Rocephin (ceftriaxone) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 11, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

Rocephin (Ceftriaxone) คืออะไร?

Rocephin เป็นชื่อการค้าของยา ceftriaxone sodium ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่ม cephalosporin รุ่นที่สามซึ่งใช้ต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย

ยานี้ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาในปี 1984 โดยยาที่ชื่อ Rocephin นั้นเป็นยาที่ผลิตโดยบริษัท Roche และยังมีบริษัทยาอีกหลายแห่งที่ผลิตยาสามัญออกมา

Rocephin นั้นจะต้องให้ผ่านทางเส้นเลือดดำ หรือผ่านการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

แพทย์จะสั่งจ่ายยานี้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงเช่นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

หรืออาจจะใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่างหรือระบบทางเดินปัสสาวะ รวมถึงการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน, หนองใน และการติดเชื้อที่หูหรือผิวหนังอีกด้วย

นอกจากนั้นแพทย์ยังอาจใช้ยานี้ในการรักษาภาวะติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด, ในกระดูกและข้อต่อ และภายในช่องท้อง

บางครั้งอาจมีการใช้ยานี้กับผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการผ่าตัด

แพทย์ของคุณอาจสั่งจ่ายยานี้เพื่อรักษาภาวะอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในที่นี่ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ยานี้ไม่สามารถใช้รักษาไข้หวัด, ไข้หวัดใหญ่ หรือการติดเชื้อไวรัสอื่นๆ ได้

คำเตือนเกี่ยวกับการใช้ยา Rocephin

อย่าให้ผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ตามที่มีส่วนผสมของแคลเซียมทางเส้นเลือดดำแก่ทารกที่อายุน้อยกว่า 1 เดือนที่กำลังได้รับยา Rocephin เนื่องจากอาจทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะของทารกได้

นอกจากนั้นยังไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ในทารกแรกเกิดที่มีระดับ bilirubin สูง

ก่อนที่จะเริ่มใช้ยา Rocephin คุณอาจจะต้องทบทวนว่าคุณมีประวัติแพ้ยาปฏิชีวนะกลุ่มใกล้เคียงเช่น

  • Cefuroxime axetil (Ceftin)
  • Cefprozil (Cefzil)
  • Cefaclor (Raniclor)
  • Cefazolin (Ancef)
  • Cefadroxil (Duricef)
  • Cefditoren (Spectracef)
  • Cefpodoxime (Vantin)
  • Ceftibuten (Cedax)
  • Cephalexin (Keflex)
  • Cephradine (Velosef)
  • Cefdinir (Omnicef)

หากคุณแพ้ยาเพนนิซิลิน คุณอาจจะแพ้ยา Rocephin ได้เช่นกัน

อย่าใช้ยานี้หากมีโอกาสที่คุณจะเกิดอาการแพ้โดยไม่ปรึกษาแพทย์

หลังจากที่คุณรับประทานยา Rocephin ครั้งสุดท้ายผ่านไปแล้วหลายเดือน คุณอาจมีอาการท้องเสียหรือลำไส้อักเสบได้

หากคุณมีอาการท้องเสียระหว่างที่รับประทานยา และพบว่าถ่ายเป็นน้ำหรือมีเลือดปน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที อย่าหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

คุณอาจเกิดภาวะซีดจากเม็ดเลือดแดงแตกตัวและส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด ซึ่งแพทย์จะต้องทำการติดตามค่าการแข็งตัวของเลือดคุณระหว่างที่คุณใช้ยานี้

การใช้ยา Rocephin นั้นยังอาจทำให้เกิดปัญหาต่อถุงน้ำดีได้ ส่วนมากมักมีอาการเพียงชั่วคราวและจะกลับมาเป็นปกติภายหลังจากสิ้นสุดการรักษา ตับอ่อนของคุณอาจจะอักเสบได้โดยเฉพาะถ้าหากคุณมีโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินน้ำดีอยู่เดิม

อย่าหยุดรับประทานยาเอง แต่ให้รับประทานยาจนครบตามที่แพทย์สั่ง การที่หยุดยาเองก่อนนั้นอาจทำให้คุณมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงหรืออาจเป็นอันตรายต่อชีวิตจากการที่เชื้อดื้อยา

ก่อนที่คุณจะเริ่มยา คุณจะต้องแจ้งประวัติโรคประจำตัวของคุณให้แพทย์ทราบโดยเฉพาะหากคุณมีภาวะต่อไปนี้

และหากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดหรือขาดสารอาหารก็ควรแจ้งแพทย์เช่นเดียวกัน

การใช้ยา Rocephin ในหญิงตั้งครรภ์

ปัจจุบันไม่ทราบว่ายานี้ส่งผลต่อหญิงตั้งครรภ์อย่างไร ดังนั้นคุณจะต้องบอกแพทย์เสมอว่าคุณกำลังตั้งครรภ์หรืออาจจะตั้งครรภ์ระหว่างที่ได้รับยา

หากคุณรับประทานยานี้ระหว่างที่ให้นมบุตร ยาจะผ่านเข้าสู่น้ำนมได้ ดังนั้นหากคุณวางแผนที่จะให้นมระหว่างที่รับประทานยานี้ ก็ควรแจ้งแพทย์ก่อนเช่นกัน

ผลข้างเคียงของยา Rocephin

ยาทุกชนิดย่อมต้องมีผลข้างเคียง ในกรณีของ Rocephin นั้นผลข้างเคียงที่พบได่บ่อยคืออาการบวม แดง ปวด หรือเจ็บบริเวณที่ฉีดยา

มีรายงานว่ายาอาจทำให้เกิดอาการเบื่ออาหาร อาเจียน ปวดหัว ท้องเสีย หรือคลื่นไส้ได้ หากอาการเหล่านี้แย่ลง ควรปรึกษาแพทย์ทันที

ยานี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงเช่นหัวใจเต้นเร็ว แรงหรือผิดจังหวะ, ชัก, ตัวเหลืองตาเหลือง, ปัสสาวะสีเข้ม หรือปัสสาวะผิดปกติได้

อาการอื่นๆ ที่อาจพบได้ประกอบด้วย มีอาการช้ำหรือเลือดออกง่ายกว่าปกติ, เจ็บหน้าอก, หายใจลำบาก. อารมณ์เปลี่ยนแปลง เช่นสับสน หรืออ่อนเพลียผิดปกติ หรืออ่อนแรง

ในบางครั้ง การรับประทานยานี้อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในลำไส้อย่างรุนแรงหรือที่รู้จักในชื่อ Clostridium difficile-associated diarrhea

หากคุณมีอาการท้องเสียเรื้อรัง ปวดท้อง และ/หรือถ่ายเป็นมูกหรือเลือด ควรไปพบแพทย์ทันที อย่าพยายามรักษาอาการดังกล่าวด้วยตนเองยกเว้นแพทย์สั่ง

และหากคุณมีการใช้ยา Rocephin มาเป็นเวลานาน หรือมีการใช้ยาบ่อยๆ คุณอาจจะเกิดการติดเชื้อราในช่องคลอดหรือตรวจพบเชื้อราอยู่ภายในปากได้

หากคุณสังเกตเห็นปื้นสีขาวภายในช่องปากหรือมีตกขาวผิดปกติ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

อาจพบปฏิกิริยาแพ้ยาอย่างรุนแรงได้ แต่ไม่บ่อย

หากคุณมีผื่น มึนหัวอย่างรุนแรง หายใจลำบาก คันหรือใบหน้า, ลิ้น, คอบวม ควรไปพบแพทย์ทันที

ปฏิกิริยาระหว่างยา Rocephin กับยาอื่น

มียาบางตัวที่อาจทำปฏิกิริยากับ Rocephin โดยจะทำให้การทำงานของยาเปลี่ยนไป หรืออาจจะเพิ่มโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้

ดังนั้นคุณจึงควรบอกรายการยาทั้งหมดที่คุณกำลังรับประทานอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยาที่แพทย์สั่ง, ยาที่ซื้อมารับประทานเอง, วิตามิน สมุนไพรหรือยาเสพติดกับแพทย์ก่อนที่จะเริ่มใช้ยา

ยาปฏิชีวนะกลุ่ม aminoglycoside เช่น tobramycin (Tobi, Tobrex) และ gentamicin (Gentak หรือ Garamycin) นั้นทำปฏิกิริยากับ Rocephin ได้

ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดเช่น warfarin (Jantoven หรือ Coumadin) นั้นสามารถทำให้เกิดปฏิกริยากับวัคซีนที่ทำจากเชื้อแบคทีเรียชนิดเชื้อเป็นและสารน้ำที่ให้ทางหลอดเลือดดำซึ่งมีแคลเซียมเป็นส่วนประกอบได้

นอกจากนั้น ยาปฏิชีวนะบางตัวยังอาจจะลดประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิด ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการเปลี่ยนไปใช้วิธีการคุมกำเนิดแบบอื่นในระหว่างที่ใช้ยา Rocephin

คุณจะต้องระวังว่ายานี้อาจส่งผลต่อการตรวจน้ำตาลในปัสสาวะและการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ ได้ ดังนั้นจึงควรแจ้งเจ้าหน้าที่และแพทย์ก่อนที่จะทำการตรวจว่าคุณกำลังรับประทานยา Rocephin

คุณไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงอาหารชนิดใดเป็นพิเศษในระหว่างที่ใช้ยานี้

แต่ยาอาจส่งผลต่อความสามารถในการจขับรถหรือความปลอดภัยของการใช้งานเครื่องจักรได้ คุณควรหยุดทำกิจกรรมดังกล่าวจนกว่าจะทราบผลของยาที่ทำกับร่างกายของคุณ

ขนาดของยา Rocephin ที่ใช้ในการรักษา

คุณจะต้องรับประทานยาตามขนาดและระยะเวลาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้นเพื่อป้องกันความเจ็บป่วยครั้งใหม่ซึ่งเกิดจากเชื้อดื้อยา

แพทย์จะเป็นผู้ระบุขนาดของยาที่เหมาะสมสำหรับคุณ และ/หรือลูกของคุณ ซึ่งส่วนมากยานี้มักใช้ภายในโรงพยาบาล

หรือคุณอาจจะได้รับการสอนวิธีการฉีดยาให้ตัวเอง เพื่อให้สามารถนำกลับไปฉีดที่บ้านได้

อย่าฉีดยาตัวเองจนกว่าคุณจะแน่ใจว่าคุณรู้วิธีการฉีด และอย่าลืมกำจัดเข็มและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้แล้วอย่างเหมาะสม

อย่าผสมยา Rocephin ลงในเข็มเดียวกับยาปฏิชีวนะตัวอื่น หรือเมื่อคุณทำการละลายสารใดๆ ก็ตามที่มีส่วนผสมของแคลเซียม หากคุณกำลังฉีดยาเหล่านี้ อย่าลืมไล่สายให้สะอาดก่อนที่จะให้ยาชนิดใหม่

หากคุณคิดว่าคุณมีโอกาสที่จะได้รับยาเกินขนาด ให้ไปพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินทันที

โดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะเป็นผู้ให้ยานี้ แต่ถ้าหากคุณเป็นผู้ฉีดยาให้ตัวเองแล้วลืม ให้คุณฉีดยาทันทีที่คุณนึกได้

แต่ถ้าหากว่ากำลังจะถึงการฉีดยาครั้งต่อไป ให้ข้ามยาที่ลืมไปเลย อย่าฉีดยาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเพื่อทดแทนยาที่ลืม

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่