Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) และภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Septic shock)

การวินิจฉัยและการรักษาการติดเชื้อในกระแสเลือด และภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือด
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 706,329 คน

การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) และภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Septic shock)

การติดเชื้อโดยทั่วไป เช่น การติดเชื้อของแผลผ่าตัด มักจะเกิดขึ้นที่บริเวณนั้นเพียงบริเวณเดียว ต่างจากการติดเชื้อในกระแสเลือดที่เกิดขึ้นเมื่อเชื้อเฉพาะที่เข้าไปในกระแสเลือด และกระจายไปทั่วร่างกาย ทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองเป็นอาการอักเสบอย่างรุนแรงของร่างกาย อุณหภูมิร่างกายไม่สม่ำเสมอ (สูงไปหรือต่ำไป) และรบกวนการหายใจ ร่วมกับปัญหาอื่นๆ 

ปัญหาหนึ่งจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ที่มีความรุนแรงมากก็คือภาวะความดันโลหิตต่ำ เพราะทำให้เกิดการล้มเหลวของอวัยวะ และระดับความดันโลหิตลดต่ำลง ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการให้สารน้ำ และต้องให้ยาเพื่อช่วยเพิ่มระดับความดันโลหิต  

โฆษณาจาก HonestDocs
กว่า 100 โปรแกรมตรวจสุขภาพ ลดสูงสุด 40%

รายการตรวจครบทุกช่วงวัย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 989108042

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และภาวะความดันโลหิตต่ำ

แบคทีเรียมักเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในกระแสเลือดที่พบได้บ่อย แต่ภาวะนี้ก็สามารถเกิดจากเชื้อราที่เข้าสู่กระแสเลือดได้เช่นกัน นอกจากนั้นปัจจัยต่อไปนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Septik Shock) มากกว่าคนทั่วไปได้

  • การติดเชื้อหลายตำแหน่ง
  • การผ่าตัด
  • การมีปัญหาด้านภูมิคุ้มกัน
  • การติดยาเสพติดที่เสพโดยการฉีด
  • การมีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน
  • การมีโรคร้ายแรงถึงชีวิต
  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อ
  • การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
  • ทารกแรกเกิด หรือคนที่มีอายุมากกว่า 35 ปี
  • การตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตาม คนปกติที่มีสุขภาพดี และไม่มีปัจจัยเสี่ยงเลย ก็สามารถติดเชื้อในกระแสเลือดได้ โดยที่บางคนอาจไม่รู้ตัวว่ามีการติดเชื้อแล้วด้วยซ้ำ จนกระทั่งเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด และมีอาการรุนแรงมากขึ้น

การวินิจฉัยการติดเชื้อในกระแสเลือด

การวินิจฉัยการติดเชื้อในกระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำอาจเป็นไปได้ยาก เพราะผู้ป่วยมักมีอาการคล้ายกับการเจ็บป่วยทั่วไป เช่น อาหารเป็นพิษ หรือไข้หวัด แพทย์จึงมักไม่สงสัยว่าเป็นภาวะนี้จนกว่าอาการจะแย่ลง ได้แก่ อาการสั่น คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้

การติดเชื้อในกระแสเลือดวินิจฉัยได้จากการตรวจเลือด ได้แก่ การส่งตรวจเพาะเชื้อจากเลือด และการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete blood count: CBC) ซึ่งแพทย์มักให้ตรวจด้วยวิธีนี้เมื่อสงสัยว่าจะมีการติดเชื้อในกระแสเลือด

ขั้นตอนในการตรวจเลือด 

  • แพทย์จะเจาะเลือด และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง โดยจำนวนของเม็ดเลือดขาวที่เพิ่มมากขึ้นอาจแสดงถึงการติดเชื้อได้ 
  • เพื่อยืนยันการวินิจฉัย จะต้องเก็บเลือดไว้ห้าวันเพื่อเพาะเชื้อดูว่ามีแบคทีเรียโตขึ้นหรือไม่ 
  • หากไม่มีการติดเชื้อ จะไม่พบแบคทีเรียในผลเพาะเชื้อจากเลือด 
  • หากพบแบคทีเรียจะมีการตรวจความไว ซึ่งเป็นการตรวจสอบต่อไปว่า เป็นการติดเชื้อจากแบคทีเรียชนิดใด และควรใช้ยาปฏิชีวนะตัวใดในการรักษา

ภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือด คืออะไร

การติดเชื้อในกระแสเลือดสามารถทำใหเกิดภาวะที่อันตรายอย่างความดันโลหิตต่ำ และทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ 

อาการของภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือดสังเกตได้ ดังนี้

  • สับสน
  • ได้รับออกซิเจนไม่พอ (วินิจฉัยได้จากเครื่องมือพิเศษ หรือการส่งตรวจวิเคราะห์ก๊าซในหลอดเลือดแดง: ABG)
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • ชีพจรเต้นเร็ว
  • หายใจเร็ว
  • ปัสสาวะออกน้อย

ภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือดอาจนำไปสู่ภาวะอวัยวะล้มเหลว และความดันโลหิตต่ำอย่างรุนแรง ซึ่งจำเป็นต้องมีการให้ยาทางเส้นเลือด ได้แก่ ยาปฏิชีวนะ และยาเพื่อเพิ่มความดันโลหิต

ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือดมักไม่รู้สึกตัว และจะได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจ รวมทั้งใช้เครื่องช่วยหายใจด้วย เนื่องจากภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือดนั้นเป็นเรื่องรุนแรงมาก และอาจทำให้เสียชีวิตได้ แม้ว่าจะมีการรักษาอย่างทันท่วงที และเหมาะสมแล้วก็ตาม

การรักษาภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

การติดเชื้อในกระแสเลือดมักรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ และการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ป่วยบางรายที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือดอาจมีภาวะความดันโลหิตต่ำตามมาได้ ดังนั้นการเฝ้าระวังอาการที่บ่งบอกว่าไม่มีการตอบสนองต่อการรักษา หรือมีอาการที่แย่ลงจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือด

การป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือดมีเพียงทางเดียว คือป้องกันการติดเชื้อ 

วิธีการป้องกันการติดเชื้อตามมาตรฐาน เช่น การดูแลแผลเป็นอย่างดี และการล้างมือบ่อยๆ สามารถช่วยลดอัตราการติดเชื้อได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่