Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ยา

ยากระตุ้นคืออะไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,946,713 คน

ยากระตุ้นคืออะไร

ยากระตุ้นเป็นยากลุ่มหนึ่งในยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท (psychoactive drug) ที่เพิ่มการทำงานของสมอง ยาเหล่านี้สามารถเพิ่มความตื่นตัว กระตุ้นอารมณ์และการรับรู้ได้ชั่วคราว ยากระตุ้นเหล่านี้มีบางตัวที่ผิดกฎหมายและใช้กันโดยทั่วไป กลุ่มยากระตุ้นจะมีสิ่งที่คล้าย ๆ กัน แต่ยาแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติและกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน

ยาที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มยากระตุ้นได้แก่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจหาสารเสพติด (ยาบ้าหรือแอมเฟตามีน) เริ่มที่ 212 บาท

ตรวจได้ในเลือด ปัสสาวะ และเส้นผมที่ติดราก สอบถามได้วันนี้

Istock 989108042

คาเฟอีน

นิโคติน

โคเคน

เมตแอมเฟตามีน

ยากระตุ้นที่ต้องสั่งใช้โดยแพทย์

 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ อายุมากกว่า 50 ปี ลด 15%

เริ่มที่ 2,541 บาท คัดกรองโรคที่เจอบ่อย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 643564758

คาเฟอีน

คาเฟอีนเป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุดในโลก ซึ่งพบได้ทั้งในกาแฟ ชา โกโก้ ลูกกวาดช็อกโกแลต และน้ำอัดลม ในขณะที่คาเฟอีนมีผลดีหลายอย่าง เช่น เพิ่มพลังงานและความตื่นตัว แต่การใช้ในปริมาณมากสามารถทำให้เกิดอาการ เช่น วิตกกังวลและนอนไม่หลับ อาการขาดยาอาจมีได้ทั้งปวดหัว เหนื่อยเพลีย และหงุดหงิดได้

 

นิโคติน

นิโคตินจัดเป็นหนึ่งในสามของยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ใช้กันมากที่สุดในโลก แม้ว่าจะถูกใช้ในการแพทย์บ้างเพียงเล็กน้อย ระหว่างช่วงต้นถึงช่วงกลางของศตวรรษที่ยี่สิบ การสูบบุหรี่ถือเป็นกระแสนิยม แต่รายงานของผลเสียต่อสุขภาพทำให้มีการห้ามสูบบุหรี่มากขึ้น อย่างไรก็ตามทางองค์กรควบคุมและป้องกันโรค (CDC) รายงานว่า ในปี 2014 ยังมีประชากรในวัยผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 18 ปีของสหรัฐอเมริกาที่สูบบุหรี่อยู่ 17% หรือประมาณ 40 ล้านคน

สถาบันยาเสพติดแห่งชาติ (National Institute on Drug Abuse) รายงานว่าการใช้ยาสูบเป็นสาเหตุที่ป้องกันได้ของการเสียชีวิต โรค และความพิการในสหรัฐอเมริกา ซึ่งการใช้บุหรี่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากกว่า 480,000 รายต่อปี

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจหาสารเสพติด (ยาบ้าหรือแอมเฟตามีน) เริ่มที่ 212 บาท

ตรวจได้ในเลือด ปัสสาวะ และเส้นผมที่ติดราก สอบถามได้วันนี้

Istock 989108042

 

โคเคน

โคเคนเป็นยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทำจากใบของต้นโคคา

ในช่วงปลายของคริสต์ศตวรรษที่ 19 นักจิตวิเคราะห์ Sigmund Freud สนับสนุนการใช้โคเคนเป็นการรักษาโรคจิตเภท แต่ต่อมาภายหลังก็ตระหนักถึงการเสพติด ในช่วงต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 20 โคเคนยังเป็นสิ่งถูกกฎหมายในสหรัฐอเมริกา และสามารถพบได้ตามร้านขายยาทั่วไป

ในปี ค.ศ. 1906 รัฐบาลเริ่มต้องการให้ผู้ผลิตระบุการมีโคเคนเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ลงบนฉลาก และเริ่มมีมาตรการจำกัดการจำหน่ายในช่วงต้นของทศวรรษ 1920 โคเคนเป็นสารที่ถูกควบคุม การใช้และการขายจัดเป็นเรื่องผิดกฎหมายในกรณีส่วนใหญ่

ในปัจจุบัน โคเคนเป็นยาเสพติดผิดกฎหมายที่ใช้กันมากเป็นอันดับสองในสหรัฐอเมริกา

ยากระตุ้นเป็นยากลุ่มหนึ่งในยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท (psychoactive drug) ที่เพิ่มการทำงานของสมอง ยาเหล่านี้สามารถเพิ่มความตื่นตัว กระตุ้นอารมณ์และการรับรู้ได้ชั่วคราว ยากระตุ้นเหล่านี้มีบางตัวที่ผิดกฎหมายและใช้กันโดยทั่วไป กลุ่มยากระตุ้นจะมีสิ่งที่คล้าย ๆ กัน แต่ยาแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติและกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน

ยาที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มยากระตุ้นได้แก่

คาเฟอีน

นิโคติน

โคเคน

เมตแอมเฟตามีน

ยากระตุ้นที่ต้องสั่งใช้โดยแพทย์

 

คาเฟอีน

คาเฟอีนเป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุดในโลก ซึ่งพบได้ทั้งในกาแฟ ชา โกโก้ ลูกกวาดช็อกโกแลต และน้ำอัดลม ในขณะที่คาเฟอีนมีผลดีหลายอย่าง เช่น เพิ่มพลังงานและความตื่นตัว แต่การใช้ในปริมาณมากสามารถทำให้เกิดอาการ เช่น วิตกกังวลและนอนไม่หลับ อาการขาดยาอาจมีได้ทั้งปวดหัว เหนื่อยเพลีย และหงุดหงิดได้

 

นิโคติน

นิโคตินจัดเป็นหนึ่งในสามของยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ใช้กันมากที่สุดในโลก แม้ว่าจะถูกใช้ในการแพทย์บ้างเพียงเล็กน้อย ระหว่างช่วงต้นถึงช่วงกลางของศตวรรษที่ยี่สิบ การสูบบุหรี่ถือเป็นกระแสนิยม แต่รายงานของผลเสียต่อสุขภาพทำให้มีการห้ามสูบบุหรี่มากขึ้น อย่างไรก็ตามทางองค์กรควบคุมและป้องกันโรค (CDC) รายงานว่า ในปี 2014 ยังมีประชากรในวัยผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 18 ปีของสหรัฐอเมริกาที่สูบบุหรี่อยู่ 17% หรือประมาณ 40 ล้านคน

สถาบันยาเสพติดแห่งชาติ (National Institute on Drug Abuse) รายงานว่าการใช้ยาสูบเป็นสาเหตุที่ป้องกันได้ของการเสียชีวิต โรค และความพิการในสหรัฐอเมริกา ซึ่งการใช้บุหรี่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากกว่า 480,000 รายต่อปี

 

โคเคน

โคเคนเป็นยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทำจากใบของต้นโคคา

ในช่วงปลายของคริสต์ศตวรรษที่ 19 นักจิตวิเคราะห์ Sigmund Freud สนับสนุนการใช้โคเคนเป็นการรักษาโรคจิตเภท แต่ต่อมาภายหลังก็ตระหนักถึงการเสพติด ในช่วงต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 20 โคเคนยังเป็นสิ่งถูกกฎหมายในสหรัฐอเมริกา และสามารถพบได้ตามร้านขายยาทั่วไป

ในปี ค.ศ. 1906 รัฐบาลเริ่มต้องการให้ผู้ผลิตระบุการมีโคเคนเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ลงบนฉลาก และเริ่มมีมาตรการจำกัดการจำหน่ายในช่วงต้นของทศวรรษ 1920 โคเคนเป็นสารที่ถูกควบคุม การใช้และการขายจัดเป็นเรื่องผิดกฎหมายในกรณีส่วนใหญ่

ในปัจจุบัน โคเคนเป็นยาเสพติดผิดกฎหมายที่ใช้กันมากเป็นอันดับสองในสหรัฐอเมริกา

โคเคนถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะทางใดก็ตาม ทั้งการสูดผงโดยตรง การสูดควัน การฉีด หรือการกิน ยาจะไปถึงสมองได้อย่างรวดเร็วและกระจายไปยังเนื้อเยื่อส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย โคเคนยังถูกเปลี่ยนรูปอย่างรวดเร็วด้วยเอนไซม์ในตับและพลาสมาภายในเวลาประมาณ 30-60 นาที แต่สามารถตรวจพบจากการตรวจปัสสาวะได้ถึง 12 ชั่วโมงหลังจากยาเข้าสู่ร่างกาย

 

เมตแอมเฟตามีน

ทุกวันนี้เมตแอมเฟตามีนหรือที่รู้จักกันในชื่อ meth ยังเป็นหนึ่งในยากระตุ้นผิดกฎหมายที่ใช้กันมากที่สุด Meth ทำให้เกิดการเสพติดอย่างรุนแรงและทำลายเนื้อสมอง ทำให้เกิดความเสียหายต่อสมองได้

 

ยากระตุ้นที่แพทย์ต้องเป็นผู้สั่งใช้

ยากลุ่มนี้เป็นยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทอัตโนมัติ ผลบางส่วนจากการใช้ยาเหล่านี้ได้แก่อาการสั่น เส้นเลือดหดตัว กระวนกระวาย หัวใจเต้นเร็ว นอนไม่หลับ หวาดระแวง และเบื่ออาหาร

ในอดีตยาเหล่านี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาภาวะอ้วนและการลดน้ำหนัก แต่คุณสมบัติที่ก่อให้เกิดการเสพติดของยาเหล่านี้ทำให้แทบจะไม่มีการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวอีกต่อไป

ในปัจจุบันยากลุ่มนี้ยังใช้รักษาโรคทางกายและโรคทางจิตเวชบางอย่าง เช่น โรคสมาธิสั้น (ADHD) และโรคลมหลับ (narcolepsy) ชื่อที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปของยากลุ่มนี้ได้แก่ Ritalin, Adderall และ Dexedrine ยากลุ่มนี้ทำงานโดยการเพิ่มผลจาก dopamine และ norepinephrine ซึ่งสามารถทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น เพิ่มการทำงานของระบบการหายใจและรู้สึกเคลิบเคลิ้มเป็นสุขได้


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป