มะเร็งและโรคร้าย

โรคมะเร็งรังไข่ (Ovarian cancer)

เผยแพร่ครั้งแรก 31 ส.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 4 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 18 นาที
โรคมะเร็งรังไข่ (Ovarian cancer)

มะเร็งรังไข่คือโรคที่เซลล์ภายในรังไข่เกิดการแบ่งตัวอย่างผิดปกติ โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นกับเซลล์เยื่อบุผิวซึ่งจะเกิดความเสียหายทุกครั้งที่มีการตกไข่ โดยการตรวจคัดกรองปากมดลูกทั่วไป ไม่สามารถพบมะเร็งรังไข่ได้

บทนำ

ในสหราชอาณาจักรประมาณ 7,100 คนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งรังไข่ในแต่ละปี และสำหรับประเทศไทยมีกรณีผู้ป่วยใหม่ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งรังไข่นับร้อยคนต่อปี

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งสำหรับผู้หญิงวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1140 บาท ลดสูงสุด 2675 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 6

เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับห้าของผู้หญิง รองจากมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งรังไข่มักเกิดในสตรีวัยหมดประจำเดือน ซึ่งโดยปกติจะมีอายุเกินกว่า 50 ปี แม้ว่าจะสามารถเกิดขึ้นกับผู้หญิงในวัยใดก็ได้ก็ตาม

เนื่องจากอาการของโรคมะเร็งรังไข่อาจคล้ายกับอาการของความผิดปกติทางร่างกายอื่น ๆ  จึงเป็นการยากที่จะสังเกตอาการได้อย่างชัดเจนในช่วงแรก อย่างไรก็ตาม อาการที่ควรเฝ้าระวังสำหรับโรคนี้ ได้แก่ อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ความเจ็บปวดในบริเวณเชิงกรานและท้องส่วนล่าง และอาการเบื่ออาหาร ทานยาก

สิ่งสำคัญ คือ ต้องเข้าพบแพทย์ประจำตัวหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคุณ หากคุณพบอาการเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งอาการไม่ทุเลาลงเป็นระยะเวลานานกว่าที่ควร

รังไข่เป็นอวัยวะที่มีสองข้าง ขนาดเล็ก ทำหน้าที่ในระบบสืบพันธุ์เพศหญิงโดยทำการปล่อยไข่ออกมายังท่อรังไข่ไปยังมดลูกเดือนละครั้ง กระบวนการนี้เรียกว่า การตกไข่ (ovulation)

มะเร็งรังไข่ชนิดต่างๆจะมีผลต่อส่วนของรังไข่ต่างกัน มะเร็งเยื่อบุผิวรังไข่ (Epithelial ovarian cancer) ซึ่งเป็นมะเร็งที่ส่งผลต่อเซลล์ชั้นนอกสุดที่คลุมอวัยวะรังไข่ไว้เป็นชนิดมะเร็งรังไข่ที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งบทความนี้จะมุ่งเน้นอธิบายถึงมะเร็งเยื่อบุผิวรังไข่เป็นหลัก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งทั่วไปวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 3467 บาท ลดสูงสุด 24000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 4

สาเหตุของโรคมะเร็งรังไข่

สาเหตุที่แท้จริงของโรคมะเร็งรังไข่ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ปัจจัยบางอย่างอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งในเพศหญิง เช่น อายุ จำนวนไข่ที่รังไข่ได้ปล่อยออกมา และประวัติทางการแพทย์ของครอบครัวของคุณว่าเคยมีญาติคนไหนเป็นมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเต้านมในอดีตหรือไม่  อย่างไรก็ตาม เพียง 1 ใน 10 รายของกรณีผู้ป่วยโรคมะเร็งรังไข่เท่านั้นที่สัมพันธุ์กับปัจจัยทางพันธุกรรม

การรักษาโรคมะเร็งรังไข่

การรักษาที่คุณจะได้รับสำหรับมะเร็งรังไข่จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ระยะของโรคมะเร็งและสุขภาพโดยทั่วไปของคุณ การใช้ยาเคมีบำบัดเป็นวิธีหลักในการรักษาโรคมะเร็งรังไข่ แต่การรักษาของคุณมักจะต้องทำร่วมกับการผ่าตัดไปด้วยในหลายกรณี

พยากรณ์โรคมะเร็งรังไข่

ทางสถิติแล้วนั้น ผู้ป่วยโรคมะเร็งรังไข่จำนวน 72 รายจาก 100 ราย จะมีอายุอย่างน้อยหนึ่งปีหลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งรังไข่ และประมาณ 46 ใน 100 คน (46%) จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างน้อยห้าปี และประมาณ 35 ใน 100 (35%) จะมีชีวิตอยู่อย่างน้อย 10 ปี อย่างไรก็ตามผู้หญิงที่มีมะเร็งรังไข่ในระยะท้ายหรือระยะลุกลามย่อมหมายถึงอัตราการรอดชีวิตที่ต่ำกว่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เช่นเดียวกับมะเร็งเกือบทุกชนิด แนวโน้มของการตอบสนองการรักษาของโรคมะเร็งรังไข่จะขึ้นอยู่กับระยะโรคในช่วงที่ได้รับการวินิจฉัยมะเร็ง นั่นคือโรคมะเร็งได้มีการลุกลาม แพร่กระจายไปมากน้อยเพียงใด

การได้รับวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งรังไข่สามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้หลายด้าน ซึ่งอาจจำเป็นต้องได้รั การสนับสนุนหลายอย่างสำหรับผู้ป่วยที่มีชีวิตอยู่กับโรคมะเร็งรังไข่ ทั้ง ปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาทางอารมณ์ ปัญหาการเงินและสุขภาพในระยะยาว

การตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่

มีวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่อยู่หลายวิธี แต่ปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่ผ่านการทดสอบทางความปลอดภัย และเรื่องประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์ การตรวจคัดกรองจะแนะนำให้ทำเฉพาะกับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคมะเร็งรังไข่เนื่องจากประวัติครอบครัวของญาติสายตรง หรืออาจได้รับการสืบทอดของยีนผิดพลาดจากประวัติครอบครัว ปัจจุบันมีการทดลองทางคลินิกในหลายประเทศเพื่อประเมินประสิทธิผลของการตรวจคัดกรองในสตรีที่มีความเสี่ยงสูงและในประชากรทั่วไป การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยทั่วไปนั้น (PAP smear) ไม่สามารถตรวจพบมะเร็งรังไข่ได้ และจัดเป็นคนละโรค คนละตำแหน่งที่เกิด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งทั่วไปวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 3467 บาท ลดสูงสุด 24000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 4

อาการของโรคมะเร็งรังไข่

อาการของโรคมะเร็งรังไข่นั้นหลายครั้งอาจเป็นเรื่องยากที่จะสังเกตเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเริ่มแรกซึ่งอาการยังไม่ชัดมากนัก

เนื่องจากอาการเหล่านี้ของโรคมักจะเหมือนกับโรคหรือความผิดปกติอื่น ๆ ที่ไม่ร้ายแรง เช่น โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome: IBS) หรืออาการก่อนมีประจำเดือน (PMS)

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งรังไข่มักมีอาการหลักอยู่สามประการ ได้แก่

  • รู้สึกท้องบวมและมีอาการท้องอืดท้องเฟ้ออยู่ตลอดเวลา ไม่เหมือนกับอาการที่เกิดจากการทานอาหารซึ่งเป็น ๆ หาย ๆ
  • ปวดบริเวณกระดูกเชิงกรานและปวดท้องอย่างต่อเนื่อง
  • ทานอาหารได้น้อยลง และรู้สึกอิ่มอย่างรวดเร็ว หรือรู้สึกคลื่นไส้

อาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้ เช่น อาการปวดหลัง ปวดปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ และอาการปวดในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ซึ่งอาจมักเป็นผลมาจากความผิดปกติอื่น ๆ ในบริเวณอุ้งเชิงกราน อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในผู้หญิงบางคนที่เป็นโรคมะเร็งรังไข่

หากคุณเกิดอาการเหล่านี้ขึ้น ให้ลองเขียนไดอารี่เพื่อบันทึกว่าคุณมีอาการเหล่านี้กี่ครั้งในระยะเวลานานเท่าใด อย่าวิตกกังวลมากนักและโปรดทราบไว้ว่ามะเร็งในรังไข่พบได้ยากในสตรีอายุต่ำกว่า 40 ปี

เข้าพบแพทย์ประจำตัวของคุณถ้าคุณมีอาการเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลานาน เช่น เกิดอยู่บ่อย ๆ อย่างน้อย 3 สัปดาห์ขึ้นไป แม้ว่าจะไม่เกิดปัญหาร้ายแรงใด ๆ ที่เป็นสาเหตุของอาการดังกล่าว แต่ก็ควรตรวจสอบให้แน่ชัด รับการวินิจฉัยที่เหมาะสมและรักษาให้หายขาด

หากคุณเคยเข้าพบแพทย์ประจำตัวของคุณแล้ว แต่หลังจากนั้น อาการรุนแรง แย่ลงหรือไม่ดีขึ้น คุณควรกลับไปอธิบายอาการหรือเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มเติมเนื่องจากคุณเองรู้จักร่างกายของคุณดีกว่าใคร และมักเป็นผู้ทราบว่าสิ่งใดที่ปกติ หรือไม่ปกติ

สาเหตุของโรคมะเร็งรังไข่

มีสาเหตุที่เป็นไปได้หลายอย่างที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งรังไข่ถูกค้นพบในปัจจุบัน พร้อมกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ก่อให้เกิดโรคดังกล่าวได้มากขึ้น

โรคมะเร็งเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงของยีน หรือที่เรียกว่าการกลายพันธุ์ในโครงสร้างของดีเอ็นเอในเซลล์ซึ่งอาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์นั้น ซึ่งหมายความว่าเซลล์ที่ผิดปกติดังกล่าวจะเติบโตและแบ่งตัวโดยไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดก้อนเนื้อเยื่อที่เรียกว่าเนื้องอกขึ้น

ในโรคมะเร็งรังไข่ เซลล์ในรังไข่จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและเจริญเติบโตที่ผิดปกติ หากมะเร็งไม่ได้รับการวินิจฉัยในระยะเริ่มแรกและรักษาได้อย่างทันท่วงที เซลล์มะเร็งสามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นในช่องท้องและเชิงกรานรวมถึงส่วนอื่น ๆ ของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งรังไข่

สาเหตุที่แท้จริงของมะเร็งเยื่อบุผิวรังไข่ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ปัจจัยเสี่ยงบางอย่างอาจเพิ่มความเสี่ยงของคุณในการเกิดโรคดังกล่าวได้

อายุ

ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่เพิ่มขึ้นตามอายุ โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน มากกว่า 8 ใน 10 รายของโรคมะเร็งรังไข่เกิดขึ้นในสตรีที่มีอายุมากกว่า 50 ปี

ประวัติครอบครัว

หากคุณมีญาติสายตรงอย่างน้อยหนึ่งคนหรือมากกว่า เช่น แม่ พี่สาว หรือลูกสาวเคยเป็นมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเต้านมความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเช่นเดียวกันอาจเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ถ้าญาติของคุณเป็นโรคมะเร็งรังไข่ก่อนอายุ 50 ปี อาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากความผิดพลาดของพันธุกรรมที่สืบทอดมา จากการวิจัย ยีน BRCA1 และ BRCA2 เป็นยีนผิดปกติที่สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งรังไข่ และยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย

การมีญาติเป็นมะเร็งรังไข่ไม่ได้หมายความว่าคุณมียีนผิดปกติในครอบครัวเสมอไป มะเร็งอาจเกิดขึ้นได้โดยบังเอิญและมีเพียง 1 ใน 10 รายของผู้ป่วยโรคมะเร็งรังไข่เท่านั้นที่คาดว่าเกิดจากยีนผิดพลาดหรือปัจจัยทางพันธุกรรม

คุณอาจมีโอกาสสูงที่จะได้รับยีนสืบทอดที่ผิดปกติ หากคุณมี

  • ญาติอย่างน้อยหนึ่งคนซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งรังไข่ในช่วงวัยใดก็ตาม และมีญาติใกล้ชิดอย่างน้อย 2 คนที่เป็นโรคมะเร็งเต้านมก่อนจะอายุครบ 60 ปี โดยญาติดังกล่าวนั้นมักจะอยู่ในสายญาติเดียวกันโดยอาจเป็นญาติฝั่งพ่อ หรือฝั่งแม่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
  • ญาติอย่างน้อยหนึ่งคนซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งรังไข่ในช่วงวัยใดก็ตาม และมีญาติสนิทอย่างน้อยหนึ่งคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเต้านมก่อนจะอายุครบ 50 ปี โดยญาติดังกล่าวนั้นมักจะอยู่ในสายญาติเดียวกันโดยอาจเป็นญาติฝั่งพ่อ หรือฝั่งแม่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
  • ญาติอย่างน้อยสองคนจากฝั่งพ่อหรือฝั่งแม่ที่เป็นโรคมะเร็งรังไข่ในช่วงวัยใดก็ตาม

หากคุณมีโอกาสที่จะมียีนที่ผิดปกติสืบทอดมาในร่างกาย แพทย์ประจำตัวของคุณอาจแนะนำให้คุณทำการตรวจทางพันธุกรรมเพื่อตรวจหายีน BRCA1 และ BRCA2 ที่ผิดปกติดังกล่าวว่ามีหรือไม่

การตกไข่และการมีบุตร

ทุกครั้งที่ไข่ถูกปล่อยเข้าสู่ทางเดินระบบสืบพันธุ์ ผิวของรังไข่จะแตกออกเป็นช่องเพื่อให้ไข่สามารถออกไปได้ เยื่อบุผิวของรังไข่จะเสียหายด้วยกระบวนการนี้อยู่เสมอ และจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซม ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ก็มีโอกาสเกิดความผิดปกติขึ้นในระหว่างการแบ่งตัวของเซลล์เพื่อซ่อมแซมบริเวณดังกล่าว

อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งรังไข่จึงลดลงถ้าคุณใช้ยาคุมกำเนิด หรือเคยตั้งครรภ์หลายครั้ง หรือช่วงที่เลี้ยงบุตรด้วยนม เพราะช่วงเวลาดังกล่าวไข่ไม่ได้ถูกปล่อยออกมาและไม่เกิดความเสียหายที่เยื่อบุผิว

ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าผู้หญิงที่กำลังรักษาภาวะมีบุตรยากจะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งรังไข่เพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าภาวะมีบุตรยากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งรังไข่และการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้กำลังดำเนินอยู่ในหลาย ๆ ประเทศ

การบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทน (HRT)

มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงที่เข้ารับการบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทน (HRT) มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในการเป็นโรคมะเร็งรังไข่ อย่างไรก็ตาม หากการบำบัดดังกล่าวหยุดลง ภายในห้าปีหลังจากการหยุดรักษาความเสี่ยงของผู้ป่วยคนดังกล่าวก็จะลดลงไปอยู่ระดับเดียวกับผู้หญิงที่ไม่เคยได้รับการบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทนเลย

โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)

โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่ เนื่องจากผู้ป่วยโรคดังกล่าว เซลล์ที่ปกติจะบุอยู่ในโพรงมดลูกจะเข้าไปเจริญเติบโตยังสถานที่อื่น ๆ ในร่างกาย

เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกเหล่านี้ยังทำหน้าที่และมีพฤติกรรมเช่นเดียวกับอยู่ในมดลูก ดังนั้น จึงเกิดการหนาตัวและตกเลือดเกิดขึ้นในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายระหว่างที่มีประจำเดือน ไม่มีช่องทางใดที่เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกจะออกไปจากร่างกาย จึงทำให้เซลล์ถูกขังอยู่ในบริเวณนั้นและนำไปสู่อาการปวด บวมและมีเลือดออกในบริเวณที่ผิดปกติอยู่เสมอ

การวินิจฉัยโรคมะเร็งรังไข่

ไปพบแพทย์ของคุณให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้หากคุณมีอาการของโรคมะเร็งรังไข่ใด ๆ ก็ตาม

แพทย์ประจำตัวของคุณทำการตรวจสัมผัสบริเวณท้องของคุณอย่างอ่อนโยน และซักถามคุณเกี่ยวกับอาการสุขภาพทั่วไปของคุณ และตรวจสอบดูว่ามีประวัติเกี่ยวกับโรคมะเร็งรังไข่หรือโรคมะเร็งเต้านมในครอบครัวของคุณหรือไม่

แพทย์อาจทำการตรวจภายในร่างกายของคุณและอาจส่งตรวจเลือด หรือแนะนำให้คุณทำการตรวจอัลตราซาวด์

ในกรณีที่จำเป็น คุณอาจได้รับการส่งต่อไปยังสูตินารีแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอกหรือมะเร็งที่โรงพยาบาลที่ขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น

การตรวจเลือดเพื่อหาสาร CA125

คุณอาจได้รับการตรวจเลือดเพื่อตรวจหาโปรตีนที่ชื่อว่า CA125 ในเลือดของคุณ โปรตีน CA125 ผลิตโดยเซลล์มะเร็งรังไข่บางชนิด และหากมีระดับ CA125 สูงมากในเลือดอาจบ่งบอกได้ว่าคุณเป็นโรคมะเร็งรังไข่ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การตรวจพบสารโปรตีน CA125 ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นโรคมะเร็งรังไข่เสมอไป และสามารถเกิดขึ้นได้ในสภาวะความผิดปกติอื่น ๆ เช่น โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) โรคไฟบรอยด์ (Fibriods) โรคเชิงกรานอักเสบ และการตั้งครรภ์ ดังนั้น ระดับ CA125 ที่เพิ่มขึ้นในเลือดไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นมะเร็งรังไข่อย่างแน่นอนเสมอไป

แนะนำให้ทำการตรวจเลือดหา CA125 หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้เกิดขึ้นบ่อย:

  • ท้องอืดท้องเฟ้อ
  • รู้สึกอิ่มเร็วเมื่อทานอาหาร หรือเบื่ออาหาร
  • ปวดบริเวณอุ้งเชิงกรานหรือบริเวณท้อง
  • ปวดปัสสาวะบ่อยครั้งหรือต้องปัสสาวะเร่งด่วน

หากคุณสูญเสียน้ำหนักอย่างกะทันหันที่ไม่สามารถหาสาเหตุได้ หรือเกิดอาการเมื่อยล้าหรือการเปลี่ยนแปลงในนิสัยการขับถ่ายของคุณ เช่น ท้องร่วงหรือท้องผูกบ่อยครั้ง คุณควรทำการตรวจเลือดเพื่อหาสาร CA125 เช่นกัน

หากคุณอายุ 50 ปีขึ้นไป และคุณเคยมีอาการของโรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome: IBS) ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เช่น อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดท้อง หรือมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของการขับถ่ายของคุณ แพทย์ของคุณมักแนะนำให้ทำการตรวจทดสอบระดับสาร CA125 ในเลือดเช่นกัน

ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้หญิงทุกคนที่เป็นโรคมะเร็งรังไข่ระยะเริ่มแรกจะมีระดับ CA125 ในเลือดเพิ่มขึ้นชัดเจน หากพบว่าระดับ CA125 ในเลือดของคุณเพิ่มขึ้น คุณจะต้องทำการสแกนอัลตราซาวด์ต่อเพื่อหาสาเหตุต่อไป

การสแกนด้วยอัลตราซาวด์

การสแกนอัลตราซาวด์ตรวจโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อสร้างภาพภายในรังไข่ของคุณ คุณอาจได้รับการทำอัลตราซาวด์ภายใน (Internal ultrasound) ซึ่งทำโดยการสอดเครื่องมืออัลตราซาวนด์เข้าไปในช่องคลอดหรือคุณ อาจทำเป็นการอัลตราซาวด์ภายนอกซึ่งจะมีเครื่องมือเพื่อตรวจสอบอยู่ข้างกระเพาะอาหารของคุณ

ภาพที่เกิดขึ้นบนหน้าจอ สามารถแสดงขนาดและผิวสัมผัสของรังไข่ของคุณ รวมทั้งถุงน้ำ หรือการบวมที่อาจมีอยู่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

การทดสอบเพิ่มเติมสำหรับโรคมะเร็งรังไข่

หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งรังไข่ คุณอาจได้รับการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อตรวจว่ามะเร็งดังกล่าวมีขนาดใหญ่แค่ไหน และหากเป็นมะเร็งอย่างแท้จริง มะเร็งดังกล่าวอยู่ในระยะใด

การทดสอบอื่น ๆ ที่คุณอาจต้องทำ ได้แก่

  • การถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์หน้าอก (Chest X-ray)
  • การสแกนเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือการสแกนเอ็มอาร์ไอ
  • การเจาะตรวจน้ำในช่องท้อง (abdominal fluid aspiration) - เป็นกระบวนการที่ใช้เข็มขนาดเล็กเข้าไปในช่องท้องของคุณเพื่อเจาะเก็บตัวอย่างของเหลวและนำมาหาเซลล์มะเร็งได้
  • การส่องกล้องตรวจ (Laparoscopy) – กล้องขนาดเล็กที่ติดอยู่ปลายท่อบางจะถูกแทรกผ่านแผลเล็ก ๆ ซึ่งกรีดขึ้นในช่องท้องเพื่อเข้าไปตรวจบริเวณรังไข่ของคุณได้ ตัวอย่างเนื้อเยื่อขนาดเล็กอาจถูกเก็บมาจากรังไข่เพื่อทำการตรวจชิ้นเนื้อ (biopsy) ร่วมด้วยจากเครื่องมือดังกล่าว

การจัดระยะของโรคช่วยให้แพทย์ของคุณสามารถตัดสินใจทางเลือกการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับสภาวะของโรคของคุณ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าระยะของโรคมะเร็งรังไข่เพียงอย่างเดียว  ไม่สามารถคาดการณ์ว่าโรคของคุณจะลุกลามอย่างไรในอนาคต

ระยะและระดับของโรคมะเร็งรังไข่

ระยะของโรค

หากผลการตรวจของคุณบ่งชี้ว่าคุณเป็นโรคมะเร็งรังไข่ โรคดังกล่าวจะถูกจัดระยะ ระยะของโรคจะอธิบายถึงขนาดของก้อนมะเร็งและระยะการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งดังกล่าว โดยทั่วไป มะเร็งรังไข่ถูกแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่:

  • ระยะที่ 1 - มะเร็งเกิดขึ้นกับรังไข่หนึ่งหรือสองข้างเท่านั้น
  • ระยะที่ 2 - มะเร็งแพร่กระจายจากรังไข่ไปสู่อุ้งเชิงกรานหรือมดลูก
  • ระยะที่ 3 - มะเร็งแพร่กระจายไปที่เยื่อบุของช่องท้อง พื้นผิวของลำไส้ และต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกราน
  • ระยะที่ 4 - มะเร็งแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่ไกลยิ่งขึ้น เช่น ตับ ม้าม หรือปอด

การจัดระยะดังกล่าวถือเป็นการจัดระยะแบบง่าย ๆ แต่ละระยะจะแบ่งออกเป็นประเภท A, B และ C อีกด้วย ให้สอบถามแพทย์ของคุณหากคุณไม่แน่ใจว่าคุณเป็นโรคมะเร็งรังไข่อยู่ในระยะใด

การจัดระดับ หรือเกรดของโรคมะเร็ง

ระดับของมะเร็งหมายถึงลักษณะรูปลักษณ์ที่ปรากฏของเซลล์มะเร็งจากการตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์ การจัดเกรดของโรคมะเร็งรังไข่ แบ่งได้ดังนี้:

  • เกรดต่ำ - แม้ว่าเซลล์มีลักษณะผิดปกติ แต่มีการเติบโตอย่างช้า ๆ
  • เกรดปานกลาง - เซลล์ดูมีลักษณะที่ผิดปกติมากกว่าเซลล์เกรดต่ำ
  • เกรดสูง - เซลล์มะเร็งดูผิดปกติอย่างมาก และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างรวดเร็ว

การรักษาโรคมะเร็งรังไข่

การผ่าตัด

ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เป็นโรคมะเร็งรังไข่มักได้รับการพิจารณาให้ทำการผ่าตัด บางครั้ง อาจยากที่จะทราบว่าโรคมะเร็งดังกล่าวอยู่ในระยะใด จนกว่าจะได้รับการผ่าตัดและทำการตรวจ

แพทย์ของคุณจะแจ้งเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการผ่าตัด ทั้งข้อดี โอกาสความสำเร็จและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น โดยจะทำการแจ้งส่วนที่จะถูกกำจัดออก เช่น:

  • การผ่าตัดตัดรังไข่และท่อนำไข่ออกสองข้าง (Bilateral salpingo-oophorectomy)
  • การผ่าตัดตัดมดลูกออก (Total abdominal hysterectomy)
  • การผ่าตัดกำจัดชั้นเนื้อเยื่อไขมันช่องท้อง (Omentectomy)

ศัลยแพทย์อาจตัดต่อมน้ำเหลืองในบริเวณอุ้งเชิงกรานและช่องท้องและตัดตัวอย่างเนื้อเยื่อในบริเวณใกล้เคียงเพื่อนำไปตรวจว่ามะเร็งแพร่กระจายไปแล้วหรือไม่

หากเซลล์มะเร็งได้ลุกลาม แพร่กระจายไปยังบริเวณดังกล่าวแล้ว ศัลยแพทย์จะพยายามกำจัดเซลล์ผิดปกติดังกล่าวให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ด้วยการผ่าตัดเพื่อจำกัดขนาดของเนื้อเยื่อ (Debulking surgery)

หากเซลล์มะเร็งยังจำกัดอยู่ภายในรังไข่ข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง คุณอาจเพียงแค่ต้องทำการผ่าตัดเพื่อกำจัดรังไข่ข้างหนึ่งหรือสองข้างทิ้ง แต่ไม่กระทบกับมดลูก ซึ่งหมายความว่าคุณอาจยังสามารถตั้งครรภ์ได้ด้วยความช่วยเหลือทางการแพทย์

คุณอาจจะพร้อมที่จะกลับบ้านภายในสามถึงเจ็ดวันหลังจากการผ่าตัด แต่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการฟื้นตัวกลับสู่ปกติ

เมื่อคุณกลับบ้าน คุณจะต้องทำการออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อสร้างความแข็งแรงและเสริมสมรรถภาพกล้ามเนื้อของคุณ การเดินและว่ายน้ำเป็นตัวอย่างการออกกำลังกายที่ดีเหมาะสมสำหรับคนส่วนใหญ่หลังได้รับการรักษามะเร็งรังไข่ ลองพูดคุยกับแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดของคุณเกี่ยวกับประเภทของการออกกำลังกายที่เหมาะสม และคุณสามารถทำได้

เคมีบำบัด

เคมีบำบัดคือกระบวนการใช้ยาต้านมะเร็ง (Cytotoxic drugs) เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง โดยผู้ป่วยมักได้รับเคมีบำบัดหลังการผ่าตัดมะเร็งรังไข่ ในบางกรณี ก็สามารถเข้ารับเคมีบำบัดก่อนการผ่าตัดเพื่อช่วยในการลดขนาดของก้อนเนื้องอก และทำให้ง่ายต่อการกำจัดเนื้อเยื่อดังกล่าวออกไป กระบวนการนี้เรียกว่า การให้เคมีบำบัดเบื้องต้นก่อนการผ่าตัดหรือฉายรังสี (Neoadjuvant chemotherapy)

ยาเคมีบำบัดหลายชนิดสามารถนำมาใช้ในการรักษาด้วยเคมีบำบัด โดยทั่วไปมักจะใช้ยาหลายตัวร่วมกัน ส่วนทางเลือกของยาที่ใช้และได้รับอย่างไรจะขึ้นอยู่กับระยะโรคมะเร็งของคุณ และการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งดังกล่าว การรักษาด้วยเคมีบำบัดที่พบได้บ่อยที่สุดสำหรับโรคมะเร็งรังไข่ คือ ยาที่ประกอบด้วยสารแพลตินัม ชื่อว่า Carboplatin ซึ่งอาจใช้เป็นยาเพียงตัวเดียวหรือใช้ร่วมกับยาอื่นที่ชื่อว่า Paclitaxel

เคมีบำบัดมักจะได้รับผ่านการหยดน้ำเกลือเข้าสู่ในหลอดเลือดดำ แต่บางครั้งก็ได้รับเป็นยาเม็ดสำหรับทาน การศึกษาบางชิ้นกล่าวถึงการให้เคมีบำบัดโดยตรงผ่านช่องท้อง เรียกว่า "เคมีบำบัดภายในช่องท้อง" (Intraperitoneal chemotherapy) แต่ในปัจจุบันยังไม่ได้เป็นวิธีการให้ยาเคมีบำบัดที่ได้รับความนิยม แต่ก็กำลังได้รับการประเมินในการทดลองทางคลินิกอยู่ในหลายประเทศ

เคมีบำบัดมักทำในแผนกผู้ป่วยนอกนั่นคือคุณได้รับยาและไม่ต้องค้างคืนแต่อย่างใด แต่บางครั้ง คุณอาจต้องนอนพักระยะสั้นภายในโรงพยาบาลแผนกผู้ป่วยในก็เป็นได้ในบางกรณี เคมีบำบัดมักจะถูกให้เป็นรอบ (Cycle) โดยมีช่วงทำการรักษาสลับไปกับช่วงพักเพื่อให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้ ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เป็นโรคมะเร็งรังไข่ได้รับเคมีบำบัดจำนวน 6 รอบ

เคมีบำบัดมีประสิทธิภาพในการรักษาหรือไม่

ในระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด จะมีการตรวจทดสอบเสมอว่ามะเร็งตอบสนองต่อการรักษาอย่างไร ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ตัวอย่างเช่น:

  • ถ้าคุณมีระดับ CA125 ในเลือดสูงกว่าระดับปกติขณะได้รับการวินิจฉัย คุณอาจต้องทำการตรวจเลือดเพื่อดูว่าระดับของสารโปรตีนดังกล่าวนั้นลดลงหรือไม่
  • ถ้าคุณมีเนื้องอกที่มองเห็นได้ในการสแกนเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือจากภาพอัลตราซาวด์ขณะได้รับการวินิจฉัย คุณอาจต้องเข้ารับการสแกนซ้ำเพื่อดูว่าก้อนเนื้องอกนั้นหดตัวหรือไม่
  • คุณอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดเล็ก ๆ อีกอย่างหนึ่งซึ่งเรียกว่า "การผ่าตัดซ้ำสองเพื่อตรวจสอบ (Second-look surgery)" ซึ่งดำเนินการในลักษณะเดียวกับการตรวจด้วยการส่องกล้อง (Laparoscopy)

หลังจากการรักษาด้วยเคมีบำบัดแล้ว และผลการตรวจต่าง ๆ ชี้ให้เห็นว่าไม่มีก้อนมะเร็งใด ๆ หลงเหลืออยู่ ก็จะหยุดการรักษาซึ่งหมายความว่ามะเร็งอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว

ผลข้างเคียงของเคมีบำบัด

ผลข้างเคียงของเคมีบำบัด ได้แก่:

คุณสามารถป้องกันหรือควบคุมผลข้างเคียงได้หลายอย่างด้วยยา ให้ปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาของคุณ

เคมีบำบัดสำหรับโรคมะเร็งกลับมาเป็นซ้ำ

มะเร็งรังไข่สามารถกลับมาเป็นซ้ำ (relapse) ได้ภายหลังการรักษา หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น คุณอาจได้รับเคมีบำบัดอีกแบบหนึ่งเรียกว่า "การรักษาอันดับรอง (Second-line treatment)"

รังสีรักษา

การฉายรังสีรักษาจะใช้รังสีเอกซ์พลังงานสูง เพื่อจำกัดและทำลายเซลล์มะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

การรักษาด้วยรังสีรักษามักไม่ใช้เพื่อการรักษามะเร็งรังไข่โดยตรง อย่างไรก็ตามบางครั้งทีมสหสาขาวิชาชีพอาจแนะนำให้รักษามะเร็งรังไข่ด้วยรังสีได้ในสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง เช่น เพื่อการรักษาอาการปวด เพื่อรักษาอาการเลือดออกจากก้อนเนื้องอกในตำแหน่งที่จำเพาะ

ความช่วยเหลือด้านจิตใจและอารมณ์

การจัดการกับโรคมะเร็งอาจเป็นเรื่องที่ยากอย่างมากสำหรับผู้ป่วยและครอบครัวของพวกเขา และอาจทำให้เกิดปัญหาทางอารมณ์และการใช้ชีวิตประจำตัว

อาจจะช่วยได้หากคุณพูดถึงความรู้สึกของคุณหรือปัญหาอื่น ๆ ของคุณกับผู้ให้คำปรึกษาหรือนักบำบัดโรคที่ได้รับการอบรมมาแล้ว คุณสามารถขอความช่วยเหลือคล้ายกันนี้ได้ทุกช่วงเวลาของการเจ็บป่วย มีวิธีต่าง ๆ มากมายในการขอความช่วยเหลือและการสนับสนุนด้านจิตใจและอารมณ์ของคุณ ตัวอย่างเช่น:

  • แพทย์ประจำตัวของคุณ พยาบาลผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำหรือส่งต่อคุณเข้ารับคำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญได้ พูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของคุณถ้าคุณรู้สึกหดหู่หรือซึมเศร้า การได้รับยาต้านซึมเศร้ามักช่วยได้ หรือแพทย์ประจำตัวของคุณอาจส่งต่อคุณเข้าพบที่ปรึกษาหรือนักจิตวิทยาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการดูแลอารมณ์ความคิด ความรู้สึกของคุณ
  • เป็นการดีหากคุณได้พูดคุยกับคนที่ประสบปัญหาเรื่องเดียวกันกับคุณ หลายองค์กรมีสายด่วนและฟอรัมออนไลน์ พวกเขายังสามารถทำให้คุณติดต่อกับคนอื่น ๆ ที่ได้รับการรักษามะเร็งเช่นเดียวกันเพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนปัญหาการแก้ไข และให้กำลังใจซึ่งกันและกันได้ดี

การมีชีวิตอยู่กับโรคมะเร็งรังไข่

การฟื้นตัวและการติดตามผลภายหลังการรักษา

สตรีหลายคนที่เป็นมะเร็งรังไข่ต้องเข้ารับการผ่าตัดตัดมดลูก นี่เป็นขั้นตอนที่ใหญ่และสำคัญ และมักใช้เวลาประมาณ 6-12 สัปดาห์ในการฟื้นตัวภายหลังการผ่าตัด

ในช่วงเวลานี้ คุณจะต้องหลีกเลี่ยงการยกสิ่งของต่าง ๆ ทั้งการอุ้มเด็กและการถือถุงช้อปปิ้งที่หนัก และแม้แต่การทำงานบ้านหนัก ๆ คุณจะไม่สามารถขับรถช่วงภายใน 3-8 สัปดาห์หลังจากการผ่าตัด ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องใช้เวลา 4-12 สัปดาห์เพื่อหยุดกิจกรรมต้องใช้แรงต่าง ๆ ภายหลังการผ่าตัดตัดมดลูกออก

ถ้ารังไข่ของคุณถูกกำจัดออกและคุณยังไม่ได้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนก่อนหน้านี้ คุณจะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนทันทีหลังการรักษา คุณอาจตัดสินใจที่จะใช้การบำบัดทดแทนฮอร์โมน (Hormone replacement therapy: HRT) เพื่อควบคุมอาการของวัยหมดประจำเดือนของคุณก็ได้ ซึ่งแพทย์ประจำตัวของคุณจะช่วยคุณตัดสินใจว่าจะให้อะไรดีที่สุดสำหรับคุณ

การรักษาบางอย่างสำหรับโรคมะเร็งรังไข่โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาด้วยเคมีบำบัดสามารถทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยและหมดแรงมาก คุณอาจต้องหยุดพักจากกิจวัตรประจำวันของคุณชั่วระยะเวลาหนึ่ง โปรดอย่าเกรงใจที่จะต้องขอความช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ จากครอบครัวและเพื่อน ๆ หากต้องการ

ความช่วยเหลือที่เป็นประโยชน์อาจมีจากหน่วยงานท้องถิ่นของคุณ ลองสอบถามแพทย์หรือพยาบาลว่าควรติดต่อถามฝ่ายไหนที่จะช่วยได้

หลังจากการรักษาเสร็จสิ้น คุณจะได้รับนัดเพื่อเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นระยะเพื่อตรวจสอบดูว่าคุณตอบสนองต่อการรักษาอย่างไร โดยปกติจะเริ่มด้วยการนัดทุก 2-3 เดือนแล้วจึงห่างออกไป

กิจกรรมทางเพศและความสัมพันธ์กับผู้อื่น

ความสัมพันธ์กับเพื่อนและครอบครัว

การเป็นโรคมะเร็งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพูด ไม่ว่าจะเป็นสำหรับคุณหรือครอบครัวและเพื่อนของคุณ คุณอาจรู้สึกว่าบางคนเริ่มหลีกเลี่ยงหลบหน้าคุณ หรือรู้สึกอึดอัดใจเมื่ออยู่ใกล้ตัวคุณ

การคุยอย่างเปิดใจเกี่ยวกับความรู้สึกของคุณและสิ่งที่ครอบครัวและเพื่อนของคุณสามารถทำได้สามารถช่วยให้พวกเขาสบายใจขึ้นและกำจัดความอึดอัดที่มีอยู่ได้ดี อย่างไรก็ตาม อย่าอายในการบอกว่าต้องการเวลาให้กับตัวเองมากขึ้นหากนั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องการ

ปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์

โรคมะเร็งรังไข่และการรักษาโรคดังกล่าว อาจส่งผลต่อชีวิตทางเพศของคุณได้หลายทาง

การเริ่มต้นเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนก่อนวัยอันควร

หากคุณยังไม่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนก่อนหน้านี้ การผ่าตัดกำจัดรังไข่ออกนั้นจะทำให้คุณเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนทันที คุณอาจมีอาการของวัยหมดประจำเดือนซึ่งอาจได้แก่ช่องคลอดแห้ง และการสูญเสียความต้องการทางเพศ

สูญเสียความต้องการทางเพศ

เป็นเรื่องปกติที่ผู้ป่วยจะสูญเสียความต้องการในเรื่องเพศหลังจากการรักษามะเร็งรังไข่ การรักษาของคุณอาจทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยและหมดแรงมาก และอาจรู้สึกตกใจ สับสน หรือหดหู่เกี่ยวกับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง

คุณอาจรู้สึกเศร้าใจเกี่ยวกับโอกาสการมีบุตรของคุณที่หมดไป เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าคุณอาจรู้สึกไม่อยากมีเซ็กส์ในขณะที่เผชิญกับสิ่งเหล่านี้ แบ่งปันความรู้สึกของคุณกับคู่ของคุณ พูดคุยอย่างเปิดอกต่อกัน หากความรู้สึกของคุณเกี่ยวกับเรื่องเพศไม่ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป คุณอาจต้องการพูดคุยกับที่ปรึกษาหรือนักบำบัดเรื่องเพศสัมพันธ์

เงินและผลประโยชน์

  • ถ้าคุณต้องลดการทำงานหรือหยุดงานเนื่องจากโรคมะเร็งของคุณ คุณอาจพบว่าเป็นการยากที่จะรับมือกับปัญหาทางการเงิน หากคุณมีโรคมะเร็งหรือกำลังดูแลคนที่เป็นมะเร็งคุณอาจได้รับการสนับสนุนทางการเงิน ลองติดต่อสอบถามจากองค์กรสังคมสงเคราะห์หรือฝ่ายการเงินของโรงพยาบาลว่ามีสิทธิอะไรบ้างที่อาจช่วยเหลือคุณได้
  • ถ้าคุณกำลังดูแลคนที่เป็นโรคมะเร็งคุณอาจได้รับเงินช่วยเหลือเพื่อผู้ดูแล
  • คุณอาจมีสิทธิได้รับผลประโยชน์อื่น ๆ หากคุณมีบุตรที่อาศัยอยู่ที่บ้านหรือมีรายได้ครัวเรือนต่ำ

คุณสามารถขอพูดคุยกับนักสังคมสงเคราะห์ที่โรงพยาบาลของคุณซึ่งสามารถให้ข้อมูลที่คุณต้องการได้

การรับมือกับจุดจบของชีวิต

หากคุณได้รับการแจ้งจากแพทย์ว่าคุณจะไม่สามารถทำการรักษาอะไรได้อีกเพื่อรักษาโรคมะเร็งรังไข่ของคุณ การดูแลต่อไปจากนั้นจะเน้นไปที่การควบคุมอาการของคุณและช่วยให้คุณรู้สึกสบายมากที่สุด โดยเรียกว่า การดูแลแบบประคับประคอง นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนทางจิตใจ ด้านสังคมสำหรับคุณและสำหรับครอบครัวหรือผู้ดูแลของคุณด้วย

การป้องกันโรคมะเร็งรังไข่

ขณะนี้ยังไม่มีการตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ใดที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามมีหลายวิธีที่อาจช่วยในการป้องกันโรคมะเร็งรังไข่

การหยุดการตกไข่และการใช้ยาคุมกำเนิด

ทุกครั้งที่ร่างกายของคุณตกไข่ รังไข่ของคุณจะเกิดความเสียหายเล็กขณะที่ไข่ทะลุผ่านเยื่อบุผิวของรังไข่ และถูกปล่อยออกสู่ทางเดินระบบสืบพันธุ์ของคุณ

เซลล์ที่อยู่บนพื้นผิวของรังไข่ของคุณจะแบ่งตัวและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วเพื่อซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นดังกล่าว การเติบโตของเซลล์อย่างรวดเร็วนี้อาจเกิดความผิดพลาดได้เป็นบางครั้งและส่งผลให้เกิดเป็นโรคมะเร็งรังไข่ขึ้น

สิ่งที่หยุดกระบวนการตกไข่จึงสามารถช่วยลดโอกาสในการเกิดมะเร็งรังไข่ได้ ได้แก่:

  • การตั้งครรภ์และให้นมบุตร
  • ยาคุมกำเนิด
  • การผ่าตัดกำจัดรังไข่

การทานอาหารและวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ

การวิจัยเกี่ยวกับมะเร็งรังไข่พบว่าโรคดังกล่าวอาจสัมพันธ์กับการมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน การลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำและการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและสมดุลอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งรังไข่ได้ นอกเหนือจากนี้ การออกกำลังกายเป็นประจำและทานอาหารเพื่อสุขภาพที่มีไขมันต่ำยังเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพโดยรวมของคุณ และสามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งและโรคหัวใจได้ทุกรูปแบบ

การตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่

ปัจจุบันไม่มีวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ที่น่าเชื่อถือเพียงพอ และการทดลองทางคลินิกในเรื่องนี้ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ

คุณอาจมีสิทธิ์ต้องเข้าการตรวจคัดกรองทางพันธุกรรม หากคุณมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคดังกล่าวเนื่องจากประวัติครอบครัวที่ชัดเจนหรือถ้าคุณได้รับยีนที่ผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งมาด้วย

หากคุณมีความเสี่ยงสูง แพทย์ประจำตัวของคุณสามารถแนะนำคุณไปยังศูนย์พันธุศาสตร์หรือศูนย์โรคมะเร็ง โดยคุณอาจได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่เมื่อคุณอายุเกิน 35 ปี หรือเมื่อคุณอายุห่างจากอายุน้อยที่สุดที่ญาติของคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งรังไข่เกินห้าปี และจากจุดนี้คุณจะได้รับการตรวจคัดกรองทุกปี ปีละครั้ง

การตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่เป็นการตรวจรูปแบบเดียวกับที่ใช้เป็นประจำเพื่อการวินิจฉัยโรค การทดสอบได้แก่:

  • การตรวจเลือดเพื่อหาว่ามีระดับสูงกว่าปกติของโปรตีน CA125 ที่ผลิตโดยเซลล์มะเร็งหรือไม่
  • การตรวจสแกนอัลตราซาวด์ภายใน - โดยเครื่องมืออัลตราซาวด์จะถูกแทรกลงในช่องคลอดของคุณเพื่อฉายในเห็นขนาดและเนื้อสัมผัสของรังไข่ของคุณ โดยสามารถมองเห็นถุงน้ำภายในรังไข่ที่อาจมีอยู่ด้วยได้

การตรวจมักใช้ร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องที่สุด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวิธีการคัดกรองเหล่านี้ยังคงอยู่ในระหว่างการทดสอบจึงไม่มีการรับประกันว่าการตรวจดังกล่าวจะพบได้ทุกกรณีของมะเร็งรังไข่

พึงระลึกเสมอว่า การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกซึ่งรู้จักกันดีว่า PAP smear ไม่สามารถตรวจพบมะเร็งรังไข่ได้

https://www.nhsinform.scot/illnesses-and-conditions/cancer/cancer-types-in-adults/ovarian-cancer#introduction


26 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
What are the early signs of ovarian cancer?. Medical News Today. (https://www.medicalnewstoday.com/articles/322144)
Ruptured clear cell carcinoma of the ovary presenting as acute abdomen. National Center for Biotechnology Information. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4899427/)
Ovarian Cancer: Early Signs, Detection, and Treatment. Healthline. (https://www.healthline.com/health/cancer/ovarian-cancer-early-signs)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป