Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

คำถามน่ารู้เกี่ยวกับโรคเอดส์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,765,466 คน

คำถามน่ารู้เกี่ยวกับโรคเอดส์

โรคเอดส์ คืออะไร   

โรคเอดส์ คือโรคที่เกิดต่อเนื่องมาจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV)  

ระยะที่ 1 ระยะแรกเริ่มติดเชื้อจะมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น มีไข้ ปวดหัว เจ็บคอ มีผื่น ปวดตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ
ระยะที่ 2 เป็นระยะอาการสงบหรือระยะเรื้อรัง ผู้ติดเชื้อจะไม่แสดงอาการ แต่เชื้อจะพัฒนาต่อไป ใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 ปี
ระยะที่ 3 เป็นระยะของโรคเอดส์เต็มขั้น เป็นระยะที่ภูมิคุ้มกันถูกทำลายจนเสียหายหนัก ทำให้เกิดการติดเชื้อและเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ และเสี่ยงต่อการเสียชีวิต โดยเอดส์มีอาการสำคัญ เช่น มีไข้อยู่ตลอดเวลา เหนื่อยล้า หมดแรง น้ำหนักลด มีเหงื่อไหลตลอดทั้งคืน ท้องร่วงเรื้อรัง มีฝ้าสีขาวหรือแผลบริเวณลิ้นและปาก โดยมีอาการเรื้อรังนานเกินกว่า 3 เดือน

โรคเอดส์ติดต่อได้อย่างไร

โรคเอดส์ติดต่อได้โดยการรับเลือดหรือสารคัดหลั่ง เช่น น้ำอสุจิ น้ำเมือกในช่องคลอด จากผู้ที่ติดเชื้อโดยวิธีเหล่านี้

  • จากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งทางอวัยวะเพศ รูทวาร และปาก  ผู้ที่ติดเชื้อโดยวิธีนี้มีประมาณ 78%
  • การใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าหลอดเลือด โดยใช้เข็มฉีดร่วมกับคนอื่น ผู้ที่ติดเชื้อโดยวิธีนี้มีประมาณ 20%
  • ทางการรับเลือดจากผู้อื่นที่มีเชื้อไวรัส การติดเชื้อโดยวิธีนี้มีประมาณ 1.5%
  • ติดต่อจากแม่ที่ติดเชื้อสู่ลูก ซึ่งอาจติดต่อได้ทางเลือดจากแม่สู่ลูกโดยตรงผ่านทางรก หรือจากการที่ทารกกลืนเลือดของแม่ระหว่างการคลอด หรือได้รับเชื้อที่อยู่ในน้ำนมแม่
  • การติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์จากอุบัติเหตุทางการแพทย์ เช่น ถูกเข็มฉีดยาหรือเข็มเจาะเลือดผู้ป่วยตำนิ้วโดยบังเอิญ โรคเอดส์ไม่สามารถติดต่อ
  • การติดเชื้อเอชไอวีจากน้ำลายหรือน้ำตา มีโอกาสเกิดได้น้อยมากๆ มักเป็นในกรณีที่มีเลือดปนสารคัดหลั่งเหล่านี้ด้วย
  • ยุงไม่ได้เป็นพาหะของโรคเอดส์
  • การจับมือ  การกอด การสัมผัสผิวหนังภายนอกของผู้ติดเชื้อ ไม่ได้ทำให้ติดเชื้อ
  • เชื้อไวรัสที่ปะปนออกมาในเลือด เสมหะที่ออกมาอยู่นอกร่างกายจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง และเชื้อจะตายเมื่อถูกน้ำยาฆ่าเชื้อ แอลกอฮอล์ หรือแสงแดด

วิธีการตรวจเอดส์แบบรวดเร็วทำได้อย่างไร

เมื่อมีความเสี่ยงสามารถรับการตรวจได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้มีอาการด้วยวิธี

  • Anti-HIV  เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี (เอดส์)  โดยไม่ต้องรอให้มีอาการ สามารถตรวจพบได้หลังจากรับเชื้อมาแล้ว  2-6 สัปดาห์
  • Nucleic Acid Technology (NAT) สามารถตรวจพบเชื้อได้ภายหลังรับเชื้อมาแล้ว 3-7 วัน                                                                                        

**คนไทยทุกคน ทุกสิทธิ์สามารถไปตรวจ Anti HIV ฟรี  ปีละ 2 ครั้ง ที่โรงพยาบาลภาครัฐทั่วประเทศไทย** 

ทำอย่างไรเมื่อตรวจพบว่าติดเชื้อ

เอดส์สามารถรักษาได้ถึงแม้จะไม่หายขาด การรักษาทำได้โดยการรับยาต้านไวรัส ผู้ป่วยติดเชื้อต้องทานยาตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง รวมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองรับเชื้อเพิ่มและไม่แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป