สุขภาพผู้หญิง

ทำไมมะเร็งรังไข่ถึงเรียกว่าภัยเงียบ?

ผู้หญิงส่วนมากมักไม่มีอาการจนกระทั่งสายเกินไป
เผยแพร่ครั้งแรก 31 ธ.ค. 2016 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ทำไมมะเร็งรังไข่ถึงเรียกว่าภัยเงียบ?

มะเร็งรังไข่มักถูกเรียกว่าภัยเงียบ เนื่องจากมักไม่มีอาการจนกระทั่งโรคมีการดำเนินเข้าสู่ระยะท้าย ผู้หญิงอเมริกันประมาณ 1/3 อาจเกิดมะเร็งไม่ว่าแบบใดแบบหนึ่งในช่วงชีวิตและพบว่ามีประมาณ 1.5% ของผู้หญิงที่เป็นมะเร็งทั้งหมดที่มีมะเร็งเกิดขึ้นที่รังไข่ 1 หรือ 2 ข้าง

อาการของมะเร็งรังไข่ระยะแรกมักไม่รุนแรง ทำให้สามารถตรวจหาโรคนี้ได้ยาก อาการที่อาจพบในระยะแรก เช่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งสำหรับผู้หญิงวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1805 บาท ลดสูงสุด 1825 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

175
  • รู้สึกผิดปกติหรือตึงท้องหรือไม่สบายท้องบริเวณท้องน้อย
  • มีอาการอาหารไม่ย่อย มีลมมาก ท้องอืดโดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่ดีขึ้นหลังการใช้ยาลดกรด
  • มีอาการเจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  • มีเลือดออกผิดปกติ
  • ท้องบวมหรือเจ็บ

ซึ่งอาการเหล่านี้ส่วนมากมักไม่ได้แสดงถึงโรคมะเร็งรังไข่ แต่หากคุณมีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์ การตรวจพบมะเร็งรังไข่ตั้งแต่ระยะแรกจะมีโอกาสรักษาให้หายได้สูงถึง 90% แต่เนื่องจากโรคนี้ไม่มีอาการที่ชัดเจนทำให้มีผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ถึง 75% ที่จะมีการแพร่กระจายของมะเร็งไปที่ช่องท้องขณะแล้ว ณ เวลาที่ตรวจพบโรคและผู้ป่วยส่วนมากมักเสียชีวิตภายใน 5 ปี หลังจากนั้น

การวินิจฉัย

มะเร็งรังไข่ที่ไม่มีอาการมักตรวจพบจากการตรวจภายในประจำปี โดยแพทย์จะทำการคลำรังไข่ทั้ง 2 ข้างระหว่างการตรวจทางช่องคลอดและ ทวารหนักเพื่อดูว่ามีถุงน้ำในรังไข่หรือเนื้องอกผังพืดหรือไม่ หากพบความผิดปกติจากการตรวจดังกล่าว จะมีการส่งตรวจเพิ่มเติมเช่นการทำ ultrasound และการเอกซเรย์ช่องอก และหากต้องการการตรวจเพิ่มเติมมากขึ้น อาจต้องใช้การส่องกล้อง

เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งรังไข่ประกอบด้วยการใช้ ultrasound ร่วมกับการตรวจเลือด การตรวจเลือดอาจพบโปรตีน CA 125 ซึ่งเป็นโปรตีนที่พบได้ในผู้หญิงที่เป็นมะเร็งรังไข่บางคน การทดสอบเหล่านี้ใช้ได้ดีในการประเมินการโตของมะเร็ง แต่ไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นวิธีการคัดกรองโรคที่เชื่อถือได้ การทำ ultrasound อาจพบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลที่มากพอในการวินิจฉัยโรคมะเร็งรังไข่ ในขณะที่สาร CA125 ก็สามารถพบได้แม้ว่าไม่มีมะเร็ง โดยอาจเกิดจากภาวะอื่น เช่น เนื้องอกพังผืด เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ มีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน การตั้งครรภ์ หรือภาวะอื่นๆ ที่ไม่ใช่ปัญหาทางนรีเวช

การรักษามะเร็งรังไข่

การรักษามะเร็งรังไข่ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่แล้วการรักษาวิธีแรก คือ การทำหัตถการเพื่อช่วยวินิจฉัยโดยการทำผ่าตัดเพื่อดูระยะการลุกลามโรคและทำการประเมินระยะของโรค ระยะของโรคสามารถแบ่งได้ตั้งแต่ I – IV โดยระยะ I เป็นระยะแรกสุดและ IV เป็นระยะที่ลุกลามมากที่สุด การรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะและลักษณะของโรค โดยพยาธิแพทย์จะเป็นผู้ประเมินระยะการลุกลามของโรค

หลังจากการวินิจฉัยมะเร็งรังไข่มักจะต้องผ่าตัดตัดมดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ทั้ง 2 ข้าง ในผู้หญิงอายุน้อยที่ยังต้องการมีบุตรและเป็นมะเร็งรังไข่ระยะแรกบางชนิดที่ยังคงอยู่แค่ภายในรังไข่ข้างเดียวอาจสามารถตัดรังไข่เฉพาะข้างที่เป็นโรคออกได้ หลังจากนั้นจะรักษาต่อด้วยการให้ยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสีขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละราย

คุณมีความเสี่ยงหรือไม่?

หากมีสมาชิกในครอบครัว (แม่ พี่สาวน้องสาว หรือลูกสาว) ที่เป็นมะเร็งรังไข่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มากขึ้น 3 เท่า หรือคิดเป็นความเสี่ยง 5-7% ในการเกิดมะเร็งรังไข่ในอนาคต หากโรคมะเร็งรังไข่นี้มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม ตัวโรคอาจแสดงในช่วงอายุ 10 ปี ก่อนหน้านั้นในคนรุ่นถัดไป (เช่นหากแม่ของคุณเป็นมะเร็งรังไข่เมื่ออายุประมาณ 60 ปี คุณจะมีโอกาสในการเกิดโรคนี้เมื่ออายุประมาณ 50 ปี) ดังนั้นในผู้หญิงที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่อาจมีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับพันธุกรรม

ผู้หญิงที่มีประวัติครอบครัวดังกล่าวอาจสามารถเลือกตัดรังไข่ได้ แม้ว่าอาจจะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่ก็สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้มากถึง 75-90% มีงานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ทางแป้งบริเวณอวัยวะเพศจะมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งรังไข่สูงขึ้น 60% และการใช้สเปรย์ดับกลิ่นกายสามารถเพิ่มความเสี่ยงได้เกือบ 2 เท่า

ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดอย่างน้อย 5 ปี จะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ลงครึ่งหนึ่งในระยะสั้นหลังใช้หรืออาจตลอดชีวิต ยิ่งใช้ยาคุมกำเนิดนานเท่าไหร่ก็จะยิ่งช่วยลดความเสี่ยงลงได้มากขึ้น การมีลูก 2-3 คนสามารถลดความเสี่ยงได้ประมาณ 30% เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่เคยตั้งครรภ์หรือคลอดบุตร และการมีบุตรมากกว่า 5 คนก็สามารถลดความเสี่ยงได้มากถึง 50% การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะสามารถลดความเสี่ยงได้มากขึ้น การทำหมันจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากถึง 70%

ควรระลึกไว้ว่าวิธีในการตรวจพบมะเร็งรังไข่ที่ดีที่สุดก็คือการตรวจภายในประจำปี คุณควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อทำ Papsmear (การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก) และตรวจทางช่องคลอดและทวารหนัก หรือตรวจด้วยวิธีที่แพทย์คิดว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ


16 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
nhs.uk, Overview - Ovarian cancer (https://www.nhs.uk/conditions/ovarian-cancer/)
Yamini Ranchod, Ph.D., M.S. , What is ovarian cancer? (https://www.medicalnewstoday.com/articles/159675.php),

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม