สุขภาพผู้หญิง

ทำไมมะเร็งรังไข่ถึงเรียกว่าภัยเงียบ?

ผู้หญิงส่วนมากมักไม่มีอาการจนกระทั่งสายเกินไป
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ทำไมมะเร็งรังไข่ถึงเรียกว่าภัยเงียบ?

มะเร็งรังไข่มักถูกเรียกว่าภัยเงียบ เนื่องจากมักไม่มีอาการจนกระทั่งโรคมีการดำเนินเข้าสู่ระยะท้าย ผู้หญิงอเมริกันประมาณ 1/3 อาจเกิดมะเร็งไม่ว่าแบบใดแบบหนึ่งในช่วงชีวิตและพบว่ามีประมาณ 1.5% ของผู้หญิงที่เป็นมะเร็งทั้งหมดที่มีมะเร็งเกิดขึ้นที่รังไข่ 1 หรือ 2 ข้าง

อาการของมะเร็งรังไข่ระยะแรกมักไม่รุนแรง ทำให้สามารถตรวจหาโรคนี้ได้ยาก อาการที่อาจพบในระยะแรก เช่น

  • รู้สึกผิดปกติหรือตึงท้องหรือไม่สบายท้องบริเวณท้องน้อย
  • มีอาการอาหารไม่ย่อย มีลมมาก ท้องอืดโดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่ดีขึ้นหลังการใช้ยาลดกรด
  • มีอาการเจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  • มีเลือดออกผิดปกติ
  • ท้องบวมหรือเจ็บ

ซึ่งอาการเหล่านี้ส่วนมากมักไม่ได้แสดงถึงโรคมะเร็งรังไข่ แต่หากคุณมีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์ การตรวจพบมะเร็งรังไข่ตั้งแต่ระยะแรกจะมีโอกาสรักษาให้หายได้สูงถึง 90% แต่เนื่องจากโรคนี้ไม่มีอาการที่ชัดเจนทำให้มีผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ถึง 75% ที่จะมีการแพร่กระจายของมะเร็งไปที่ช่องท้องขณะแล้ว ณ เวลาที่ตรวจพบโรคและผู้ป่วยส่วนมากมักเสียชีวิตภายใน 5 ปี หลังจากนั้น

การวินิจฉัย

มะเร็งรังไข่ที่ไม่มีอาการมักตรวจพบจากการตรวจภายในประจำปี โดยแพทย์จะทำการคลำรังไข่ทั้ง 2 ข้างระหว่างการตรวจทางช่องคลอดและ ทวารหนักเพื่อดูว่ามีถุงน้ำในรังไข่หรือเนื้องอกผังพืดหรือไม่ หากพบความผิดปกติจากการตรวจดังกล่าว จะมีการส่งตรวจเพิ่มเติมเช่นการทำ ultrasound และการเอกซเรย์ช่องอก และหากต้องการการตรวจเพิ่มเติมมากขึ้น อาจต้องใช้การส่องกล้อง

เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งรังไข่ประกอบด้วยการใช้ ultrasound ร่วมกับการตรวจเลือด การตรวจเลือดอาจพบโปรตีน CA 125 ซึ่งเป็นโปรตีนที่พบได้ในผู้หญิงที่เป็นมะเร็งรังไข่บางคน การทดสอบเหล่านี้ใช้ได้ดีในการประเมินการโตของมะเร็ง แต่ไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นวิธีการคัดกรองโรคที่เชื่อถือได้ การทำ ultrasound อาจพบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลที่มากพอในการวินิจฉัยโรคมะเร็งรังไข่ ในขณะที่สาร CA125 ก็สามารถพบได้แม้ว่าไม่มีมะเร็ง โดยอาจเกิดจากภาวะอื่น เช่น เนื้องอกพังผืด เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ มีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน การตั้งครรภ์ หรือภาวะอื่นๆ ที่ไม่ใช่ปัญหาทางนรีเวช

การรักษามะเร็งรังไข่

การรักษามะเร็งรังไข่ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่แล้วการรักษาวิธีแรก คือ การทำหัตถการเพื่อช่วยวินิจฉัยโดยการทำผ่าตัดเพื่อดูระยะการลุกลามโรคและทำการประเมินระยะของโรค ระยะของโรคสามารถแบ่งได้ตั้งแต่ I – IV โดยระยะ I เป็นระยะแรกสุดและ IV เป็นระยะที่ลุกลามมากที่สุด การรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะและลักษณะของโรค โดยพยาธิแพทย์จะเป็นผู้ประเมินระยะการลุกลามของโรค

หลังจากการวินิจฉัยมะเร็งรังไข่มักจะต้องผ่าตัดตัดมดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ทั้ง 2 ข้าง ในผู้หญิงอายุน้อยที่ยังต้องการมีบุตรและเป็นมะเร็งรังไข่ระยะแรกบางชนิดที่ยังคงอยู่แค่ภายในรังไข่ข้างเดียวอาจสามารถตัดรังไข่เฉพาะข้างที่เป็นโรคออกได้ หลังจากนั้นจะรักษาต่อด้วยการให้ยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสีขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละราย

คุณมีความเสี่ยงหรือไม่?

หากมีสมาชิกในครอบครัว (แม่ พี่สาวน้องสาว หรือลูกสาว) ที่เป็นมะเร็งรังไข่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มากขึ้น 3 เท่า หรือคิดเป็นความเสี่ยง 5-7% ในการเกิดมะเร็งรังไข่ในอนาคต หากโรคมะเร็งรังไข่นี้มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม ตัวโรคอาจแสดงในช่วงอายุ 10 ปี ก่อนหน้านั้นในคนรุ่นถัดไป (เช่นหากแม่ของคุณเป็นมะเร็งรังไข่เมื่ออายุประมาณ 60 ปี คุณจะมีโอกาสในการเกิดโรคนี้เมื่ออายุประมาณ 50 ปี) ดังนั้นในผู้หญิงที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่อาจมีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับพันธุกรรม

ผู้หญิงที่มีประวัติครอบครัวดังกล่าวอาจสามารถเลือกตัดรังไข่ได้ แม้ว่าอาจจะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่ก็สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้มากถึง 75-90% มีงานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ทางแป้งบริเวณอวัยวะเพศจะมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งรังไข่สูงขึ้น 60% และการใช้สเปรย์ดับกลิ่นกายสามารถเพิ่มความเสี่ยงได้เกือบ 2 เท่า

ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดอย่างน้อย 5 ปี จะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ลงครึ่งหนึ่งในระยะสั้นหลังใช้หรืออาจตลอดชีวิต ยิ่งใช้ยาคุมกำเนิดนานเท่าไหร่ก็จะยิ่งช่วยลดความเสี่ยงลงได้มากขึ้น การมีลูก 2-3 คนสามารถลดความเสี่ยงได้ประมาณ 30% เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่เคยตั้งครรภ์หรือคลอดบุตร และการมีบุตรมากกว่า 5 คนก็สามารถลดความเสี่ยงได้มากถึง 50% การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะสามารถลดความเสี่ยงได้มากขึ้น การทำหมันจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากถึง 70%

ควรระลึกไว้ว่าวิธีในการตรวจพบมะเร็งรังไข่ที่ดีที่สุดก็คือการตรวจภายในประจำปี คุณควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อทำ Papsmear (การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก) และตรวจทางช่องคลอดและทวารหนัก หรือตรวจด้วยวิธีที่แพทย์คิดว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่