โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (Post Traumatic Stress Disorder หรือ PTSD) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ต.ค. 8, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

Post-traumatic stress disorder หรือเรียกสั้น ๆ ว่า PTSD (พี. ที. เอส. ดี) เป็นโรคความผิดปกติทางจิตที่เกิดขึ้นภายหลังประสบเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เช่น สงคราม การลักพาตัว ข่มขืน ถูกทำร้าย อุบัติเหตุรถยนต์ เครื่องบินตก ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการสูญเสียบุคคลที่รัก ทำให้เกิดความรู้สึกเครียด กังวล และความกลัว ที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วย

PTSD ได้รับการกล่าวถึงอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1980 โดยสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน (หลายคนอาจคุ้นเคยกับชื่ออื่นซึ่งเคยถูกใช้เรียกแทนชื่อ PTSD ได้แก่ อาการช็อกจากการระเบิด (Shell shock) และโรคประสาทสงคราม (War neurosis)

ในอดีต มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ว่าPTSDเป็น ’โรค’ หรือเป็นเพียงอาการทางใจเท่านั้น เพราะผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยกลุ่มแรกๆคือทหารผ่านศึก ซึ่งมักถูกตราหน้าจากเพื่อนร่วมงานว่าเป็นพวกจิตใจอ่อนแอ ไม่ใช่การป่วยเป็นโรค จากการสำรวจของกรมการทหารผ่านศึกในสหรัฐอเมริกา พบว่ามีผู้ป่วยถูกวินิจฉัยเป็น PTSD มากถึงแปดล้านคนต่อปี โดยผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นโรคมากกว่าผู้ชาย

จากการเก็บข้อมูลทางสถิติเผยว่า ทหารผ่านศึกผู้เคยประสบกับการสู้รบรุนแรงมาก่อนมักป่วยเป็นโรค PTSD อาทิเช่น ทหารผ่านศึกในสงครามเวียดนาม สงครามอ่าวเปอร์เซียร์ สงครามโค่นล้มซัดดัมในประเทศอิรัก

สาเหตุของ PTSD

ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของการเกิดโรค แต่พอจะบอกได้ถึงปัจจัยเสี่ยง ดังนี้

  • พันธุกรรม :ส่วนหนึ่งของพันธุกรรมอาจส่งผลต่อการสร้างความทรงจำเกี่ยวกับความกลัว ยังคงมีการวิจัยศึกษาอย่างต่อเนื่องว่าพันธุกรรมที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล จะทำให้เกิดการตอบสนองต่อความกลัวที่ต่างกันได้อย่างไร
  • สมอง :ความแตกต่างเฉพาะบุคคลของการทำงานของสมองบางส่วน รวมถึงการควบคุมสารสื่อประสาทและฮอร์โมน อาจส่งผลต่อการตอบสนองทางร่างกายต่อความเครียด
  • ประสบการณ์ชีวิต :การประสบเหตุการณ์สะเทือนขวัญในวัยเด็ก
  • สุขภาพจิต :มีโรคทางจิตอยู่เดิมแล้ว เช่น โรคซึมเศร้า
  • ลักษณะบุคลิกเดิม:มองโลกในแง่ร้าย มีปัญหาในการจัดการกับความเครียดของตนเอง

PTSD ในเด็ก

เกือบครึ่งหนึ่งของเด็กและวัยรุ่น จะประสบกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญอย่างน้อย 1ครั้งในช่วงชีวิต และในกลุ่มเด็กดังกล่าวจะมีโอกาสเป็นโรค PTSD โดยโอกาสในการเกิดโรคจะประกอบด้วย เด็กหญิง15% และเด็กชาย6% โดยยิ่งเหตุการณ์รุนแรงมากเท่าไร ความเสี่ยงในการเป็นโรคยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

อาการของโรคที่พบในเด็กได้แก่

  • ฉี่รดที่นอน
  • อยู่ดีๆก็ไม่พูด
  • ขี้อ้อน ติดคนเลี้ยงดูมากกว่าปกติ
  • ก่อกวน ทำลายข้าวของ ไม่เคารพเชื่อฟัง

ทั้งนี้ ในเด็กวัยรุ่นจะมีอาการคล้ายกับผู้ใหญ่นั่นเอง

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่