Diet Advice

สูตรลดน้ำหนัก 32 กิโลกรัม ภายใน 11 เดือน!


พอดีไปอ่านบทความรีวิวสูตรลดน้ำหนัก จากประสบการณ์จริงใน Pantip.com จึงอยากนำมาฝากผู้อ่านทุกท่าน เพราะสาเหตุที่ทำให้รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเวลาออกไปไหน หรือสวมใส่เสื้อผ้าชุดใดก็ตามก็คือ "ความอ้วน" จนเกิดคำถามตามมาเป็นพรวนว่า ทำอย่างไรเราถึงจะกลับมามีรูปร่างที่ดีอีกครั้ง จะต้องออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหาร แบบไหนกันที่จะทำให้ไม่รู้สึกว่าทำร้ายตัวเองจนเกินไป

สำหรับเรื่องราวที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ เป็นเรื่องราวจาก คุณ Like a Pyramid สมาชิกเว็บไซต์ Pantip.com ที่ได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง จากสาวอ้วนที่หนักถึง 82 กิโลกรัม ลงสู่สาวผอมสวยที่หนักเพียง 50 กิโลกรัม (ลดลง 32 กิโลกรัม) โดยทุกขั้นตอนของสูตรลดน้ำหนักนี้เธอทำด้วยตัวเองทั้งสิ้น ไม่มีการพึ่งยา หรือสารลดความอ้วนแต่อย่างใด หากจะมองให้ดีแล้วก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ เธอยังได้เปรยมาอีกว่า เธอใช้เวลากว่า 11 เดือนในการลดน้ำหนักที่อาจดูนานไปสักหน่อย นั่นเป็นเพราะว่าเธอไม่ได้ทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ มีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็ทำ สำคัญนั้นอยู่ที่อาหารการกิน ส่วนใครที่มีเวลามากพอและทำเป็นประจำก็อาจจะลดน้ำหนักลงได้อย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่เดือนก็เป็นได้

รูปภาพอดีตอ้วน 82 กิโลกรัม รูปภาพอดีตอ้วน 82 กิโลกรัม

ตัดสินใจลดน้ำหนัก

เธอเล่าว่าโดยปกติแล้วคนเราจะตัดสินใจลดน้ำหนักทั้งที มันก็เหมือนกับว่าเป็นการทำร้ายตัวเองอยู่กลายๆ ไม่ให้ร่างกายได้รับของอร่อยๆ ไม่ให้เกิดการตามใจปาก หรือกินในปริมาณที่เยอะตามใจปราถนา เพราะฉะนั้นคนที่จะทำได้ต้องมีแรงบันดาลใจมาเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งผิดกับเธอคนนี้ ที่ไม่มีแรงบันดาลใจใดๆ เลย

ความจริงก็เริ่มมีเค้าความอ้วนมาตั้งแต่เด็กๆ อยู่แล้ว กินเยอะจนเป็นนิสัย จนมาเกิดจุดเปลี่ยนในช่วงที่เข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องเปลี่ยนการใช้ชีวิตจากบ้านมาอยู่หอ ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ กินอะไรก็อร่อยไปเสียหมด กินข้าวครบทุกมื้อ ทั้งยังมีมื้อดึกแถมมาด้วย

เดิมนั้นน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 75 - 76 กิโลกรัม เริ่มรู้สึกว่าหยุดกินไม่ได้ พอได้เดินทางกลับไปที่บ้าน ใครๆ ที่นั่นก็ทักว่าเธอนั้นอ้วนขึ้นรึเปล่า จนได้มาชั่งน้ำหนักและก็ต้องตกใจในตัวเลขที่มากถึง 82.9 กิโลกรัม!!

82.9 กิโลกรัม!!

ลดน้ำหนักด้วยการงดข้าวเย็น

เธอได้อธิบายให้เราเห็นภาพว่าสูตรลดน้ำหนัก วิธีแรกที่เธอเริ่มทำ คือ การงดข้าวเย็น ทำไมถึงต้องงดข้าวเย็นด้วย ? เพราะว่ากันว่ามื้อเย็นเป็นมื้อหนักและเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ตลอดทั้งวัน ใครที่ไม่ได้กินอะไรหนักๆ ทั้งทำงาน หรือเรียนกันจนตัวเป็นเกลียวต้องไม่มีเวลาหาอะไรลงท้องจนอิ่มได้แน่ๆ เพราะฉะนั้นมื้อเย็นจึงเป็นมื้อที่ให้เราได้ปลดปล่อยและระบายความหิวได้อย่างเต็มที่ มีอะไรอร่อยๆ ขนมาให้หมด พอเสร็จมื้อเย็น บ้างก็นอน บ้างก็นั่งเล่นคอมพิวเตอร์ จึงเป็นเรื่องยากที่อาหารเหล่านั้นจะย่อยให้หมดไปได้ง่าย

ทำให้เกิดการสะสมเป็นไขมันในร่างกาย ผิดกับมื้ออาหารในช่วงเช้าถึงกลางวันที่พอรับประทานเข้าไปแล้วก็การย่อยได้ง่าย ไม่เกิดการสะสมในร่างกายโดยไร้ประโยชน์มาก เป็นเพราะว่าช่วงกลางวันเป็นช่วงที่เราได้ทำกิจกรรม หรือเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา ทำให้อาหารเหล่านั้นที่ทานเข้าไปเกิดการดูดซึม และย่อยสลายได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งนักโภชนาการ หรือผู้ที่มีประสบการณ์ในด้านการลดน้ำหนักจึงแนะนำให้เราทานอาหารเช้า และหนักอาหารเที่ยง ให้งดอาหารเย็นแล้วหันไปรับประทานผลไม้ทดแทน จะได้ไม่เกิดภาวะอ้วน

[caption id="" align="alignnone" width="680"] ออกกำลังกายลดน้ำหนัก[/caption]

สูตรลดน้ำหนักในวันแรกที่เธอจะตัดสินใจงดข้าวเย็น เธอก็ได้ซัดพิซซ่าเข้าไปก่อนหน้านั้นแล้ว (หัวเราะ) แต่เธอก็มีความรู้สึกหลังจากที่ไม่ได้กินข้าวเย็นว่าเธอก็ทนได้ ไม่มีความรู้สึกหิว แถมยังติดตลกว่า สงสัยความที่เธออ้วนมากอาหารที่ทานเข้าไปในแต่ละวันคงสะสมเยอะ จนเหลือพลังงานให้ได้ใช้อีกไม่รู้จักหมด ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ทำตามสูตรลดน้ำหนักนี้มาเรื่อยๆ แต่ก็จำระยะเวลาไม่ได้ว่าทำมานานเท่าไหร่ พอมาถึงช่วงเวลาหนึ่งที่เธอเองเริ่มจริงจังกับการลดน้ำหนัก เลยตัดสินใจซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอลที่แสดงตัวเลขเป็นจุดๆ มาไว้ที่บ้าน เธอเล่าว่ามันเป็นอะไรที่ดีมาก ชั่งทุกวันจะได้รู้สึกเจียมตัวไม่กินเยอะไปกว่านี้อีก (หัวเราะ) เธองดข้าวเย็นไปเรื่อยๆ จนน้ำหนักลดลงมาได้ 2 กิโลกรัม เธอรู้สึกดีใจมาก จากคนที่ไม่เคยจะสนใจเกี่ยวกับเรื่องของน้ำหนักตัวเองมาก่อน

สูตรลดความอ้วน

เข้าฟิตเนสลดน้ำหนัก

หลังจากที่งดข้าวเย็นมาได้สักพักก็พบว่าเห็นผลจริง น้ำหนักลงจริง เธอก็ทำมาอยู่เรื่อยๆ แต่เมื่อเห็นตัวเองในกระจกแล้วก็ยังรับสภาพตัวเองก็ไม่ค่อยไหว เลยตัดสินใจเข้าฟิตเนสที่มหาลัยเพื่อออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย มีการเดินบนลู่วิ่ง เดินธรรมดาสลับกับเดินเร็วมาก ความเร็วของเครื่องอยู่ที่ประมาณ 5.5 - 5.9 สลับกับการปั่นจักรยานบ้าง

ในความเป็นจริงแล้วสูตรลดน้ำหนักที่เธอทำนั้นถูกต้อง เพราะมีคำแนะนำออกมามากมายสำหรับคนที่อ้วน หรือมีน้ำหนักมากๆ ไม่ควรที่จะออกกำลังกายด้วยการวิ่งซึ่งอาจส่งผลต่อข้อเข่า หรือข้อต่างๆ ตามร่างกายได้ เธอเล่าว่าการออกกำลังกายไม่ได้มีการกำหนดวันที่แน่นอน ว่างเมื่อไหร่ก็เข้าฟิตเนส หากไม่มีสอบ หรือไม่มีทำงานก็จะเข้า ส่วนการอีกกำลังอีกแบบหนึ่งที่เธอชื่นชอบ คือ การตีแบต คนที่มีเพื่อนหลายๆ คนก็สามารถชวนกันไปตีแบบเป็นหมู่คณะได้

เธอยังแอบกระซิบมาอีกว่า ความลับของสูตรลดน้ำหนักจริงๆ แล้วเพื่อนก็เป็นส่วนสำคัญ โดยปกติแล้วเธอจะใช้ชีวิตอยู่ที่หอ ทุกวันก็กินข้าวร่วมกันกับเพื่อน พอมาถึงช่วงเวลาที่ต้องลดน้ำหนักเธอก็ย้ำนักย้ำหนาว่าจะงดข้าวเย็น ห้ามชวนออกไปกินอะไรที่ไหน ช่วงแรกๆ ก็ยังมีชวนๆ บ้าง แต่พอมาช่วงหลังๆ เพื่อนก็เงียบหายกันไปหมด

ไปเที่ยวต่างประเทศ

ในขณะที่เธอกำลังพยายามลดน้ำหนักอยู่นั้น เธอก็ได้ดูรายการ Good Shape Save Cost ตามคำแนะนำของพี่สาวไปด้วย โดยเป็นอีกหนึ่งรายการที่ทำให้เธอได้มีกำลังใจในการที่จะลดน้ำหนักต่อไป มีเนื้อหาที่ให้ความสำคัญไปที่ การควบคุมอาหารมากกว่าการออกกำลังกาย ตอนนี้น้ำหนักของเธอลดลงมาเหลือ 71 กิโลกรัมแล้ว ประกอบกับเธอได้นำสูตรลดน้ำหนักของพระเทพฯ มาใช้ด้วย เป็นช่วงที่กำลังเรียนซัมเมอร์พอดี ทำได้ครบ 7 วัน น้ำหนักหายไปถึง 3 กิโลกกรัม ! ซึ่งถือว่าไม่เยอะ จากปกติคนที่ทำสูตรนี้จะลดลงไปได้ถึง 7 - 8 กิโลกรัม ทำให้น้ำหนักของเธอถอยลงมาอยู่ที่เลข 6 เสียที ประมาณ 65 กิโลกรัม เธอเล่าว่ามันเป็นอะไรที่ฟินมาก

ไปเที่ยวต่างประเทศ

สูตรลดน้ำหนักด้วยอาหาร

หลังจากที่เธอกลับจากการเที่ยวต่างประเทศ ก็เริ่มทำการลดน้ำหนักอย่างจริงจังอีกครั้ง แต่คราวนี้ขอใช้สูตรลดน้ำหนักที่โหดขึ้นมาหน่อย

  • มื้อเช้า : โยเกิร์ต
  • มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง
  • มื้อเย็น : ผลไม้ (บางวันไม่กิน)

ช่วงเย็นก็มีออกไปเดินเร็ว 2 - 3 รอบทุกวัน อีกทั้งยังมีการว่ายน้ำเพิ่มเติมด้วย แต่เธอนั้นก็ไม่แน่ใจว่าการออกกำลังกายจะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้เร็วจริงรึเปล่า แต่ในส่วนของการควบคุมอาหารนั้นยังคงเป็นวิธีที่ได้ผลมากที่สุด

ทำมาเรื่อยๆ จนน้ำหนักของเธอลดลงมาเหลือ 50 กิโลกรัมพอดิบพอดี มีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการกินอยู่นิดหน่อย พอกินอิ่มแล้วก็คืออิ่มไม่กินต่อ ขนม เค้ก นม ถ้าเกิดไม่อยากกินก็จะไม่กิน บางวันก็เกิดความเคยชิน มีหยิบไข่ต้มมากินมือกลางวันบ้างเป็นครั้ง แต่โดยรวมก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจนกลายมาเป็นสาวสวย จะส่องดูตัวเองในกระจกก็ไม่รู้สึกเคอะเขิน จะถ่ายภาพเซลฟี่ก็ดูมั่นใจ หรือจะสวมใส่เสื้อผ้าอะไรก็ไม่ต้องกลัวเวลาจะมีคนมองอีกต่อไป

น้ำหนักลดลงตอนเรียน

และนี่ก็เป็นเรื่องราวดีๆ ของเธอคนนี้ที่มีความพยายามในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ด้วยตัวเอง ทั้งไม่ต้องพึ่งยา ไม่ต้องศัลยกรรม และไม่ต้องทำร้ายตัวเองให้เจ็บตัวอีกด้วย หลายๆ คนอาจใช้สูตรลดน้ำหนักที่เรานำมาฝากกันในวันนี้เป็นแรงบรรดาลใจในการทำให้ตัวเองกลับมาดูดีอีกครั้ง ซึ่งวิธีที่เราได้แนะนำไปก็สามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับความชอบ หรือความสะดวกของตัวเองได้ ก่อนจากกัน เราขอประมวลภาพความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เริ่มต้นลดน้ำหนักของเธอคนนี้ ดูซิว่าจะเห็นความแตกต่างขนาดไหน

[caption id="" align="aligncenter" width="496"] อดีตอ้วนมากๆ[/caption]

รูปภาพปัจจุบัน

รูปภาพปัจจุบัน

รูปภาพปัจจุบัน

รูปภาพปัจจุบัน

รูปภาพปัจจุบัน

รูปภาพปัจจุบัน

สูตรลดน้ำหนัก ทำไมต้องลดแป้ง

เหตุใดเมื่อลดน้ำหนักและต้องลดแป้งตาม? เวลาที่ใครต้องการลดน้ำหนัก จะพบว่าแป้งเป็นปัญหาเสียเหลือเกิน เพราะเมนูอาหารส่วนใหญ่มีแป้งเป็นส่วนประกอบหลักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ขนมปัง ธัญพืช นม หรือผักและผลไม้ ก็จะมีแป้งซึ่งอยู่ในรูปของน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบกันทั้งนั้น คนที่ลดน้ำหนักอย่างจริงจัง จึงมักหวาดกลัวแป้งกันเหลือเกิน และเราต่างก็ได้รับคำแนะนำมาว่า...

เมื่อลดน้ำหนัก ก็จะต้องลดการทานแป้งให้น้อยลงด้วย จึงจะช่วยให้เรามีหุ่นที่ดีได้ดั่งใจ

สูตรการลดน้ำหนัก ต้องลดการทานแป้ง นั่นก็เป็นเพราะว่า แป้งคือสารอาหารที่เรียกกันว่าคาร์โบไฮเดรต เป็นส่วนประกอบหนึ่งของร่างกายที่ช่วยให้ระบบการทำงานต่างๆ เป็นไปอย่างสมดุล เหตุที่ต้องลดปริมาณของมันลง เนื่องจากสารอาหารชนิดนี้ไม่ได้หมายถึงแป้งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังหมายถึง ข้าว ขนมปัง น้ำตาล ที่แฝงอยู่ในอาหารหลากหลายชนิด การบริโภคคาร์โบไฮเดรต จะส่งผลให้ร่างกายแปรสภาพคาร์โบไฮเดรตไปเป็นน้ำตาล และหากน้ำตาลบางส่วนไม่ถูกนำไปใช้เป็นหลังงาน ก็จะถูกกักเก็บไว้เป็นไขมันตามธรรมชาติของร่างกาย พอกอยู่ตามตับ ใต้ชั้นผิวหนัง โดยเฉพาะหน้าท้อง ทำให้เรามีน้ำหนักและขนาดตัวที่เพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นคนอ้วนนั่นเอง แต่ก็ไม่ควรงดไปทั้งหมดเลย เพราะคาร์โบไฮเดรตถือเป็นสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายต้องการ

สูตรลดน้ำหนักด้วยการใช้มะนาว

มะนาวเป็นพืชสมุนไพรที่คนไทยต่างรู้จักดี ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นส่วนประกอบหลักในอาหารไทยที่เพิ่มรสชาติเปรี้ยวแซ่บมากขึ้น ซึ่งนอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวช่วยลดน้ำหนักที่หลายคนคาดไม่ถึง ช่วยให้มีรูปร่างที่ผอมเพรียวได้เร็วขึ้น เหตุผลที่มะนาวกลายเป็นสูตรลดความอ้วนได้ผลและปลอดภัย นั่นก็เป็นเพราะในผลมะนาวมีสารที่ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ดีขึ้น และช่วยกำจัดสารพิษในร่างกาย นอกจากน้ำมะนาวด้านใน เปลือกมะนาวที่เป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรต มีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี

สูตรที่เราสามารถนำเอาผลมะนาวมาใช้เป็นตัวช่วยลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เริ่มตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้า เป็นช่วงท้องว่าง ให้ผสมน้ำมะนาว 1 ลูก ในน้ำอุ่น 1 แก้ว โดยแช่เปลือกมะนาวลงไปด้วย ทิ้งไว้สักครู่ เพื่อให้สารต่างๆ ในเปลือกมะนาวผสมเข้าไปกับน้ำได้อย่างเต็มที่ แล้วดื่มให้หมดทันที จะช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ดียิ่งขึ้น และหลังรับประทานอาหารกลางวัน ให้บีบน้ำมะนาวผสมกับน้ำเย็น 1 แก้ว แช่เปลือกมะนาวลงไปเช่นเดิม ทิ้งไว้สักครู่แล้วดื่มให้หมด จะช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร และในระหว่างวันยังสามารถทำน้ำผสมมะนาวแบบนี้เอาไว้จิบดื่มตอนรู้สึกกระหายก็ได้

ระวัง! อันตรายจากการอดอาหาร

การอดอาหารไม่ใช่ทางออกที่ดีของการลดความอ้วนอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มันกลับเป็นตัวการเข้าไปเพิ่มน้ำหนักให้เราได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น แถมยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่งผลให้ระบบเผาผลาญพังเสียหายจนต้องมาซ่อมแซมกันใหม่ และนี่คือ เหตุผลที่ว่าทำไมการอดอาหารจึงเลวร้ายต่อการลดน้ำหนัก

ร่างกายเข้าสู่ Safe Mode

กล่าวกันง่ายๆ คือเมื่อเริ่มอดอาหารนานวันเข้า ร่างกายจะคุ้นชิน และคิดว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์อดอยาก ด้วยความฉลาดในระบบการเอาตัวรอด มันจึงแปรสภาพระบบเผาผลาญให้เข้าสู่ Safe Mode แม้ช่วงแรกจะมีน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการลดระดับลงของพลังงานด้วย เพื่อให้เกิดความประหยัด มีพลังงานเหลือใช้ในยามจำเป็นมากที่สุด

คนเราไม่สามารถอดอาหารได้นาน เมื่อลดน้ำหนักไปได้ระยะหนึ่ง จนเห็นผลดีแล้ว ก็กลับมากินตามปกติเท่าเดิมก่อนหน้านี้ หรืออาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เป็นเหตุให้น้ำหนักตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และพลังงานบางส่วนจะถูกเก็บไว้ในรูปของไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งเราเรียกภาวะดั่งกล่าวว่า "โยโย่เอฟเฟคท์ (yo-yo effect)"

เกิดการคั่งค้างของสารประเภทคีโตนในร่างกาย

ในการอดอาหารเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน ชนิดที่ร่างกายจะดึงเอาไขมันมาเป็นพลังงานมากเกินปกติที่ควรจะเป็น ในกระบวนการดังกล่าวเป็นเหตุให้มีการสะสมของสารคีโตนในร่างกายมากขึ้น ซึ่งสารประเภทคีโตนถือว่าเป็นสารพิษที่เป็นอันตราย นอกจากนี้การอดอาหารจนร่างกายขาดแคลนพลังงาน จะมีการดึงเอาโปรตีนออกมาใช้ด้วย ทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลง ที่เรียกว่าร่างกายกำลังกินเนื้อของตัวเอง ส่งผลกระทบต่อภาวะทางอารมณ์ เหนื่อยง่าย ไม่มีสมาธิ อยู่ในภาวะซึมเศร้า และมีสุขภาพร่างกายทรุดโทรมอย่างหนักตามมา

การมีวินัยให้ตัวเอง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สามารถลดน้ำหนักได้อย่างที่ต้องการ แนะนำว่าให้ลองศึกษาข้อมูลตามแหล่งต่างๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับสูตรลดน้ำหนักที่ถูกต้องเพื่อสุขภาพที่ดีของเราทุกๆ คน ส่วนใครที่มีเทคนิคอะไรดีๆ เพิ่มเติมอีก ก็อย่าลืมนำมาแบ่งปันกันด้วยนะ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ