ในวันผ่าตัด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 12, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 817,951 คน

ในวันผ่าตัด

จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านมเป็นปราการด่านสำคัญในผู้ป่วยส่วนใหญ่เสมอ  ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งในระยะใด  โดยอาจเป็นตัวเริ่มต้น  หรืออาจตามหลังการให้ยา  อาจเป็นการผ่าตัดเพื่อหวังผลหายขาด  หรือผ่าตัดเพื่อขจัดก้อนแล้วช่วยให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้น  เพื่อไปรับการรักษาเสริมวิธีอื่นๆ  ต่อไป  จะเป็นการผ่าตัดแบบเก็บเต้านมไว้หรือผ่าตัดออกทั้งเต้าถ้าจำเป็น  เกือบทั้งหมดผู้ป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลก่อนครับ  เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม

การผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านม  ผู้ป่วยมักต้องดมยาสลบ  จริงอยู่ตอนที่ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจหรือเจาะดูดเซลล์เพื่อวินิจฉัย  อาจทำโดยฉีดยาชา  ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาล  แต่ตอนเอาจริง  เราต้องทำผ่าตัดออกเป็นวงกว้าง  และทำอย่างประณีตละเอียดลออ  การให้ผู้ป่วยหลับ ไม่รู้สึกเจ็บ  จะทำให้ผ่าตัดได้ราบรื่น  ดีต่อทุกฝ่ายครับ

แพทย์มันจะรับตัวผู้ป่วยมาก่อนเพื่อเตรียมตัวผ่าตัด  ถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชนก็จะเตรียมเจาะเลือด  เอกซเรย์ปอด  ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจกันให้เสร็จสรรพก่อนวันนัด  เพื่อที่จะอยู่โรงพยาบาลให้สั้นที่สุด  ประหยัดค่าใช้จ่าย  เผลอๆ  ขอให้งดอาหารมาจากบ้านเลย  ถึงโรงพยาบาลหกโมงเช้า  แปดโมงผ่า  รวดเร็วทันใจ

ส่วนในโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลรัฐบาลจะรับตัวกันหนึ่งถึงสองวันก่อนการผ่าตัด  ด้วยปริมาณงานที่มากกว่าเอกชน  จึงต้องให้เวลาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาเตรียมผู้ป่วยในทุกด้านจะได้ไม่ขลุกขลัก  โดยพยายามตรวจเลือดและตรวจพิเศษอื่นๆ  ที่จำเป็นมาให้เสร็จก่อนวันนัดเข้านอนในโรงพยาบาลเช่นกัน  จะได้มานอนโรงพยาบาลเพื่อรอการเยี่ยมของทีมผ่าตัดและทีมดมยา  ไม่ใช่มานอนรอผลห้องปฏิบัติการอันเป็นเรื่องไม่จำเป็น

หลายตึกผู้ป่วยที่มีการผ่าตัดมะเร็งเต้านมเป็นประจำจะมีทีมพยาบาลให้ความรู้กับผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมาอีก  ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีมากๆ  ครับ  มีการอธิบายอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง  (ซึ่งพยาบาลมักสนใจคุณภาพชีวิต  การปฏิบัติตัวของผู้ป่วย  การดำรงชีวิตหลังการผ่าตัด  มากกว่าแพทย์  ซึ่งสนใจแต่ผ่าตัด  ให้ยา  ฉายรังสี  ฯลฯ  เป็นต้น)  มีวีดิทัศน์และนำการเปลี่ยนแปลงหลังการผ่าตัด  การขยับเขยื้อนข้อไหล่  การใช้วัสดุเสริมเต้านมหลังการผ่าตัด  ช่วยให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจและสบายใจขึ้น  สิ่งเหล่านี้เป็นผลดีอย่างยิ่งกับการรักษา

ในช่วงระหว่างรอการผ่าตัด  ถ้าเป็นโรงเรียนแพทย์ก็จะมีทีมของแพทย์หลายชุดแวะเวียนกันมาเยี่ยมเยียน  ถามไถ่  ตรวจร่างกายซ้ำ  และให้คำแนะนำอีกครั้งหรืออีกหลายๆ  ครั้ง  ได้แก่  ทีมศัลยแพทย์  ทีมวิสัญญีแพทย์  ทีมพยาบาล  แล้วยังอาจมีนิสิตหรือนักศึกษาแพทย์ตัวน้อยตัวนิดมาพูดคุยอีกด้วย  สิ่งเหล่านี้เป็นข้อดีนะครับ  มองข้ามประโยชน์ไปไม่ได้ทีเดียว  เพราะการซักถามที่ต่างมุมมอง  บางครั้งได้ข้อมูลเป็นประโยชน์ที่ผู้ป่วยลืมเล่า  แต่นึกได้ตอนซักประวัติซ้ำ  ยิ่งโดยเฉพาะนิสิตแพทย์  ซึ่งมักจะซักถามละเอียดและให้เวลากับผู้ป่วยมากที่สุด  เนื่องจากตัวเองกำลังฝึกหัดและมีผู้ป่วยที่ต้องดูแลเพียงครั้งละคนสองคน  หลายครั้งได้ข้อมูลสำคัญระดับหนูช่วยชีวิตราชสีห์ทีเดียว

ข้อมูลสำคัญที่ผู้ป่วยควรนึกทบทวนให้รอบคอบและไม่ลืมบอกกับแพทย์ผู้รักษาได้แก่

  • ประวัติโรคประจำตัว
  • ยาที่ใช้ประจำ
  • ประวัติการดื่มสุราและสูบบุหรี่
  • ประวัติการแพ้ยาและอาการที่แพ้
  • ประวัติการผ่าตัดในอดีต

เบาหวาน  ความดันโลหิตสูง  ไขมันสูง  หัวใจขาดเลือด  วัณโรค  และอื่นๆ บางอย่างรักษาหายไปแล้ว  จะเล่าแถมไว้ด้วยก็ดีครับ โรคบางอย่างเพิ่มอัตราเสี่ยงของการผ่าตัด  จะได้รู้ก่อนและเตรียมการป้องกันไว้  รวมทั้งดูแลใกล้ชิดหลังการผ่าตัด  ยาบางตัวที่กินอยู่อาจต้องงดหรือเปลี่ยนชนิดระหว่างช่วงการผ่าตัด  บางตัวต้องงดก่อนเป็นเวลานาน

นี่ก็ต่อเนื่องมาจากข้อที่แล้วครับ  ถ้าจำชื่อไม่ได้ขนยามาเลย  จะได้ดูกันชัดๆ  ยากลุ่มแอสไพรินและกลุ่มยากันการทำงานของเกล็ดเลือดที่มักนิยมให้ในผู้ป่วยโรคหัวใจหรือสมองขาดเลือด  ต้องหยุดก่อนผ่าตัด  7 – 10  วันเป็นอย่างน้อย  ไม่งั้นการห้ามเลือดขณะผ่าตัดอาจมีปัญหาได้  ยากลุ่มสเตียรอยด์  อาจต้องเพิ่มขนาดขณะผ่าตัดอาจมีปัญหาได้  ยากลุ่มสเตียรอยด์  อาจต้องเพิ่มขนาดขณะเข้ารับการผ่าตัดผู้ป่วยที่ได้ยาขับปัสสาวะมานานๆ  อาจมีสมดุลน้ำและเกลือแร่ไม่ปกติ  ต้องคุมเข้มก่อนดมยาสลบ  เป็นต้น

อันนี้ปัญหาน้อยหน่อยครับสำหรับโรคเต้านม  เพราะเป็นผู้ป่วยหญิงเกือบทั้งหมด  แต่ก็ว่าไม่ได้ครับ  คุณสุภาพสตรีทำงานนอกบ้านกันมากขึ้น  เข้าสังคม  แล้วก็เลยทั้งสูบบุหรี่และดื่มสุรามากขึ้นกว่าแต่ก่อน  ไม่ดีเลยนะครับ  สำหรับบุหรี่  หยุดได้ก่อนผ่าตัดไม่น้อยกว่า  2  สัปดาห์จะเป็นการดี  และจะยิ่งดีมากถ้างดได้  2  เดือนขึ้นไป  (แต่ทำยากนะครับ  ควรถือเป็นโอกาสงดบุหรี่ตลอดชีวิตไปเลย!)

สำคัญมากครับ  โดยมากมักเป็นยากลุ่มยาปฏิชีวนะ  ซึ่งจำเป็นต้องใช้อยู่บ้างในผู้ป่วยบางราย  ผู้ป่วยควรจำชื่อยาหรือจดมาให้แพทย์ได้รับทราบ  รวมทั้งอาการที่แพ้ด้วย  เพราะอาการบางอย่างรุนแรงมาก  อาการบางอย่างที่ผู้ป่วยคิดว่าเป็นอาการแพ้เอาเข้าจริง  แพทย์อาจบอกว่าเป็นเพียงผลข้างเคียง  หลีกเลี่ยงได้  ถ้าจำเป็นก็ยังใช้ยาตัวนั้นได้อยู่  แบบนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยเองครับ

รวมทั้งการดมยาสลบ  ซึ่งจะช่วยประกอบการพิจารณาวางแผนการดมยาและผ่าตัดที่จะเกิดขึ้น  เช่น  เคยผ่าตัดบริเวณรักแร้หรือเต้านมข้างที่จะต้องผ่าตัดซ้ำ  ประวัติการดมยาที่ไม่ประทับใจ  เช่น  ครั้งก่อนตื่นมามีอาการวิงเวียน คลื่นไส้อาเจียนมากวิสัญญีแพทย์จะได้หาทางแก้ไว้แต่เนิ่นๆ

ผู้ป่วยมักถูกสั่งให้งดน้ำและอาหารก่อนเวลาผ่าตัดไม่น้อยกว่า  6  ชั่วโมง  ถ้าผ่าตัดช่วงเช้า  ก็งดอาหารหลังเที่ยงคืน  ทั้งนี้เพื่อให้ท้องว่างระหว่างการดมยาสลบ  เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการสำลักอาหารเข้าหลอดลมได้  เพราะให้ยาหย่อนกล้ามเนื้อในช่วงเริ่มดมยา อย่าเผลอนะครับ  ตื่นเช้าขึ้นมา  ท้องหวิวๆ ดันเผลอซัดกาแฟเข้าไปเต็มถ้วย  โดนเลื่อนผ่าตัดไปเลย

คืนวันก่อนผ่าตัดต้องพักผ่อนให้เต็มที่  พูดง่ายแต่ทำยากครับ  มันตื่นเต้น  ระคนกับความรู้สึกอะไรอื่นๆ  อีกมากมาย  ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมักต้องใช้ยานอนหลับบ้าง  จะได้คลายความวิตกกังวล  พักผ่อนได้เต็มที่และสดชื่นในตอนเช้า

หากเป็นการผ่าตัดช่วงเช้า  เมื่อตื่นนอนก็แนะนำให้อาบน้ำสะอาดหมดจดทั้งตัว  เพราะหลังผ่าตัดแพทย์อาจห้ามไม่ให้แผลถูกน้ำ  เลยอดอาบน้ำแบบเต็มอิ่มไปหลายวัน  และต้องใช้เช็ดตัวแทน  จะได้ไม่หงุดหงิดใจมากนัก

ผู้ป่วยมักถูกรับตัวด้วยรถนอนมาที่ห้องผ่าตัดก่อนเวลาพอสมควร  โดยมากจะพยายามไม่ให้ผู้ป่วยมาคอยนานนัก  แต่ก็ไม่กระหืดกระหอบเกินไป  ในผู้ป่วยบางรายที่ก้อนคลำไม่ได้และจำเป็นต้องให้แพทย์รังสีรักษาช่วยเล็งเป้า  จะถูกนำตัวไปยังตักเอกซเรย์ก่อน  เพื่อให้แพทย์รังสีรักษาช่วยสอดเข็มหรือทำเครื่องหมายชี้ตำแหน่งก่อน  โดยใช้เอกซเรย์แมมโมแกรม  และหรืออัลตราซาวนด์ช่วย  เมื่อพร้อมแล้วผู้ป่วยก็จะถูกผนึกบริเวณที่แทงเข็มด้วยผ้าก๊อซและปลาสเตอร์อย่างแน่นหนา  และพาตัวมาที่ห้องผ่าตัดอีกที

ผู้ป่วยจะมาพักอยู่ในส่วนรอหน้าห้องผ่าตัดที่อาจมีการกั้นม่านหรือเปิดเพลงเบาๆ  ให้เย็นใจ  ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่และพยาบาลจะมาเช็คชื่อเสียงเรียงนามกันการสับสน  ดูความพร้อมของประวัติผู้ป่วย  ฟิล์มเอกซเรย์  และอุปกรณ์อื่นๆ  รวมทั้งเช็กว่าผู้ป่วยถอดเครื่องประดับ  ฟันปลอม  และเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ  ออกหมดแล้วหรือยัง  รวมทั้งพูดคุยให้ผู้ป่วยอุ่นใจและสบายใจขึ้น

เมื่อห้องผ่าตัดพร้อม  ผู้ป่วยจะได้รับการเคลื่อนย้ายเข้าสู่เตียงผ่าตัด  จากนั้นแพทย์กลุ่มแรกที่จะเข้ามาทักทายมะรุมมะตุ้ม  คือวิสัญญีแพทย์ครับ  มาเปิดเส้นแทงน้ำเกลือ  อ้าปากเช็กดูฟันปลอม  ถามไถ่เรื่องการแพ้ยา  และโรคประจำตัวกันอีกครั้ง  ช่วงนี้ศัลยแพทย์ที่รู้ใจจะยื่นหน้าไปสวัสดีผู้ป่วยอีกครั้งก่อนหลับ  ผู้ป่วยก็จะสบายใจที่ได้เห็นใบหน้าคุ้นเคยและมั่นใจได้ว่ามาถูกทีม  แพทย์เองก็สบายใจว่าได้ผู้ป่วยมาถูกคนถูกข้างอย่างแน่นอน

ผู้ป่วยบางรายต้องตัดชิ้นเนื้อเล็กๆ  แล้วส่งตรวจแบบเร่งด่วนก่อนผ่าตัดใหญ่  ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งจากการเจาะดูดเซลล์  และตั้งใจจะผ่าตัดเต้านมออก  จึงต้องให้มั่นใจระดับร้อยเปอร์เซ็นต์  ผลการตรวจจะรายงานกลับมาภายในครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง  ศัลยแพทย์จึงอาจฉีดยาชาก่อนตอนตัดชิ้นเนื้อ  พอได้ผลชิ้นเนื้อยืนยันค่อยดมยาสลบแล้วผ่าตัดใหญ่ต่อหรืออาจเริ่มดมยาสลบไปตั้งแต่ต้นเลย  ตัดชิ้นเนื้อแล้วก็ดมยารอผล  จะทำวิธีไหนต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป

จากนั้นตามด้วยการผ่าตัดที่ตั้งใจไว้ครับ  โดยผู้ป่วยได้รับการดมยาสลบ  ถ้าทุกอย่างราบรื่น  ศัลยแพทย์จะดำเนินการไปตามที่วางแผนไว้  ซึ่งเป็นไปตามที่อธิบายกันก่อนการผ่าตัดแล้ว  เช่น  อาจจะเป็นการผ่าตัดแบบเก็บเต้านมไว้  การผ่าตัดแบบเอาเนื้อเต้านมออก  การเลาะต่อมน้ำเหลืองในรักแร้  การฉีดสีหรือสารรังสีเพื่อเลาะหาต่อมน้ำเหลือง  “หัวโจก”  การเสริมเต้านมทันทีเมื่อตัดเต้านมออก  โดยการใช้ถุงน้ำเกลือหรือเนื้อเยื่อของเราเอง

ขั้นตอนเหล่านี้แพทย์มักอธิบายไว้ละเอียดก่อนการผ่าตัด  รวมทั้งบอกอาการที่คาดว่าจะเกิดหลังผ่าตัดด้วย  เช่น  รู้สึกตึงบริเวณแผลผ่าตัด  และจะตึงมากถ้ามีการเสริมเต้านมด้วยถุงน้ำเกลือ  ที่ใกล้รักแร้อาจมีท่อพลาสติกเล็กๆ 1  หรือ  2  เส้นใส่ไว้  เพื่อระบายน้ำเหลืองซึ่งอาจคั่งค้างในบริเวณที่ผ่าตัด  ตรงเต้านมอาจจะมีผ้าก๊อซหนาๆ  ติดด้วยปลาสเตอร์เหนียวๆ  เพื่อให้แผลกระชับและต้องอยู่อย่างนั้นหลายวันก่อนเปิด  เพื่อให้เนื้อเยื่อเริ่มเกาะประสานกัน  เป็นต้น  รายละเอียดเหล่านี้จะต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย  ผมขอกล่าวถึงโดยรวมเท่านั้น  สถานการณ์จริงผู้ป่วยต้องสอบถามแพทย์ของตนเฉพาะรายไป

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะได้รับการเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย  บางรายโดยเฉพาะการผ่าตัดที่มีทีมศัลยแพทย์ตกแต่งและเสริมสร้างมาร่วมงานด้วย  อาจมีการเย็บแผลชั้นบนสุดด้วยไหมไม่ละลายเส้นเล็กสุดขีด  เพื่อความเนี๊ยบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  และตัดไหมหลังเย็บ  4 – 5  วันก็จะเนียนขึ้นไปอีก

ผู้ป่วยที่ฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบมักจะสะลึมสะลืออยู่อีกพัก  คุณหมอมักให้ผู้ป่วยรออยู่ที่ห้องพักฟื้น  คอยเฝ้าดูชีพจร  ความดันโลหิต  ให้แน่ใจว่าเข้าสู่ระดับปกติ  และไม่มีภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน  รวมทั้งตื่นเต็มที่  พูดจารู้เรื่อง  หายใจได้ดี  จึงให้กลับตึกหรือกลับห้องพักได้  รวมเวลาที่อยู่ในห้องพักพื้น 1  -  2  ชั่วโมงหลังจากผ่าตัดเสร็จ

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "มะเร็งเต้านม" โดยรองศาสตราจารย์ นพ. พัฒน์พงศ์ นาวีเจริญ, รองศาสตราจารย์ นพ. ศิรชัย จินดารักษ์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ. ชวลิต เลิศบุษยานุกูล, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ. วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ จากสำนักพิมพ์อมรินทร์ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่