ทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs
เขียนโดย
ทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs
ทีมแพทย์ HD
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
ทีมแพทย์ HD
ความรู้สุขภาพ

สิทธิประกันสังคม สิทธิข้าราชการ และสิทธิบัตรทอง กับการฟอกไต

รู้ทันสวัสดิการเกี่ยวกับการฟอกไต ทั้งสิทธิประกันสังคม ข้าราชการ บัตรทอง เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษา
เผยแพร่ครั้งแรก 20 พ.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 3 ก.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 10 พ.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
สิทธิประกันสังคม สิทธิข้าราชการ และสิทธิบัตรทอง กับการฟอกไต

เป็นที่ทราบกันว่า การรักษาโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายนั้นจะต้องมีการฟอกไต ซึ่งใช้เวลายาวนานต่อเนื่องหลายปี และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง สิ่งหนึ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาได้ และคนส่วนมากมีสิทธิ์อยู่แล้ว คือสิทธิประกันสังคม ซึ่งหากผู้ป่วยและญาติมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและสิทธิการรักษา ก็จะช่วยให้สามารถตัดสินใจรับการรักษาได้อย่างเหมาะสม และเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องได้ โดยเกิดผลกระทบต่อภาระการเงินของครอบครัวน้อยที่สุด

ปัจจุบันการฟอกไตที่นิยมทำในประเทศไทยมี 2 แบบ ได้แก่ การฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) กับการฟอกของเสียผ่านทางเยื่อบุช่องท้อง (Peritoneal dialysis) ค่าใช้จ่ายของการฟอกไตทั้ง 2 แบบแตกต่างกัน โดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมจะมีค่าใช้จ่ายในการทำเส้นสำหรับการฟอกเลือดแบบเหมาจ่าย ในอัตรา 5,000-22,000 บาท/ครั้ง และมีค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมประมาณครั้งละ 2,000 บาทขึ้นไป/ราย ขึ้นอยู่กับประเภทของสถานบริการสุขภาพ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจไต วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 845 บาท ลดสูงสุด 5%

ซื้อผ่าน HD ประหยัดกว่า / ราคาพิเศษสำหรับนศ. / ผ่อน 0% / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 51

ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมจะต้องเข้ารับการฟอกเลือด 2-4 ครั้ง/สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำงานของไตที่เหลืออยู่ของผู้ป่วย และดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตที่ให้การรักษา

สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่รับการฟอกของเสียผ่านทางเยื่อบุช่องท้อง ในปัจจุบันรัฐบาลสนับสนุนค่าบริการเหมาจ่ายผู้ป่วยแต่ละรายในอัตรา 2,500 บาท/เดือน

นอกจากค่าใช้จ่ายในการฟอกไตจะต่างกันตามรูปแบบการรักษาแล้ว การฟอกไตทั้งสองวิธียังมีค่าใช้จ่ายในการรักษาต่างกันตามสิทธิการรักษาอีกด้วย โดยสิทธิการรักษาของประชาชนชาวไทยมี 3 ระบบ ได้แก่ สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ สิทธิประกันสังคม และสิทธิหลักประกันสุขภาพ

สิทธิค่าใช้จ่ายในการฟอกไต

สิทธิการรักษาแต่ละระบบมีรายละเอียดเกี่ยวกับผู้มีสิทธิและรายการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการฟอกไต ดังนี้

  1. สิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลของข้าราชการ หมายถึง สิทธิคุ้มครองบริการรักษาพยาบาลให้แก่ข้าราชการและบุคคลในครอบครัว (บิดา มารดา คู่สมรส และบุตร ที่ถูกต้องตามกฎหมาย) เมื่อเจ็บป่วยสามารถเข้าบริการรักษาพยาบาลได้ที่โรงพยาบาลของรัฐ โดยมีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ทำหน้าที่ดูแลระบบและออกกฎระเบียบ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้แจ้งผ่านประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลผู้มีสิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลของข้าราชการ ในการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ครั้งละ 2,000 บาท และสามารถเบิกจ่ายค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ และค่าชันสูตรได้ตามสิทธิ
  2. สิทธิประกันสังคม สิทธิ์นี้จะคุ้มครองบริการรักษาพยาบาลให้แก่ผู้ประกันตนตามสิทธิสามารถเข้ารับบริการรักษาพยาบาลได้ที่โรงพยาบาลที่เลือกลงทะเบียน โดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ทำหน้าที่ดูแลระบบการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แจงสิทธิประโยชน์คุ้มครองผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรัง สนับสนุนค่าใช้จ่ายกรณีเตรียมเส้นสำหรับฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือวางท่อเพื่อฟอกของเสียผ่านทางเยื่อบุช่องท้อง จำนวน 20,000 บาท/ราย/ 2 ปี สำหรับการสนับสนุนการฟอกของเสียกรณีฟอกของเสียผ่านทางเยื่อบุช่องท้อง สปส. สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการฟอกของเสียจำนวน 20,000 บาท/คน/เดือน และสนับสนุนกรณีค่าฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

    ผู้ใช้สิทธิประกันสังคมอาจเบิกค่าฟอกไตได้ไม่เท่ากัน โดยแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
    • กลุ่มที่ 1 ผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังก่อนเป็นผู้ประกันตน จะได้เบิกค่ารักษาพยาบาลในอัตราครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท และไม่เกิน 3,000 บาท/สัปดาห์
    • กลุ่มที่ 2 ผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังหลังเป็นผู้ประกันตน จะได้เบิกค่ารักษาพยาบาลในอัตราครั้งละไม่เกิน 1,500 บาท และไม่เกิน 4,500 บาท/สัปดาห์
  3. สิทธิหลักประกันสุขภาพ หรือ สิทธิ 30 บาท หรือ สิทธิบัตรทอง สิทธิ์นี้จะคุ้มครองบุคคลที่เป็นคนไทยมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการข้าราชการ หรือสิทธิประกันสังคม หรือสิทธิสวัสดิการรัฐวิสาหกิจ หรือสิทธิอื่นๆ จากรัฐ ให้ได้รับบริการสาธารณสุขที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต ตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 โดยมีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทำหน้าที่บริหารจัดการระบบเพื่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานอย่างทั่วถึง ตามที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด

ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพและได้รับการบำบัดทดแทนไต

ปัจจุบันมี 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2551 และกลุ่มที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2551 เป็นต้นไป

  1. ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต อนวันที่ 1 ตุลาคม 2551 หรือ โดยทั่วไปเรียกว่า “ผู้ป่วยฟอกไตรายเก่า” ที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพในการฟอกไต ก่อนรัฐบาลจะประกาศใช้นโยบายส่งเสริมการล้างไตผ่านช่องท้องเป็นทางเลือกแรก หรือ CAPD first policy จะได้รับสิทธิในการฟอกไตครั้งละ 1,500 บาท และเบิกได้ไม่เกิน 3 ครั้ง/สัปดาห์ แต่สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปและมีโรคเรื้อรังเกี่ยวกับอวัยวะอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ ปอด ตับร่วมด้วย และฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในหน่วยบริการ หรือสถานบริการขนาดใหญ่ที่มีการให้บริการหอผู้ป่วยไอซียู จะได้รับสิทธิในการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมครั้งละ 1,700 บาท เบิกได้ไม่เกิน 3 ครั้ง/สัปดาห์
  2. ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต หลังวันที่ 1 ตุลาคม 2551 หรือ โดยทั่วไปเรียกว่า “ผู้ป่วยฟอกไตรายใหม่” ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ สามารถไปลงทะเบียนใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพได้ที่หน่วยบริการตามสิทธิ เพื่อให้คณะกรรมการฯ ระดับจังหวัดพิจารณาการให้บริการทดแทนไตที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่คณะกรรมการพิจารณาให้รับการรักษาด้วยการล้างไตผ่านทางเยื่อบุช่องท้องอย่างต่อเนื่อง สปสช. ได้จัดบริการส่งน้ำยาล้างไตถึงบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้เข้าถึงบริการทดแทนไตได้ง่ายขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

    แพทย์จะเป็นผู้นัดผู้ป่วยมารับการตรวจเพื่อติดตามอาการประมาณทุก 1-2 เดือน ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ประสงค์รับการฟอกไตด้วยการล้างไตผ่านทางเยื่อบุช่องท้อง และประสงค์จะรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ผู้ป่วยจะต้องชำระค่าฟอกไตเอง ยกเว้นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีโรคเรื้อรังเกี่ยวกับอวัยวะอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ ปอด ตับร่วมด้วย หรือผู้ป่วยที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตพิจารณาและลงความเห็นว่ามีข้อจำกัดในการรับการรักษาด้วยการล้างไตผ่านทางเยื่อบุช่องท้อง จะได้รับสิทธิในการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเช่นเดียวกับ “ผู้ป่วยฟอกไตรายเก่า”

ช่องทางตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลตามกฎหมาย

สิทธิการรักษาและสิทธิในการได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดมาก อาจยากต่อการทำความเข้าใจสำหรับประชาชนโดยทั่วไป อย่างไรก็ตาม คนไทยทุกคนมีสิทธิรักษาพยาบาลตามกฎหมายสิทธิใดสิทธิหนึ่งและสามารถตรวจสอบสิทธิของตนเองได้ 2 ช่องทาง ได้แก่

  1. ติดต่อด้วยตนเองได้ที่สถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลของรัฐใกล้บ้าน หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำหรับผู้พักอาศัยในกรุงเทพมหานคร สามารถติดต่อสำนักงานเขตของ กทม. หรือสำนักงานหลักประกันสุขภาพสุชภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 13 กทม.
  2. ตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลผ่านระบบอัตโนมัติ ดังนี้
    1. โทร. 1330 กด 2 ตามด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก (เสียค่าบริการ 3 บาท/ครั้ง)
    2. ผ่านเว็บไซต์ www.nhso.go.th

หากต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการรักษาด้วยการฟอกไตอย่างละเอียด สามารถขอรับข้อมูลได้จากหน่วยฟอกไตของคลินิก หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน เพราะข้อมูลเรื่องสิทธิในการรักษากรณีฟอกไตมีรายละเอียดปลีกย่อยที่มากกว่าค่าใช้จ่ายในการฟอกไต และผู้ป่วยจำเป็นต้องรู้เพื่อบริหารจัดการค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่มากกว่าการได้รับการสนับสนุนตามสิทธิ


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2559). คู่มือบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2560: การบริหารงบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง.
สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน, ประกันสังคม แจงสิทธิคุ้มครองผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคไต (www.sso.go.th), เข้าถึงเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2562.
กระทรวงการคลัง. หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังด้วยวิธีการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (https://www.cgd.go.th), เข้าถึงเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2562.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ฟอกไตแบบไหนดี
ฟอกไตแบบไหนดี

รู้จักการฟอกไตด้วยเครื่องและการฟอกไตทางช่องท้อง แนวทางรักษาผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะท้ายๆ ที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเจอ

อ่านเพิ่ม