มะเร็งและโรคร้าย

สาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 6, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
สาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง

ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจะไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด เราเรียกว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ แต่จะมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่ทราบสาเหตุของการมีความดันโลหิตสูง เช่น เป็นโรคไต เป็นโรคลูปัส หรือกำลังใช้ยาบางชนิด เป็นต้น

 โรคความดันโลหิตสูงมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่:

  • ชนิดไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด (primary high blood pressure หรือ essential high blood pressure) คือความดันโลหิตสูงที่ไม่ทราบสาเหตุของการเกิดที่แน่ชัด
  • ชนิดทราบสาเหตุ (secondary high blood pressure) คือ ความดันโลหิตสูงที่สัมพันธ์กับโรคอื่นๆ ที่เป็น เช่น โรคไต หรือ เกิดจากยาบางชนิดที่คุณใช้อยู่

ความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ (primary high blood pressure)

ยังไม่ทราบว่าอะไรคือสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูงชนิดนี้ แต่มีข้อมูลหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่ายิ่งมีปัจจัยเสี่ยงมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่:

  • อายุ: อายุมากขึ้นจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากขึ้น
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง: โรคนี้มีโอกาสพบได้ในคนในครอบครัวเดียวกัน
  • เป็นคนแอฟริกันแคริบเบียน (Afro-Caribbean) หรือ เอเชียใต้
  • รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำ
  • รับประทานเกลือ มีเกลือในอาหารที่รับประทานสูงเป็นประจำ
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • น้ำหนักเกิน อ้วน
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • ความเครียด

โรคอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน และโรคไต มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูงชนิดทราบสาเหตุ (Secondary high blood pressure)

ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงบางราย ประมาณ 5-10% เกิดแบบทราบสาเหตุ เราเรียกว่า เป็นโรคความดันโลหิตสูงชนิดทราบสาเหตุ

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูงชนิดทราบสาเหตุ ได้แก่:

  • ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ไต เช่น โรคไต หรือ การติดเชื้อที่ไต
  • หลอดเลือดแดงตีบแคบ (คือหลอดเลือดที่นำเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย)
  • ปัญหาที่เกิดกับฮอร์โมนในร่างกาย เช่น โรคคูชชิ่ง (Cushing’s syndrome) คือสภาวะที่ร่างกายที่มีการผลิตสเตียรอยด์ฮอร์โมนที่มากเกินไป
  • สภาวะบางอย่างที่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อในร่างกาย เช่น โรคลูปัส (lupus) คือสภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเซลล์ปกติในร่างกาย หรือที่เรียกว่าภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง
  • ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน, ยาแก้ปวดบางชนิด ได้แก่ ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (nonsteroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs)) เช่น ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen)
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • ยาเสพติด เช่น โคเคน, ยาบ้า

ในบางครั้ง การใช้สมุนไพร เช่นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพร อาจเป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูงได้

การวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูง

การวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูงจะทำโดยการวัดความดันโลหิตสูงด้วยเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดั้งเดิม คือต้องอาศัยการฟังเสียงการเต้นของหัวใจไปพร้อมกับการวัด หรือการวัดโดยการใช้เครื่องอัตโนมัติ นอกจากนั้นยังอาจต้องตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อหาว่ามีโรคหรือสาเหตุใดที่ทำให้มีความดันโลหิตสูงหรือไม่ด้วย

 วิธีเดียวที่จะรู้ได้ว่าคุณมีภาวะความดันโลหิตสูงหรือไม่ คือการตรวจวัดระดับความดันโลหิตเป็นประจำ ดังนั้นให้สอบถามแพทย์ที่ดูแลคุณว่า คุณควรตรวจความดันโลหิตอีกครั้งเมื่อใด

ก่อนการตรวจวัดความดันโลหิต คุณควรนั่งพักอย่างน้อย 5 นาที และควรไปปัสสาวะมาก่อนการวัดความดันโลหิตแล้ว และเพื่อให้ผลการวัดความดันโลหิตแม่นยำ คุณควรนั่งลงและไม่พูดคุยระหว่างการวัดความดันโลหิต

การวัดความดันโลหิตแล้วพบว่าสูงเพียง 1 ครั้ง ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นโรคความดันโลหิตสูง ปกติแล้วความดันโลหิตจะเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวัน ความวิตกกังวลหรือความเครียดที่เกิดขึ้นขณะมาพบแพทย์ก็สามารถทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ (เราเรียกว่า white coat syndrome เปรียบง่ายๆ คือ ความดันโลหิตสูงเฉพาะขณะเจอบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งสวมเสื้อกาวน์หรือเครื่องแบบสีขาวนั่นเอง)

ดังนั้นในการวัดความดันโลหิต แพทย์จะต้องการวัดความดันโลหิตคุณหลายๆ ครั้งในหลายช่วงเวลา เช่น ทุกๆ เดือน เพื่อดูว่าระดับความดันโลหิตของคุณสูงคงที่ทุกครั้งที่วัดหรือไม่

การตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะอาจถูกตรวจร่วมด้วย เพื่อค้นหาโรคที่เป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูง เช่น การติดเชื้อที่ไต

คุณอาจได้รับคำแนะนำให้วัดความดันโลหิตด้วยเครื่องที่บ้าน และทำการจดบันทึกไว้ เพื่อใช้บอกได้ว่าคุณเป็นความดันโลหิตสูงจริงๆ หรือมีความดันโลหิตสูงเฉพาะเวลามาโรงพยาบาลเท่านั้น (white coat syndrome) และจะช่วยค้นหาทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมสำหรับคุณด้วย

เครื่องวัดความดันโลหิต (Sphygmomanometer)

การวัดความดันโลหิตแบบดั้งเดิม จะใช้เครื่องมือวัดความดันโลหิตที่ชื่อว่า sphygmomanometer เครื่องมือชนิดนี้จะมีผ้าพันที่ต้นแขน ซึ่งจะพองตัวเมื่อทำการบีบรัดแขน และจะมีสเกลปรอท คล้ายๆ กับปรอทวัดไข้

บุคลากรทางการแพทย์จะฟังจังหวะการเต้นของหัวใจเพื่อวัดความดันโลหิต โดยใช้หูฟัง (stethoscope) วางไว้บนหลอดเลือดแดง

เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติ (Digital sphygmomanometer)

ในปัจจุบันหลายๆ โรงพยาบาลและคลินิกจะนิยมใช้เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติ โดยเครื่องจะวัดจังหวะการเต้นของหัวใจผ่านเซ็นเซอร์ที่อยู่ในสายรัดที่พันอยู่ที่ต้นแขน

สายรัดจะถูกปั้มให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อบีบรัดและจำกัดการไหลของเลือดที่บริเวณแขน และค่อยๆ คลายตัวเพื่อให้เลือดไหลได้ตามเดิมอย่างช้าๆ

 https://www.nhsinform.scot/illnesses-and-conditions/heart-and-blood-vessels/conditions/high-blood-pressure-hypertension#causes

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่