ความรู้สุขภาพ

ฟอกไตแบบไหนดี

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
ฟอกไตแบบไหนดี

หลายท่านคงจะเคยได้ยินเรื่อง “การฟอกไต” ว่ามีหลายวิธีและมีวิธีการแตกต่างกันในการเลือกใช้รักษาผู้ป่วยโรคไตวาย รวมถึงมีข้อดีข้อเสีย ค่าใช้จ่าย สิ่งที่ต้องคำนึงถึงแตกต่างกัน

แต่การ “ฟอกไต” นั้น เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการรักษา ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ไตสูญเสียหน้าที่ในการทำงานแล้ว ซึ่งโดยปกติแล้ว การรักษาแบ่งออกเป็น 2 แนวทางใหญ่ๆ คือ 

  • การฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม หรือ ที่เรารู้จักและเรียกกันว่า “การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม”
  • การฟอกไตทางช่องท้องแบบถาวร

ซึ่งทั้ง  2 วิธีนั้น มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน และมีข้อบ่งชี้ที่แตกต่างกันตามดุลยพินิจของแพทย์ ว่าจะเลือกการรักษาด้วยวิธีใดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยที่สุดนั่นเอง

ทำไมต้องฟอกเลือด

การฟอกเลือด  เป็นการนำเอาของเสียหรือน้ำส่วนเกินออกจากเลือดของผู้ป่วย  ซึ่งโดยภาวะปกติ เลือดที่เสียหรือเลือดที่ลำเลียงของเสียจากเซลล์จะผ่านเส้นเลือดดำมากรองเอาของเสียจากเลือดออกที่ไต ซึ่งจะมีหน่วยไตที่ทำหน้าที่กรองของเสียจำนวนนับล้านหน่วย โดยหน่วยไตนี้เมื่อขยายด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบว่ามีลักษณะคล้ายท่อขดไปมา และในท่อจะมีปลายข้างหนึ่งที่ตันและมีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายถ้วย ซึ่งเราเรียกปลายท่อที่ตันนี้ว่า “โบว์แมนส์แคปซูล (Bowman s capsule)” ภายในโบว์แมนส์แคปซูลจะมีกลุ่มเลือดฝอยพันกันเป็นกระจุกเรียกว่า “โกลเมอรูลัส (glomerulus)”ซึ่งทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือดที่ไหลผ่านไตนั่นเอง

สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ไตจะเสียความสามารถในการกรองจนไม่สามารถกรองเอาของเสียออกจากเลือด และ ไม่สามารถดูดซึมเอาสารและแร่ธาตุบางชนิดที่ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายจากเลือดดำกลับคืนได้  ซึ่งหลอดเลือดดำที่ไหลผ่านไตเข้าสู่หัวใจ และปอดเพื่อเติมออกซิเจนแล้วไหลกลับมาสู่หัวใจอีกครั้งเพื่อสูบฉีดไปเลี้ยงทั่วร่างกายนั่นเอง

การฟอกไต

การฟอกไตที่จะกล่าวถึงนี้ เป็น การฟอกไตสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่ไตไม่สามารถทำงานได้ แต่กลไกการทำงานของร่างกายหากไม่มีการขับของเสียออกจากร่างกายจะทำให้อวัยวะต่างๆ ล้มเหลว ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้

ดังนั้น การฟอกไต เพื่อช่วยขับของเสียและรักษาชีวิตผู้ป่วยไตวายเรื้อรังสามารถทำได้ 2 วิธีใหญ่ๆ คือ

1.  การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis)

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis) เป็นการนำของเสียและน้ำออกจากเลือด โดยเลือดจะออกจากตัวผู้ป่วยทางเส้นเลือดดำ แล้วผ่านตัวกรองซึ่งในตัวกรองจะมีเนื้อเยื่อที่จะช่วยกรองของเสียและน้ำออกจากเลือด เมื่อเลือดผ่านตัวกรองแล้วจะกลายเป็นเลือดดี เครื่องจะนำเลือดนั้นกลับสู่ร่างกาย   ซึ่งก่อนการฟอกเลือดต้องมีการทำการตัดต่อเส้นเลือดเพื่อใช้ในการฟอกเลือด ซึ่งมี 3 วิธีคือ

  • การนำเส้นเลือดดำต่อกับเส้นเลือดแดงบริเวณแขนหรือเรียกว่าการทำเอวีฟิทูล่า ( AV fistula)  เพื่อให้เส้นเลือดดำใหญ่ขึ้น และมีแรงดันพอที่จะทำให้เลือดไหลเข้าสู่เครื่องไตเทียมได้
  • การต่อเส้นเลือดดำกับเส้นเลือดแดงของผู้ป่วยโดยการใช้เส้นเลือดเทียม (AV graft)
  • การใส่สายเข้าไปในเส้นเลือดดำขนาดใหญ่ที่คอเพื่อไว้สำหรับต่อกับเครื่องไตเทียม วิธีการนี้เป็นการทำแบบชั่วคราว

2.  การฟอกไตทางช่องท้องแบบถาวร (continuous ambulatory peritoneal dialysis: CAPD)

เป็นการฟอกไตทางช่องท้องแบบถาวร คือ เป็นการล้างช่องท้องด้วยน้ำยาเฉพาะเพื่อกรองของเสียในร่างกายออกโดยการใส่น้ำยาเข้าไปในช่องท้องทิ้งไว้ตามเวลาที่กำหนด การเติมน้ำยาจะเติมผ่านทางท่อ ซึ่งท่อนี้ต้องทำการฝังเข้าไปในช่องท้อง เมื่อครบตามเวลาที่กำหนดก็จะปล่อยน้ำยาซึ่งได้ดูดซึมเอาของเสียจากร่างกายออกมาด้วยทิ้งไป

การฟอกไตทั้ง 2 แบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร

การฟอกไต ทั้ง  2  แบบ เป็นการช่วยรักษาภาวะของเสียคั่งจากไตวายเรื้อรัง ซึ่งแต่ละแบบนั้น แพทย์จะเป็นผู้กำหนดวิธีการรักษา ร่วมกับ การตัดสินใจของผู้ป่วยดังนี้

  1. การฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม จะต้องทำที่โรงพยาบาล หรือ ศูนย์ฟอกไตเทียมเท่านั้น การบริการมีทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน  มีระบบจองคิวในการทำและใช้เวลาในการฟอกแต่ละครั้งตามความรุนแรงของโรคและอาการผู้ป่วย  ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการทำเท่านั้นระยะในการฟอกไตและความถี่แพทย์จะเป็นผู้กำหนดความถี่เช่น สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งขึ้นไป ตามสภาพผู้ป่วย โดยการฟอกแต่ละครั้ง จะใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงขึ้นไป  ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจึงสูงกว่า
  2. ส่วนการฟอกไตทางช่องท้อง นั้น  สามารถทำได้เองที่บ้านหรือที่ทำงานได้ โดยที่ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลสามารถเรียนรู้วิธีการทำจากผู้เชี่ยวชาญ มีความถี่ในการทำบ่อยกว่าวิธีแรก โดยแพทย์จะเป็นผู้กำหนดตามสภาพอาการของผู้ป่วยเช่นกัน เช่น ต้องล้างช่องท้องทุกวันแต่จะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า เปลี่ยนน้ำยา 4-5 ครั้งต่อวัน ใช้เวลาครั้งละ 2-3 ชั่วโมงเป็นต้น ส่วนค่าใช้จ่ายน้อยกว่าวิธีแรก

ดังนั้น การฟอกไตทั้ง 2 แบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน  รวมทั้ง ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนนั้น แตกต่างกัน โดยเฉพาะการฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม นั้น เชื่อว่ามีความปลอดภัยสูง เนื่องจากทำในโรงพยาบาลโดยผู้เชี่ยวชาญ แต่หากเกิดภาวะแทรกซ้อนก็จะมีอาการรุนแรงมากกว่า  ส่วนการฟอกไตด้วยการล้างช่องท้องแบบถาวรนั้น หากผู้ป่วยหรือผู้ดูแลทำการล้างไตทางหน้าท้องไม่ถูกวิธีก็จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้เช่นกัน แต่จะได้ประโยชน์ในแง่ของความสะดวก ในการเลือกเวลาที่สะดวกทำเอง สถานที่และค่าใช้จ่ายไม่สูงเหมือนฟอกเลือดด้วยไตเทียมนั่นเอง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่