ความรู้สุขภาพ

เมื่อท้องผูก ควรทำอย่างไรดี จะได้หายปกติในเร็ววัน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 6, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

คนเราเกิดมาก็ต้องกินอาหารเพื่อให้ชีวิตอยู่รอดและเมื่อกินอาหารเข้าไปแล้วก็จำเป็นต้องถ่ายกากอาหารหรือที่เรียกว่า อุจจาระ ออกมา ถ้าหากเป็นเช่นนี้ก็ถือได้ว่ากลไกการทำงานของร่างกายสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แต่หากกลไกการทำงานของร่างกายดังกล่าวเกิดขัดข้องขึ้นมา ส่งผลให้แทนที่กินอาหารเข้าไปแล้วจะต้องถ่ายเป็นอุจจาระออกมากลับกลายเป็นไม่ถ่ายเลยหรือถ่ายอุจจาระด้วยความยากลำบาก เบ่งอย่างไรก็ไม่ออก หรือมีการถ่ายอุจจาระ น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งเราเรียกอาการนี้กันว่า ท้องผูก นั่นเอง

ทำอย่างไรดีเมื่อท้องผูก

  1. ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตรต่อวัน
  2. ออกกำลังกายทุกวันอย่างน้อยเป็นเวลา 30 นาที และควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอประมาณ 7 ชั่วโมงต่อวัน
  3. หากมีอาการปวดท้องอยากถ่ายต้องรีบไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำการถ่ายอุจจาระทันที ห้ามอั้นเอาไว้โดยเด็ดขาดและควรฝึกนิสัยให้มีการขับถ่ายให้ตรงเวลาเป็นกิจวัตรประจำวัน
  4. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีเส้นใยหรือไฟเบอร์น้อย เช่น ชีส ไอศกรีม ควรกินแต่อาหารที่มีเส้นใยหรือไฟเบอร์สูงอย่างเช่น ผัก ผลไม้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มจำพวก ชา กาแฟ แอลกอฮอล์
  5. หลีกเลี่ยงการกินยาถ่ายเพราะจะทำให้กลไกการขับถ่ายทางร่างกายเสียสมดุลได้
  6. หลีกเลี่ยงการกินยาบางประเภท เช่น ยาคลายความเครียด ยาลดอาการซึมเศร้า อาหารเสริมที่มีธาตุเหล็กอยู่ในปริมาณสูง เพราะจะทำให้กระบวนการย่อยอาหารเกิดขึ้นได้ช้าลง ส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกตามมา
  7. ทานมะขามเปียก โดยใช้มะขามเปียกประมาณ 2- 3 ฝัก มาบดผสมกันกับน้ำอุ่นประมาณ 3 แก้วแล้วทำการเติมเกลือลงไปสักหน่อย ดื่มน้ำมะขามเปียกก่อนนอน จะทำให้ช่วงเช้าสามารถขับถ่ายได้อย่างสะดวก
  8. ทานเม็ดแมงลัก โดยการใช้เม็ดแมงลักประมาณ 2 ช้อนแกงผสมกับน้ำประมาณ 1 แก้ว รอจนเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่จึงดื่มก่อนเข้านอน เนื่องจากเม็ดแมงลักมีลักษณะเป็นเมือกจึงทำให้ขับถ่ายได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
  9. เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ให้หาน้ำอุ่นมาดื่มประมาณ 2 แก้ว เพราะการดื่มน้ำตอนขณะที่ท้องยังว่างจะทำให้ลำไส้บีบตัวส่งผลให้เกิดอาการปวดอุจจาระทันที
  10. เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ให้ทำการแขม่วท้องสลับกันไปมา ให้มากที่สุดเพราะเป็นการทำให้ลำไส้เกิดการบิดตัวจึงมีส่วนช่วยให้การขับถ่ายดียิ่งขึ้น

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการขับถ่ายที่สุด

ช่วงเวลาประมาณ ตี 5 จนกระทั่งถึง 7 โมงเช้า เพราะเป็นช่วงเวลาที่ลำไส้ใหญ่ทำงานพอดี หากร่างกายไม่มีการขับถ่ายเกิดขึ้น ร่างกายจะดูดน้ำจากอุจจาระกลับ ทำให้อุจจาระมีลักษณะแข็งตัวส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกและขับถ่ายยากตามมาในที่สุด

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่