Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

เมื่อท้องผูก ควรทำอย่างไรดี จะได้หายปกติในเร็ววัน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,905,325 คน

คนเราเกิดมาก็ต้องกินอาหารเพื่อให้ชีวิตอยู่รอดและเมื่อกินอาหารเข้าไปแล้วก็จำเป็นต้องถ่ายกากอาหารหรือที่เรียกว่า อุจจาระ ออกมา ถ้าหากเป็นเช่นนี้ก็ถือได้ว่ากลไกการทำงานของร่างกายสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แต่หากกลไกการทำงานของร่างกายดังกล่าวเกิดขัดข้องขึ้นมา ส่งผลให้แทนที่กินอาหารเข้าไปแล้วจะต้องถ่ายเป็นอุจจาระออกมากลับกลายเป็นไม่ถ่ายเลยหรือถ่ายอุจจาระด้วยความยากลำบาก เบ่งอย่างไรก็ไม่ออก หรือมีการถ่ายอุจจาระ น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งเราเรียกอาการนี้กันว่า ท้องผูก นั่นเอง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

ทำอย่างไรดีเมื่อท้องผูก

  1. ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตรต่อวัน
  2. ออกกำลังกายทุกวันอย่างน้อยเป็นเวลา 30 นาที และควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอประมาณ 7 ชั่วโมงต่อวัน
  3. หากมีอาการปวดท้องอยากถ่ายต้องรีบไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำการถ่ายอุจจาระทันที ห้ามอั้นเอาไว้โดยเด็ดขาดและควรฝึกนิสัยให้มีการขับถ่ายให้ตรงเวลาเป็นกิจวัตรประจำวัน
  4. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีเส้นใยหรือไฟเบอร์น้อย เช่น ชีส ไอศกรีม ควรกินแต่อาหารที่มีเส้นใยหรือไฟเบอร์สูงอย่างเช่น ผัก ผลไม้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มจำพวก ชา กาแฟ แอลกอฮอล์
  5. หลีกเลี่ยงการกินยาถ่ายเพราะจะทำให้กลไกการขับถ่ายทางร่างกายเสียสมดุลได้
  6. หลีกเลี่ยงการกินยาบางประเภท เช่น ยาคลายความเครียด ยาลดอาการซึมเศร้า อาหารเสริมที่มีธาตุเหล็กอยู่ในปริมาณสูง เพราะจะทำให้กระบวนการย่อยอาหารเกิดขึ้นได้ช้าลง ส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกตามมา
  7. ทานมะขามเปียก โดยใช้มะขามเปียกประมาณ 2- 3 ฝัก มาบดผสมกันกับน้ำอุ่นประมาณ 3 แก้วแล้วทำการเติมเกลือลงไปสักหน่อย ดื่มน้ำมะขามเปียกก่อนนอน จะทำให้ช่วงเช้าสามารถขับถ่ายได้อย่างสะดวก
  8. ทานเม็ดแมงลัก โดยการใช้เม็ดแมงลักประมาณ 2 ช้อนแกงผสมกับน้ำประมาณ 1 แก้ว รอจนเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่จึงดื่มก่อนเข้านอน เนื่องจากเม็ดแมงลักมีลักษณะเป็นเมือกจึงทำให้ขับถ่ายได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
  9. เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ให้หาน้ำอุ่นมาดื่มประมาณ 2 แก้ว เพราะการดื่มน้ำตอนขณะที่ท้องยังว่างจะทำให้ลำไส้บีบตัวส่งผลให้เกิดอาการปวดอุจจาระทันที
  10. เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ให้ทำการแขม่วท้องสลับกันไปมา ให้มากที่สุดเพราะเป็นการทำให้ลำไส้เกิดการบิดตัวจึงมีส่วนช่วยให้การขับถ่ายดียิ่งขึ้น

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการขับถ่ายที่สุด

ช่วงเวลาประมาณ ตี 5 จนกระทั่งถึง 7 โมงเช้า เพราะเป็นช่วงเวลาที่ลำไส้ใหญ่ทำงานพอดี หากร่างกายไม่มีการขับถ่ายเกิดขึ้น ร่างกายจะดูดน้ำจากอุจจาระกลับ ทำให้อุจจาระมีลักษณะแข็งตัวส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกและขับถ่ายยากตามมาในที่สุด


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป