สุขภาพผู้หญิง

สาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการคันและแสบในช่องคลอดคืออะไร?

อะไรคือสิ่งที่อาจลืมไปและคุณสามารถทำอะไรกับอาการนี้ได้บ้าง
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Istock 492038230 m

คุณเคยรู้สึกไม่สบายบริเวณนั้นหรือไม่ อาการคันหรือแสบบริเวณช่องคลอดไม่ได้อาการปกติที่เกิดได้หลังจากการมีเพศสัมพันธ์ แต่อาการนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติในช่องคลอด ซึ่งมีหลายภาวะที่สามารถทำให้เกิดอาการคันและแสบร้อนได้ โดยเฉพาะการติดเชื้อบางกลุ่ม ถึงแม้ว่าการติดเชื้อเหล่านี้อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ทั้งหมดก็ตาม ตัวอย่างต่อไปนี้ คือ สาเหตุที่พบได้บ่อยของการเกิดอาการคันหรือแสบในช่องคลอด

การติดเชื้อยีสต์

อาการคันและแสบร้อนเป็นอาการหนึ่งที่สามารถพบได้เมื่อมีการติดเชื้อยีสต์ (หรือก็คือการติดเชื้อ Candida) ซึ่งเป็นการติดเชื้อที่พบได้บ่อย อาการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ตกขาวเหนียวข้นและอวัยวะเพศภายนอกมีการบวม การติดเชื้อยีสต์ในบางครั้งอาจเป็นการติดต่อระหว่างการมีเพศสัมพันธ์แต่ก็ไม่เสมอไป หากคุณสงสัยว่าจะมีการติดเชื้อยีสต์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนควรไปพบแพทย์ หากคุณเคยมีอาการติดเชื้อดังกล่าวมาแล้วหลายครั้งอาจซื้อครีมทาฆ่าเชื้อราหรือยาเหน็บทางช่องคลอดในการรักษา

Trichomoniasis

เชื้อ Trichomonas เป็นเชื้อปรสิตที่สามารถอาศัยอยู่ในต่อมลูกหมากของผู้ชาย การติดเชื้อนี้สามารถทำให้มีตกขาวสีเหลืองเขียวและมีอาการคันได้ ไม่ควรซื้อยามารักษาอาการนี้เองแต่ควรพบแพทย์หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อชนิดนี้

ช่องคลอดอักเสบ

เป็นคำพูดรวมที่แสดงว่าช่องคลอดมีอาการอักเสบ โดยอาจเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์หรือจากปัจจัยอื่นที่ทำให้สมดุลในช่องคลอดที่เกิดจากแบคทีเรียที่ช่วยทำความสะอาดช่องคลอดและทำให้ช่องคลอดชุ่มชื้นเกิดความผิดปกติ

การระคายเคืองช่องคลอด

การใช้ครีมหรือเยลลี่ฆ่าสเปิร์มหรืออุปกรณ์คุมกำเนิดทางช่องคลอดถือเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ที่สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองช่องคลอดเกิดอาการคันหรือแสบได้ ในกลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มักจะมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจตต่ำและทำให้ผนังช่องคลอดบางและแห้งลงอาจพบว่าการมีเพศสัมพันธ์ทำให้มีการระคายเคืองบริเวณช่องคลอดได้ การใช้ครีมทางช่องคลอดเพื่อช่วยในการหล่อลื่นระหว่างการมีเพศสัมพันธ์อาจช่วยลดอาการนี้ได้

ปฏิกิริยาการแพ้

ปฏิกิริยาการแพ้สามารถทำให้เกิดอาการคันในช่องคลอดหรือแสบร้อนหลังจากมีเพศสัมพันธ์ได้เช่นกันแม้จะพบได้น้อยกว่าการติดเชื้อมาก ผู้หญิงบางคนอาจมีอาการแพ้น้ำอสุจิ ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับคู่นอนแต่ละคนที่มีโปรตีนในน้ำอสุจิที่แตกต่างกัน และมีการบันทึกกรณีนี้ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1958 ที่ประเทศเยอรมนี

การแพ้น้ำอสุจินี้เป็นภาวะที่ยากต่อการตรวจสอบเพราะอาการที่เกิดขึ้นมักเป็นอาการที่ผู้หญิงไม่กล้าปรึกษาแพทย์ ในผู้หญิงที่สงสัยว่ามีภาวะนี้และได้ทำการตัดสาเหตุจากการติดเชื้อออกไปแล้วอาจทดลองใช้ถุงยางระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ หากอาการที่เคยเป็นหลังจากมีเพศสัมพันธ์หายไป แสดงว่าอาจมีอาการแพ้น้ำอสุจิจริง อย่างไรก็ตาม การใช้ถุงยางก็สามารถทำให้เกิดอาการคันหรือแสบในช่องคลอดหลังจากมีเพศ สัมพันธ์ในผู้หญิงที่มีการแพ้ยางธรรมชาติซึ่งนำมาผลิตเป็นถุงยางเช่นกัน

ผู้ที่มีอาการแพ้ยางธรรมชาตินี้มักตรวจพบจากการสัมผัสยางอื่นๆ ในชีวิตประจำวันเช่นการใส่ถุงมือยางเป็นต้น และเนื่องจากอาการแพ้ยางธรรมชาตินี้สามารถมีอาการรุนแรงถึงชีวิต เช่น ทำให้เกิดอาการหายใจลกลากได้ผผู้หญิงที่มีการแพ้ยางธรรมชาติเหล่านี้ จึงจะได้รับคำแนะนำให้ใช้ถุงยางที่ไม่ได้ทำจากยางหรือใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่น หากคุณสงสัยว่าอาการคันหรือแสบในช่องคลอดหลังการมีเพศสัมพันธ์ที่กำลังเป็นอยู่อาจเกิดจากสาเหตุที่กล่าวไปเบื้องต้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการทดสอบวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่