Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

โรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี มีอะไรบ้าง?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,069,286 คน

โรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี มีอะไรบ้าง?

ถุงน้ำดี (Gall bladder) เป็นถุงขนาดเล็กที่อยู่ใต้ตับ มีหน้าที่เก็บน้ำดีที่สร้างจากตับ และส่งผ่านท่อน้ำดีไปยังลำไส้เล็กเพื่อช่วยย่อยไขมัน หากถุงน้ำดีเกิดความผิดปกติขึ้นมา จะทำให้เกิดอาการมากมาย ตั้งแต่ปวดท้องรุนแรง โดยเฉพาะท้องด้านขวา แน่นท้อง คลื่นไส้อาเจียน อาหารไม่ย่อย เจ็บหน้าอก ไปจนถึงมีไข้หนาวสั่น ตัวเหลือง ตาเหลือง และอุจจาระมีสีผิดปกติด้วย โรคเกี่ยวกับถุงน้ำดีที่พบบ่อยๆ ได้แก่

นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstone)

คือการที่สารบางอย่างตกตะกอนกลายเป็นก้อนนิ่วอยู่ภายในถุงน้ำดี ซึ่งก้อนนิ่วอาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้ สาเหตุของโรคนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่น่าจะเกี่ยวกับภาวะที่ทำให้มีคอเลสเตอรอลและบิลิรูบินในน้ำดีมาก จนสารเหล่านี้จึงก่อตัวเป็นผลึก นิ่วในถุงน้ำดีพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในวัยกลางคนที่มีรูปร่างค่อนข้างอ้วน อาการที่พบบ่อย ได้แก่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
จัดฟันใสกับ Zenyum, Invisalign, Clear Aligner เริ่มที่ 3,250 บาท เท่านั้น 🔥

ด่วน! ถึงวันที่ 12 ต.ค. นี้เท่านั้น 🦷เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอหมอฟันนาน

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%aainternal ad
  • ปวดท้องรุนแรง โดยเฉพาะช่วงขวาบน
  • จุกเสียด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • รู้สึกจุกแน่น หรือแสบในอก

ในกรณีที่ก้อนนิ่วมีขนาดเล็กมาก ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการเลยก็ได้ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา ก้อนนิ่วก็อาจมีขนาดใหญ่ขึ้นได้ และทำให้เกิดการอักเสบในถุงน้ำดีได้เช่นกัน

การรักษานิ่วในถุงน้ำดี

  • ใช้ยาสลายก้อนนิ่ว เช่น ยา Chenodiol และยา Ursodiol ซึ่งสามารถสลายก้อนนิ่วขนาดไม่ใหญ่มากได้ แต่มีผลข้างเคียงคืออาจทำให้ท้องเสีย
  • ผ่าตัดนำก้อนนิ่วออก จะทำในกรณีที่ก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่ การผ่าตัดสามารถทำได้ทั้งการผ่าแบบส่องกล้อง และการผ่าแบบเปิดหน้าท้อง

ถุงน้ำดีอักเสบ (cholecystitis)

การอักเสบสามารถเกิดได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง และยังถือเป็นปัญหาสุขภาพที่รุนแรง สาเหตุของถุงน้ำดีอักเสบอาจเกิดจากการติดเชื้อ การมีเนื้องอกที่ตับ ตับโตจนเบียดถุงน้ำดี หรือเป็นอาการแทรกซ้อนจากนิ่วในถุงน้ำดีก็ได้ อาการที่มักพบ ได้แก่

  • ปวดเสียดท้องด้านบนขวา ร้าวไปถึงใต้สะบัก โดยเฉพาะเมื่อกดท้องจะรู้สึกเจ็บมาก
  • อาหารไม่ย่อย ท้องอืด และปวดท้องยิ่งขึ้นหลังทานอาหารที่มีไขมันสูง
  • คลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหาร
  • มีไข้ขึ้นสูง และมีเหงื่อออกมาก
  • ตัวเหลืองตาเหลืองคล้ายดีซ่าน
  • อุจจาระมีสีซีดเทา ซึ่งหากพบอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ติดเชื้อในถุงน้ำดี ถุงน้ำดีทะลุ ตับอ่อนอักเสบ หรือกลายเป็นมะเร็งถุงน้ำดี

การรักษาถุงน้ำดีอักเสบ

  • การดูแลเบื้องต้น ผู้ป่วยจำเป็นต้องงดน้ำและอาหาร เพื่อพักการทำงานและลดการบีบตัวของถุงน้ำดี แต่แพทย์จะให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดเพื่อรักษาระดับน้ำและแร่ธาตุในเลือดจนกว่าอาการจะดีขึ้น
  • การให้ยา หากเกิดการติดเชื้อที่ถุงน้ำดี แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะเพื่อบรรเทาอาการ และหากมีอาการปวดท้องรุนแรงและมีไข้ ก็สามารถทานยาแก้ปวดลดไข้ เช่น พาราเซตามอลได้
  • การผ่าตัด หากเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น มีน้ำดีอุดตัน หรือถุงน้ำดีทะลุ อาจจำเป็นต้องผ่าตัด เพื่อใส่ท่อระบายน้ำดีผ่านหน้าท้อง ซึ่งการผ่าตัดอาจใช้เวลาพักฟื้นนาน 2-3 สัปดาห์

มะเร็งถุงน้ำดี (Gallbladder cancer)

เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก และมักเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในวัย 40 ปีขึ้นไป ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งถุงน้ำดี ได้แก่ การเป็นถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง นิ่วในถุงน้ำดีที่ไม่ได้รับการรักษา รวมถึงพันธุกรรมด้วย อาการของมะเร็งถุงน้ำดีนั้นคล้ายคลึงกับโรคถุงน้ำดีอักเสบ คือปวดท้องด้านบนขวาอย่างรุนแรง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ตัวเหลืองตาเหลือง มีไข้ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด บางครั้งอาจพบถุงน้ำดีโตได้เช่นกัน

การรักษามะเร็งถุงน้ำดี

คล้ายกับการรักษามะเร็งทั่วไป คือใช้วิธีฉายรังสีและเคมีบำบัด นอกจากนี้ อาจจำเป็นต้องตัดถุงน้ำดีออกทั้งหมดเพื่อป้องกันไม่ให้มะเร็งลุกลามด้วย

การป้องกันโรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี

  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เนื่องจากภาวะน้ำหนักเกิน ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดี ถุงน้ำดีอักเสบ และพัฒนาไปเป็นมะเร็งถุงน้ำดีได้
  • ทานอาหารที่ย่อยง่ายและมีเส้นใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดี
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคตับและถุงน้ำดีอักเสบ 

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป