การกินเพื่อสุขภาพ

กะทกรก (Stinking-Passion Flower)

สรรพคุณ รสชาติ วิธีกินกะทกรก พร้อมคำแนะนำการบริโภคกะทกรกเพื่อประโยชน์ต่อร่างกาย
เผยแพร่ครั้งแรก 20 พ.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 5 ส.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 23 พ.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
กะทกรก (Stinking-Passion Flower)

กะทกรก เป็นไม้เถาเลื้อย มีส่วนของใบที่เปลี่ยนไปเป็นหนวดใช้สำหรับพันยึดกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่ใกล้เพื่อพยุงลำต้นหาแสง ใบกะทกรกเป็นใบเดี่ยว รูปรี ปลายแยกเป็นสามแฉก ปลายใบแหลม โคนมน ผิวใบมีขนขนาดเล็กสีขาวเกาะติดจำนวนมาก และที่ขนมีน้ำยางเหนียว ดอกออกเดี่ยวที่ซอกใบ ดอกสีขาวแซมม่วง เกสรตัวผู้ขนาดใหญ่ 5 อัน เกสรตัวเมียขนาดใหญ่ 3 อัน ผลกลม มีก้านประดับเป็นเส้นขนแขนงรอบผล ผลสุกสีเหลือง เมล็ดสีดำมีวุ้นเมือกห่อหุ้มรับประทานได้ รสเปรี้ยวอมหวาน เป็นพืชที่มีสรรพคุณทางยา แต่มีข้อควรระวังในการกิน ซึ่งถ้าไม่ระวังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ชื่อวิทยาศาสตร์ Passiflora foetida L.

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 27

ชื่อวงศ์ PASSIFLORACEAE

ชื่ออังกฤษ STINKING-PASSION FLOWER

ชื่อท้องถิ่น เถาสิงห์โต กระโปรงทอง กะทกรก ตำลึงฝรั่ง เถาเงาะ ผักขี้หิด ผักแคบฝรั่ง เยี่ยววัว รก ละพุบาบี เล่งจูก้วย เล้งทุงจู หญ้าถลกบาต หญ้ารกช้าง

สรรพคุณของกะทกรก

ส่วนต่างๆ ของกะทกรกสามารถนำมาผ่านกรรมวิธีแตกต่างกัน ใช้รับประทานและทาภายนอก สรรพคุณของกะทกรกมีดังนี้

  • ตามสรรพคุณยาโบราณกล่าวว่า เนื้อไม้กะทกรกมีรสฝาดเฝื่อนเพียงเล็กน้อย เป็นยาคุมธาตุ (หมายถึงทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ไม่ถ่ายมากเกิน หรือถ่ายน้อยเกิน) วิธีใช้คือให้นำส่วนเนื้อไม้ ใส่น้ำให้ท่วมเครื่องยา แล้วต้มน้ำให้งวด จาก 3 ส่วนเหลือ 1 ส่วน รับประทานก่อนอาหารเช้าและเย็น
  • ส่วนเปลือกสามารถมาล้างน้ำให้สะอาด ตำให้แหลกแล้วผสมน้ำยาล้างแผลหรือแอลกอฮอล์ ใช้เป็นยาภายนอกเพื่อรักษาบาดแผล ทำให้แผลสมานเร็ว หรือนำเปลือกไปต้ม แล้วรมควันบริเวณแผลเน่าเปื่อย ทำให้แผลแห้งเร็ว หรือนำเปลือกตำเคี่ยวกับน้ำมะพร้าว ช่วยแก้ไฟไหม้น้ำร้อนลวก
  • แพทย์ตามชนบททางภาคอีสาน ใช้เมล็ดกะทกรกบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำสับปะรด รมควันได้ให้อุ่น แล้วทาท้องเด็กแก้ท้องขึ้นท้องอืดเฟ้อ ทำให้เด็กผายลม เด็กจะไม่รู้สึกอึดอัดตัวและหลับสบาย
  • รากกะทกรก ใช้รับประทานแก้ไข้ โดยนำส่วนรากมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นไปตากแห้ง แล้วบดเป็นผง ผสมน้ำผึ้งหรือแบะแซปั้นเป็นยาลูกกลอน ทานหลังมีอาการ 3-5 เม็ดลูกกลอน
  • ต้น รับประทานแก้กามโรค วิธีรับประทานคือ นำส่วนต้น 10 กรัม ต้มในน้ำเดือด รับประทานวันละ 3 เวลา ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น ติดต่อกัน 7 วัน
  • บางจังหวัดใช้รากต้มกินแก้ไข้เด็กตัวร้อน หรือใช้ส่วนใบตำ แล้วนำมาสุมศีรษะ จะช่วยแก้หวัดคัดจมูก แก้ปวดศีรษะได้
  • นำน้ำคั้นจากราก ไปต้มให้พอเดือด รับประทานตอนยังอุ่นๆ เป็นยาขับพยาธิในเด็ก
  • ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนกล่าวว่า กะทกรกเป็นยารสเย็น สามารถดับพิษไข้ แก้ไอร้อนในปอด แก้ไอเป็นเลือด และช่วยขับปัสาวะ โดยนำกระทกรกทั้งต้นไปอบแห้ง นำมาต้มครั้งละ 5-10 กรัม ดื่มน้ำต้มก่อนอาหารเช้าและเย็น
  • แพทย์ชาวเวียดนามใช้ใบกะทกรกเป็นยาสงบหรือระงับความเครียดและความวิตกกังวล ด้วยการใช้ใบแห้งประมาณวันละ 10-15 กรัม นำใบมาต้มกับน้ำกิน

ข้อห้ามและข้อควรระวังของกะทกรก

ทั้งต้นสดมีรสเบื่อเมาและเป็นพิษ หากนำมากินอาจทำให้เสียชีวิตได้ แต่พิษจะสลายไปเมื่อถูกความร้อน ดังนั้นจึงต้องนำไปต้มให้สุกก่อนนำมาใช้ ส่วนในเมล็ดกะทกรก มีสารไซยาโนจีติก ไกลโคไซด์ (Cyanogenetic glycoside) มีผลทำให้อาเจียน กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน หายใจลำบาก กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย กล้ามเนื้อกระตุก มึนงง ไม่รู้สึกตัว ชักก่อนจะหมดสติ มีอาการขาดออกซิเจน ตัวเขียว ถ้าได้รับมากจะโคม่าภายใน 10-15 นาที ดังนั้นจึงห้ามรับประทานส่วนเมล็ดเป็นอันขาด


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, เถาสิงห์โต, 2555.
เสงี่ยม พงษ์บุญรอด, ไม้เทศเมืองไทย, 2522.
เต็ม สมิตินันทน์ ส่วนพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิชาการป่าไม้ กรมป่าไม้, ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2544, 2544.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป