและชาให้น้อยลง 
  • เพิ่มการรับประทานอาหารพวกที่มีวิตามินบี 1 เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ถั่วเหลือง

1.3 โรคปากนกกระจอกจากการขาดวิตามินบี 2

อาการของโรคคือ เป็นแผลที่มุมปากทั้ง 2 ข้าง ริมฝีปากเจ่อบวมและแตกเป็นรอย ถึงแม้ว่าโรคนี้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่จะทำให้รับประทานอาหารยากลำบากขึ้น เป็นผลให้ขาดสารอาหารอื่นๆ ตามมาอีก โรคนี้มักพบในเด็กนักเรียนตามชนบทช่วงปลายฤดูแล้ง เนื่องจากขาดการรับประทานผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักโขม ผักกาดเขียว ส่วนเนื้อสัตว์และนมที่มีวิตามินบี 2 อยู่มาก เด็กกลุ่มนี้มักจะได้รับประทานน้อยอยู่แล้ว

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

2. โรคคอพอกจากการขาดไอโอดีน

ปัจจุบันนี้พบน้อยลง เพราะมีการเติมไอโอดีนในเกลือที่ส่งไปขายตามชนบท โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน รวมทั้งมีเกลืออนามัยขององค์การเภสัชกรรมด้วย สำหรับอาการของโรคคือ ต่อมไทรอยด์ที่คอจะโต ถ้าโตมากจะกดทับหลอดลมทำให้หายใจไม่สะดวก และถ้าเกิดในหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ทารกที่คลอดออกมาอาจมีลักษณะปัญญาอ่อน เป็นใบ้และหูหนวก

3. โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

พบในสตรีวัยเจริญพันธุ์ เพราะต้องเสียเลือดเป็นประจำทุกเดือน นอกจากนี้ยังพบในสตรีระยะตั้งครรภ์และระยะสร้างน้ำนม และยังพบในทารกกับเด็กก่อนวัยเรียนเนื่องจากรับประทานอาหารไม่เพียงพอ ร่วมกับการมีโรคพยาธิปากขอ ทำให้เสียเลือดเป็นประจำ 

วิธีลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคโลหิตจางคือ รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นจำนวนมาก เช่น ตับ เลือด ผักเขียวเข้ม และอาจเพิ่มธาตุเหล็กในอาหารที่บริโภคเป็นประจำวัน เช่น มีการเพิ่มธาตุเหล็กเข้าในน้ำปลา หรืออาจใช้ในรูปของยา ซึ่งธาตุเหล็กในรูปของยาอาจทำให้เกิดอันตรายได้หากรับประทานมากเกินไป โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคอีสาน ที่มีประชากรส่วนหนึ่งเป็นโรคโลหิตจางจากโรคทางกรรมพันธุ์ เช่น โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) ทางที่ดี หากต้องการรับประทานธาตุเหล็กเสริมในรูปของยา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้มีการจ่ายยาอย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัย

4. โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

โรคนี้เป็นผลมาจากการขาดธาตุฟอสฟอรัสซึ่งเป็นส่วนประกอบที่อยู่ในโปรตีน พบมากในเด็กวัยก่อนเรียนทางภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย รวมทั้งผักพื้นบ้านหลายชนิด ซึ่งมีสารออกซาเลต (Oxalate) อยู่เป็นจำนวนมาก โดยสารนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ภาวะที่มีฟอสฟอรัสไม่เพียงพอจะไม่สามารถป้องกันการจับตัวเป็นผลึกของสารออกซาเลตในไตได้ จึงทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้ง่ายขึ้น

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป