กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
พญ.วรรณวนัช เสถียรธรรมมณี
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
พญ.วรรณวนัช เสถียรธรรมมณี
ความรู้สุขภาพ

การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) และภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Septic shock)

การวินิจฉัยและการรักษาการติดเชื้อในกระแสเลือด และภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือด
เผยแพร่ครั้งแรก 18 ก.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 20 เม.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 11 มี.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) และภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Septic shock)

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • การติดเชื้อในกระแสเลือดทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาตอบสนองเป็นอาการอักเสบอย่างรุนแรง เช่น อุณหภูมิไม่สม่ำเสมอ
  • ภาวะความดันโลหิตต่ำเป็นปฏิกิริยาจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดที่มีความรุนแรง สามารถทำให้เกิดการล้มเหลวของอวัยวะได้
  • หากมีปัจจัยต่อไปนี้ เช่น การติดเชื้อหลายตำแหน่ง มีปัญหาด้านภูมิคุ้มกัน มีโรคร้ายแรง อาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดและภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือดได้
  • อาการที่บ่งชี้ว่า มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดในระยะแรกคล้ายกับอาการเจ็บป่วยทั่วไป เช่น ไอ มีเสมหะ อาหารเป็นพิษ แต่หากอาการแย่ลง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ สั่น จะบ่งชี้ได้ชัดเจนขึ้น
  • การติดเชื้อในกระแสเลือดอาจรุนแรงจนนำไปสู่การเสียชีวิตได้ วิธีที่ดีที่สุดคือ การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด (ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพได้ที่นี่)

การติดเชื้อโดยทั่วไป เช่น การติดเชื้อของแผลผ่าตัด มักจะเกิดขึ้นที่บริเวณนั้นเพียงบริเวณเดียว ต่างจากการติดเชื้อในกระแสเลือดที่เกิดขึ้นเมื่อเชื้อเฉพาะที่เข้าไปในกระแสเลือดและกระจายไปทั่วร่างกาย 

เมื่อเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) จะทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองเป็นอาการอักเสบอย่างรุนแรงของร่างกาย เช่น อุณหภูมิไม่สม่ำเสมอ (สูงไป หรือต่ำไป) รบกวนการหายใจ ร่วมกับปัญหาอื่นๆ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ปัญหาหนึ่งจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดที่มีความรุนแรงมากก็คือ ภาวะความดันโลหิตต่ำ เพราะทำให้เกิดการล้มเหลวของอวัยวะและระดับความดันโลหิตลดต่ำลง 

ภาวะที่เกิดขึ้นนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการให้สารน้ำและต้องให้ยาเพื่อช่วยเพิ่มระดับความดันโลหิต  

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และภาวะความดันโลหิตต่ำ

แบคทีเรียมักเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในกระแสเลือดที่พบได้บ่อย แต่ภาวะนี้ก็สามารถเกิดจากเชื้อราที่เข้าสู่กระแสเลือดได้เช่นกัน 

นอกจากนั้นปัจจัยต่อไปนี้ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Septic Shock) มากกว่าคนทั่วไปได้

  • การติดเชื้อหลายตำแหน่ง
  • การผ่าตัด
  • การมีปัญหาด้านภูมิคุ้มกัน
  • การติดยาเสพติดที่เสพโดยการฉีด
  • การมีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน
  • การมีโรคร้ายแรงถึงชีวิต
  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อ
  • การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
  • ทารกแรกเกิด หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี
  • การตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตาม คนปกติที่มีสุขภาพดีและไม่มีปัจจัยเสี่ยงเลยก็สามารถติดเชื้อในกระแสเลือดได้ โดยที่บางคนอาจไม่รู้ตัวว่า มีการติดเชื้อแล้วด้วยซ้ำ จนกระทั่งเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด และมีอาการรุนแรงมากขึ้น

การวินิจฉัยการติดเชื้อในกระแสเลือด

การวินิจฉัยการติดเชื้อในกระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำอาจเป็นไปได้ยาก เพราะผู้ป่วยมักมีอาการคล้ายกับการเจ็บป่วยทั่วไป เช่น ไอ มีเสมหะ หรืออาหารเป็นพิษ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ด้วยเหตุนี้แพทย์จึงมักไม่สงสัยว่า ผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดจนกว่าอาการจะแย่ลง ได้แก่ อาการสั่น คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้

การติดเชื้อในกระแสเลือดวินิจฉัยได้จากการตรวจเลือด ได้แก่ การส่งตรวจเพาะเชื้อจากเลือด และการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete blood count: CBC) ซึ่งแพทย์มักให้ตรวจด้วยวิธีนี้เมื่อสงสัยว่า จะมีการติดเชื้อในกระแสเลือด

ขั้นตอนในการตรวจเลือด 

  • แพทย์สั่งเจาะเลือดและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ใช้เวลารอผลไม่เกิน 1 ชั่วโมง โดยจำนวนของเม็ดเลือดขาวที่เพิ่มมากขึ้นอาจแสดงถึงการติดเชื้อได้ 
  • เพื่อยืนยันการวินิจฉัย เลือดจะถูกนำไปเพาะเชื้อเป็นระยะเวลา 5 วัน เพื่อดูว่า มีแบคทีเรียโตขึ้นหรือไม่ 
  • หากไม่มีการติดเชื้อ จะไม่พบแบคทีเรียในผลเพาะเชื้อจากเลือด 
  • หากพบแบคทีเรียจะมีการตรวจความไว ซึ่งเป็นการตรวจสอบต่อไปว่า เป็นการติดเชื้อจากแบคทีเรียชนิดใด และควรใช้ยาปฏิชีวนะตัวใดในการรักษา

ภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือด คืออะไร

การติดเชื้อในกระแสเลือดสามารถทำใหเกิดภาวะที่อันตรายอย่างความดันโลหิตต่ำ และทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ 

อาการของภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือดสังเกตได้ ดังนี้

  • สับสน
  • ได้รับออกซิเจนไม่พอ (วินิจฉัยได้จากเครื่องมือพิเศษ หรือการส่งตรวจวิเคราะห์ก๊าซในหลอดเลือดแดง: ABG)
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • ชีพจรเต้นเร็ว
  • หายใจเร็ว
  • ปัสสาวะออกน้อย

ภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือดอาจนำไปสู่ภาวะอวัยวะล้มเหลว และความดันโลหิตต่ำอย่างรุนแรง ซึ่งจำเป็นต้องมีการให้ยาทางเส้นเลือด ได้แก่ ยาปฏิชีวนะ และยาเพิ่มความดันโลหิต

ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือดมักไม่รู้สึกตัวและจะได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจ รวมทั้งใช้เครื่องช่วยหายใจด้วย เนื่องจากภาวะความดันโลหิตต่ำจากการติดเชื้อในกระแสเลือดนั้นเป็นเรื่องรุนแรงมาก และอาจทำให้เสียชีวิตได้ แม้ว่าจะมีการรักษาอย่างทันท่วงที และเหมาะสมแล้วก็ตาม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

การรักษาภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

การติดเชื้อในกระแสเลือดมักรักษาด้วยยาปฏิชีวนะและการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ป่วยบางรายที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือดอาจมีภาวะความดันโลหิตต่ำตามมาได้ ดังนั้นการเฝ้าระวังอาการที่บ่งบอกว่าไม่มีการตอบสนองต่อการรักษา หรือมีอาการที่แย่ลงจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือด

วิธีการป้องกันการติดเชื้อตามมาตรฐาน ได้แก่

  • การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการควรปรึกษาแพทย์
  • การดูแลทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธี
  • การล้างมือบ่อยๆ ทุกครั้งก่อนและหลังทำแผล
  • หากมีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ควรควบคุมโรคให้อยู่ในกณฑ์ปลอดภัย
  • ไม่ใช้สารเสพติด

การติดเชื้อในกระแสเลือดในบางกรณีอาจมีความรุนแรงจนนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


7 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม