มะเร็งและโรคร้าย

การบวมส่วนปลายกับโรคเบาหวาน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
การบวมส่วนปลายกับโรคเบาหวาน

การบวมส่วนปลาย (Peripheral edema) คือการบวมที่เกิดจากการสะสมสารน้ำในเท้า ข้อเท้าหรือขา โดยอาจเกิดเพียงข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ และหากคุณเป็นโรคเบาหวาน คุณควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเกิดการบวม

การบวมเป็นผลจากการทำลายเส้นเลือดฝอย หรือการมีความดันเพิ่มขึ้นทำให้มีสารน้ำรั่วจากเส้นเลือดออกมาสู่เนื้อเยื่อโดยรอบ ทำให้เกิดการบวม ผู้ป่วยโรคเบาหวานมักมีปัญหาเรื่องการไหลเวียนเลือดซึ่งอาจทำให้แผลที่เกิดขึ้นหายช้าลงหรือไม่หายเลย การบวมทำให้แผลหายยากยิ่งขึ้น ดังนั้นการควบคุมการบวมจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น

สาเหตุของการบวมส่วนปลาย

มีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ ตัวอย่างสาเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานเช่นการไม่ได้ขยับร่างกาย การยืนหรือนั่งเป็นเวลานาน การผ่าตัด การดูดไฟไหม้ อากาศร้อน การตั้งครรภ์ การมีประจำเดือน การหมดประจำเดือน การรับประทานยาคุมกำเนิด การรับประทานยาบางชนิด การรับประทานเกลือมากเกินไป หรือภาวะทุพโภชนาการ

การบวมนี้อาจเกิดขึ้นเพียงข้างเดียวได้ โดยเกิดจากลิ่มเลือดอุดตันของเส้นเลือดดำ (Deep venous thrombosis-DVT), การอักเสบของเนื้อเยื่อ (Cellulitis) การอักเสบของกระดูกและกล้ามเนื้อ (Osteomyelitis) อุบัติเหตุ ถุงน้ำ Baker แตก หรือการอุดตันระบบหมุนเวียนน้ำเหลือง

ภาวะนี้ยังอาจเกิดร่วมกับภาวะอันตรายอื่น ๆ ซึ่งอาจเกิดร่วมกับโรคเบาหวานได้ด้วย เช่น โรคหัวใจ, ปัญหาของการไหลเวียนเส้นเลือดดำ, โรคตับและโรคไต และยาที่ใช้รักษาโรคเบาหวานบางตัวทำให้เกิดอาการบวมได้เช่นกันโดยเฉพาะในกลุ่ม thiazolidinedione เช่น Actos และ Avandia

ในปี 2007 องค์การอาหารและยาได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับการใช้ยา Avandia ที่จะทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือโรคหัวใจอื่น ๆ ได้มากขึ้น และแนะนำให้แพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยซึ่งรับประทานยานี้ติดตามอาการแสดงของโรคหัวใจวาย เช่นการบวม

ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจหรือหัวใจวายมากกว่าปกติถึง 2 เท่า หากผู้ป่วยมีอาการชา อาจไม่มีอาการแสดงของโรคหัวใจหรือหัวใจวายได้ ดังนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะต้องแจ้งแพทย์เมื่อมีอาการบวมเกิดขึ้น

อาการและอาการแสดงของการบวมส่วนปลาย

  • ผิวหนังตึงหรือเป็นมันวาว
  • บวม
  • การบวมที่กดบุ๋มหรือไม่บุ๋มจะบอกสาเหตุของการเกิดอาการนี้ที่ต่างกัน

ต้องทำอะไรหากเป็นเบาหวานและมีอาการบวม

หากคุณมีอาการบวม ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบเพื่อที่จะได้ทำการหาสาเหตุของการบวมที่เป็นอันตรายรุนแรง คุณสามารถช่วยลดอาการบวมได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ยกขาที่บวมสูงตลอดวัน
  • ใส่ถุงน่องแบบกระชับ (ควรตรวจสอบกับแพทย์ก่อนว่าคุณไม่มีโรคของหลอดเลือดดงส่วนปลาย)
  • ออกกำลังกาย
  • รับประทานอาหารที่มีเกลือน้อย
  • หากมีแผล มีการติดเชื้อของเนื้อเยื่อ ที่ผิวหนัง ผิวหนังแตกหรือคันควรแจ้งแพทย์

โทรหาแพทย์อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้หากอาการบวมไม่ดีขึ้น แย่ลง หรือหากคุณเป็นโรคตับและมีอาการบวมที่ขาและท้อง หรือหากขาที่บวมมีสีแดงและอุ่น มีไข้ หรือมีปัสสาวะลดลง หรือมีการตั้งครรภ์ หรือมีอาการบวมระดับปานกลางถึงรุนแรงอย่างฉับพลัน

เมื่อไหร่ที่ต้องพบแพทย์ทันที

อาการบวมที่เกิดขึ้นใหม่ไม่ว่าจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างจะต้องได้รับการตรวจอย่างเร่งด้วน การมีอาการบวมข้างเดียวอาจแสดงว่าต้องการการตรวจหาภาวะ DVT อย่างเร่งด่วน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่