Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
สุขภาพผู้หญิง

เชื้อราในช่องคลอด

เชื้อราในช่องคลอด จุดเร้นลับที่ไม่ลับแต่ผู้หญิงทุกคนควรต้องรู้ เพื่อดูแลตนเองให้ดี ก่อนต้องมารักษาทีหลัง
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,979,310 คน

เชื้อราในช่องคลอด

สาวๆ เคยไหม... รู้สึกคันตรงจุดซ่อนเร้นจนแทบทนไม่ไหว โดยเฉพาะบริเวณปากช่องคลอด แถมบางครั้งยังตามมาด้วยตกขาวกลิ่นแปลกๆ อีก ทำเอาหมดความมั่นใจไปเลย หากมีอาการแบบนี้ให้สงสัยไว้เลยว่า อาการแปลกๆ นั้นอาจเกิดจากการติดเชื้อราในช่องคลอดก็เป็นได้

ความจริงแล้วอาการคันบริเวณช่องคลอดอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือโปรโตซัวได้เช่นกัน แต่พบไม่บ่อยเท่าการติดเชื้อราที่มีชื่อว่า แคนดิดา อัลบิแคนส์(Candida albican) ซึ่งโรคเชื้อราในช่องคลอดพบได้ในผู้หญิงทุกเพศทุกวัย ซึ่งแม้จะไม่ใช่โรคที่มีอันตรายรุนแรง แต่ก็ทำให้รู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว แถมยังรบกวนการทำกิจวัตรประจำวันของสาวๆ ได้ไม่น้อย 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
มัวกังวลทำไม ตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์ให้สบายใจวันนี้

เลือกตรวจที่รพ.และคลินิคชั้นนำกว่า 20 ที่ ไม่ต้องเขิน แถมลดเพิ่ม 15% เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 500358904

โรคเชื้อราในช่องคลอดสังเกตอาการได้ดังนี้ 

  • คันบริเวณปากช่องคลอดอย่างมาก
  • บางครั้งอาจมีผื่นบวมแดงบริเวณอวัยวะเพศ และมีอาการแสบร้อนระคายเคืองร่วมด้วย
  • รู้สึกแสบเวลาปัสสาวะ หรือมีเพศสัมพันธ์
  • มีตกขาวสีขาวขุ่น จับตัวเป็นก้อนคล้ายแป้งเปียก มีกลิ่นเปรี้ยวเหมือนนมบูด

สาเหตุของเชื้อราในช่องคลอด

โดยปกติบริเวณช่องคลอดจะมีเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราประจำถิ่นอาศัยอยู่ โดยปกติแล้วเชื้อเหล่านี้จะไม่ก่อโรค แต่หากมีสภาวะกรดเบสในช่องคลอดไม่สมดุลจนทำให้เชื้อราเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อและมีอาการดังข้างต้นขึ้นได้ สาเหตุที่ทำให้เชื้อราในช่องคลอดที่ก่อโรคเพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าปกติ ได้แก่

  • บริเวณอวัยวะเพศไม่สะอาดและอับชื้น เนื่องจากดูแลไม่ดีพอ เช่น หลังอาบน้ำแล้วไม่เช็ดให้แห้งก่อนสวมเสื้อผ้า สวมกางเกงชั้นในที่อับชื้น ระบายอากาศไม่ดี หรือใส่ผ้าอนามัย แผ่นอนามัยแผ่นเดิมนานๆ โดยไม่ยอมเปลี่ยนแผ่นใหม่
  • สวนล้างช่องคลอดด้วยน้ำสบู่อย่างรุนแรงทำให้ช่องคลอดเสียสมดุล เชื้อประจำถิ่นถูกกำจัดไป เชื้อโรคอื่นๆ จึงฉวยโอกาสรุกรานได้ง่าย
  • ใช้ยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้แบคทีเรียบริเวณช่องคลอดถูกทำลาย เชื้อราก่อโรคอื่นๆ จึงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลง เช่น อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หรือเป็นโรคที่ส่งผลให้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากอวัยวะเพศชายไม่สะอาด

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นเชื้อราในช่องคลอด

  • ภาวะนี้พบได้มากในหญิงตั้งครรภ์ และผู้หญิงที่อยู่ในภูมิประเทศเขตร้อนชื้น
  • ผู้ที่มี T-cell ทำหน้าที่เสื่อมลง ได้แก่ โรคเบาหวานที่คุมได้ไม่ดี ผู้ที่รับประทานยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน  หรือผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี เป็นต้น

นอกจากนั้น การรับประทานอาหารรสหวานที่มากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดเชื้อราในช่องคลอดได้

การรักษาเชื้อราในช่องคลอด

หากมีอาการรุนแรง แล้วไปพบแพทย์ แพทย์มักรักษาเชื้อราในช่องคลอดด้วยการใช้ยา โดยจะเป็นกลุ่มยาต้านเชื้อราที่มีทั้งรูปแบบยากิน ทายา และยาเหน็บ เช่น ยากินกลุ่ม Clotrimazole  Tioconazole และยาสอดช่องคลอดกลุ่ม Imidazole 

บางคนสงสัยว่า เราสามารถรักษาเชื้อราในช่องคลอดเองได้ไหม? 

คำตอบคือ ไม่ควรซื้อยามารักษาเองเพราะอาการคันช่องคลอด มีตกขาวผิดปกติ สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียก็ได้ ดังนั้นทางที่ดีควรไปพบแพทย์ หรือเภสัชกร เล่าอาการของคุณให้ฟัง เพื่อรับยารักษาอย่างถูกต้อง ตรงตามโรคมากที่สุด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
มัวกังวลทำไม ตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์ให้สบายใจวันนี้

เลือกตรวจที่รพ.และคลินิคชั้นนำกว่า 20 ที่ ไม่ต้องเขิน แถมลดเพิ่ม 15% เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 500358904

นอกจากการรักษาเชื้อราในช่องคลอดด้วยยาแล้ว สาวๆ จะต้องดูแลรักษาความสะอาดของจุดซ่อนเร้นไม่ให้อับชื้น แก้ไขปัจจัยเสี่ยงต่างๆ หากมีอาการคันก็ไม่ควรเกาแรงๆ เพราะจะทำให้เกิดแผลได้ และงดการสวนล้างช่องคลอด ให้เปลี่ยนมาใช้สบู่อ่อน หรือน้ำเปล่าและล้างทำความสะอาดเฉพาะภายนอกเท่านั้น งดการมีเพศสัมพันธ์ก่อน หากสงสัยว่า หนุ่มคู่นอนจะติดเชื้อด้วยก็ควรให้มารักษาพร้อมกันเลย

การป้องกันเชื้อราในช่องคลอด

  1. ดูแลจุดซ่อนเร้นไม่ให้สกปรกและอับชื้น หากอาบน้ำหรือปัสสาวะควรเช็ดให้แห้งก่อนสวมเสื้อผ้า ควรเลือกกางเกงและกางเกงชั้นในที่ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดแน่นจนเกินไป
  2. ควรเปลี่ยนมาใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่นแทนแบบสอด เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าไปในช่องคลอด และควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ
  3. ไม่ควรล้างสวนช่องคลอด โดยเฉพาะการใช้สบู่มีฤทธิ์แรงๆ นั้นควรงดเด็ดขาด ให้ใช้น้ำเปล่าหรือสบู่อ่อนๆ ล้างภายนอกเท่านั้นก็พอแล้ว และล้างจากด้านหน้าไปด้านหลัง (จากช่องคลอดไปทางทวารหนัก)

สรุป  เมื่อคุณมีอาการคันบริเวณช่องคลอด ตกขาวมีกลิ่น หรือมีความผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย สาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อราในช่องคลอด แต่จะใช่ หรือไม่ ควรให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย ไม่แนะนำให้ซื้อยารับประทานเอง บางคนซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานซึ่งไม่ถูกต้อง  ถ้าหากติดเชื้อราต้องใช้ยารักษาเชื้อรา ไม่ใช่ยารักษาแบคทีเรีย (ยาปฏิชีวนะ คือ ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) นอกจากนั้นยังต้องดูแลตนเองควบคู่ไปด้วยตามคำแนะนำในบทความที่กล่าวไป เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาเชื้อราในช่องคลอด และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำด้วย


ที่มาของข้อมูล

ชัยเลิศ พงษ์นริศร, ภาวะตกขาว (Vaginal Discharge) (http://www.med.cmu.ac.th/dept/...), 21 พฤศจิกายน 2553

รศ.พ.ญ.จารุวรรณ แซ่เต็ง, ตกขาว (Leukorrhea) (http://www.med.cmu.ac.th/dept/...), 6 พฤษภาคม 2561

โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์, เชื้อราในช่องคลอด อย่าปล่อยไว้ให้กวนใจ (Candidiasis)(http://www.siphhospital.com/th/news/article/share/939/Candidiasis).


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
อาการคันและแสบในช่องคลอดไม่ใช่เรื่องปกติ
อาการคันและแสบในช่องคลอดไม่ใช่เรื่องปกติ

จุดซ่อนเร้นคือจุดสำคัญ ขอให้หมั่นสังเกตเพื่อแก้ไขก่อนที่อาการจะรุนแรงและยากต่อการรักษา

ดูในแอป