กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
พญ. ธวัลรัตน์ ปานแดง
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
พญ. ธวัลรัตน์ ปานแดง
การออกกำลัง

ตะคริว เกิดจากอะไร ป้องกัน และรักษาอย่างไรให้หายไวที่สุด

ตะคริวเกิดจากสาเหตุอะไร มีวิธีป้องกันหรือไม่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องรักษาอย่างไรให้หายไวที่สุด
เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 4 ส.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 27 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
ตะคริว เกิดจากอะไร ป้องกัน และรักษาอย่างไรให้หายไวที่สุด

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ตะคริว คือ อาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ซึ่งจะสร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก โดยส่วนที่มักเกิดอาการจะเป็นบริเวณกล้ามเนื้อน่อง
  • สาเหตุที่ทำให้เกิดตะคริวมีหลายปัจจัย แต่สาเหตุชัดเจนยังไม่แน่ชัด บางทฤษฎีอาจเกิดจากการที่เอ็นและกล้ามเนื้อไม่ได้ยืดตัวบ่อย ทำให้หดรั้ง และเกร็งเมื่อใช้งานบ่อยๆ เซลล์ประสาทและเส้นประสาทที่ควบคุมการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ 
  • คุณสามารถรักษาอาการตะคริวกินได้ด้วยการยืดกล้ามเนื้อ หยุดทำสิ่งต่างๆที่จะทำให้กล้ามเนื้อต้องทำงานหนักขึ้น หรือประคบร้อน หรือเย็น การรับประทานยาแก้ปวด ดื่มน้ำให้มากขึ้นก็ช่วยให้หายจากอาการตะคริวกินได้
  • วิธีป้องกันตะคริวกินหลักๆ คือ การรักษาสุขภาพกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เช่น หมั่นออกกำลังกายอย่างพอดี ยืดกล้ามเนื้อบ่อยๆ ต้องมีการยืดกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ก่อนใช้งาน รับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุกลุ่มแคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • อาการตะคริวกินอาจมีสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพแทรกซ้อนบางอย่าง เช่น โรคไต โรคไทรอยด์ พาร์กินสัน ภาวะซีด น้ำตาลในเลือดต่ำ คุณจึงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างเป็นประจำ 
  • เปรียบเทียบราคาและดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพทั้งผู้หญิงและผู้ชายทุกวัย   

ตะคริว เกิดจากการหดและเกร็งตัวของกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายอย่างกระทันหัน

ส่วนที่พบมากที่สุด คือ ตะคริวกล้ามเนื้อขา ผู้ที่เคยมีประสบการณ์การเป็นตะคริวจะทราบดีถึงความเจ็บปวด เมื่อกล้ามเนื้อบีบตัวแน่น จนไม่สามารถขยับเขยื้อนขาได้เลย แม้จะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น อาการจะเป็นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 13385 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 2

การสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อไปเพียงไม่กี่อึดใจเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด หากเกิดขึ้นตอนที่ร่างกายต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ขณะว่ายน้ำ หรือเล่นกีฬาโลดโผน 

ตะคริวจึงเป็นหนึ่งในภัยร้ายที่สามารถคร่าชีวิตได้รวดเร็วไม่แพ้โรคติดต่อชนิดอื่นๆ

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดตะคริว

สาเหตุของการเป็นตะคริวยังไม่ได้รับการยืนยันชัดเจน จากการสำรวจพบว่า ตะคริวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็เกิดขึ้นในขณะที่ออกกำลังกาย บ้างก็เกิดขึ้นในขณะที่นอนอยู่เฉยๆ และบางคนเป็นตะคริวติดต่อกันหลายครั้งมากในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ 

การเป็นตะคริวมักมีความเกี่ยวเนื่องกับปัจจัย ดังต่อไปนี้

  1. กล้ามเนื้อทำงานหนัก หรืออยู่ในท่าที่ผิดปกติ ตะคริวกล้ามเนื้อขามักเกิดขึ้นหลังจากการออกกำลังกายเป็นเวลานาน ยืนบนพื้นที่แข็งมาก นั่งท่าเดิมนานๆ หรือนอนในลักษณะที่ขาไม่ได้เหยียดคลาย พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้กล้ามเนื้อเกิดความล้ามาก และเกร็งตัวในที่สุด
  2. เอ็นและกล้ามเนื้อไม่ได้ยืดตัวบ่อย บางทฤษฎีอาจเกิดจากการที่เอ็นและกล้ามเนื้อไม่ได้ยืดตัวบ่อย ทำให้หดรั้ง และเกร็งเมื่อใช้งานบ่อยๆ
  3. ร่างกายได้รับแร่ธาตุหรือน้ำที่ไม่เพียงพอ ปัจจัยหนึ่งที่พบมากในผู้ที่เป็นตะคริว คือการขาดแร่ธาตุ และน้ำในร่างกาย หรือแร่ธาตุในร่างกายไม่สมดุล ซึ่งมักเกิดในสตรีมีครรภ์ เพราะแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ถูกดึงไปใช้ในการพัฒนาการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ อีกทั้งการตั้งครรภ์ยังเบียดกระเพาะปัสสาวะให้ต่ำลงกว่าปกติ ความจุของกระเพาะปัสสาวะลดลง ทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะได้ง่าย ทำให้ปัสสาวะบ่อยครั้งมาก และนำมาซึ่งการขาดน้ำ
  4. สัมผัสกับความเย็นนานๆ กล้ามเนื้อก็เหมือนกับผิวหนัง เมื่อสัมผัสความเย็นจะทำให้หดตัวอย่างรวดเร็วจนรู้สึกแน่นและตึงได้ ส่วนใหญ่แล้วตะคริวมักจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสัมผัสอากาศหนาวมาก หรือน้ำเย็นจัดเป็นเวลานาน
  5. ปัญหาสุขภาพแทรกซ้อน ปัญหาสุขภาพบางประเภทสามารถทำให้เกิดตะคริวได้ เช่น ปัญหาการหมุนเวียนเลือดต่างๆ เช่น โรคไต โรคไทรอยด์ โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
  6. เกิดจากการที่เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ดีพอ มักพบในคนที่เป็นโรคเรื้อรังที่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเลือด เช่น เบาหวาน
  7. ผลข้างเคียงจากการใช้ยา การที่กล้ามเนื้อหดเกร็ง อาจเป็นผลข้างเคียงมาจากการรับประทานยาบางกลุ่ม เช่น กลุ่มยาระงับอาการทางจิต ยาคุมกำเนิด ยาขับปัสสาวะ ยาสลายไขมันในเลือด และสเตียรอยด์

วิธีรับมือเมื่อเป็นตะคริว

  • หยุดการใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนั้นทันที
  • ยืดกล้ามเนื้อและนวด ควรค่อยๆทำอย่างช้าๆ ไปควรยืดออกเร็วเป็น เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บได้ลักษณะการยืดกล้ามเนื้อนั้นขึ้นอยู่กับบริเวณที่เป็นตะคริว 

ดังมีวิธีต่อไปนี้ ได้แก่ 

  • ตะคริวที่ต้นขาด้านหน้า: ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง หรือนอนคว่ำหน้าลงบนพื้น จากนั้นใช้มือพับขาข้างที่ปวดเข้าหาตัวจากทางด้านหลัง กล้ามเนื้อบริเวณหน้าขาจะรู้สึกตึง ยืดค้างไว้จนกว่าอาการปวดจะหาย 
  • ตะคริวที่ต้นขาด้านหลัง: นอนหงายและเหยียดขาขึ้นในมุมตั้ง จากนั้นงอข้อเท้าเข้าหาตัว แล้วใช้มือดึงขาข้างที่ยกเข้าหาตัวให้มากที่สุดจนรู้สึกตึง ดึงค้างไว้จนกว่าอาการปวดจะหาย 
  • ตะคริวที่น่อง: นั่งลงบนพื้น และเหยียดขาไปด้านหน้าให้ตรง จากนั้นใช้มืองอปลายเท้าเข้าหาตัวจนรู้สึกตึงที่บริเวณน่อง ควรทำค้างไว้จนกว่าจะรู้สึกว่า กล้ามเนื้อคลายตัวแล้ว 
  • กรณีที่เป็นตะคริวขณะว่ายน้ำ: หากขาสามารถแตะพื้นสระน้ำได้ให้หยุดยืนและนวดกล้ามเนื้อ แต่หากอยู่ในตำแหน่งที่ลึก ให้หงายตัวขึ้นและลอยอยู่ที่ผิวน้ำ จากนั้นยืดขาออกในลักษณะที่ไม่เกร็งมาก งอข้อเท้าเข้าหาตัว และทำค้างไว้จนหายดี

หลังจากอาการปวดทุเลาลง หรือหายไปแล้ว ให้นวดเบาๆ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้น 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 13385 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 2
  • วิธีประคบร้อนและประคบเย็น 

ดังมีวิธีต่อไปนี้

  • ประคบร้อน: ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น หรือแผ่นประคบร้อน กดลงไปในบริเวณที่ปวด ความร้อนจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้เร็วขึ้น 
  • ประคบเย็น: ใช้น้ำแข็ง หรือแผ่นเจล แช่แข็งประคบไว้ในบริเวณที่ปวด โดยมีผ้าสะอาดคั่นระหว่างอุปกรณ์ประคบเย็นและผิวหนัง การประคบเย็นจะช่วยให้รู้สึกชา บรรเทาอาการปวดลงได้จนกว่ากล้ามเนื้อจะคลายตัว
  • การรับมือตะคริวด้วยวิธีอื่นๆ มีดังนี้
  • รับประทานยาแก้ปวด: โดยรับประทานตามที่ระบุไว้บนฉลาก หรือตามที่แพทย์จัดไว้ให้ในกรณีที่เป็นตะคริวบ่อยครั้ง และได้เคยปรึกษาแพทย์แล้ว 
  • ดื่มน้ำให้มาก: น้ำและเครื่องดื่มสำหรับการเล่นกีฬาก็สามารถคลายตะคริวได้ เนื่องจากมีส่วนประกอบของเกลือแร่
  • หมั่นยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนออกกำลังกาย หรือก่อนทำงานหนัก และก่อนเข้านอน
  • ออกกำลังกายอย่างพอดี ไม่หักโหม
  • สวมใส่รองเท้าที่นุ่ม และมีความยืดหยุ่นพอสมควร
  • รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุกลุ่ม แคลเซียม โพแทสเซียม และแมกนีเซียม

หากกำลังรับประทานยากลุ่มที่อาจทำให้เกิดตะคริวได้ ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับยาชนิดอื่นแทน

วิธีป้องกันตะคริวในหญิงตั้งครรภ์ช่วงใกล้คลอด

เนื่องจากหญิงคั้งครรภ์จะต้องมีการแบกรับน้ำหนักของครรภ์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กล้ามเนื้อขาทำงานหนัก ส่งผลให้เป็นตะคริวได้ง่ายขึ้น ควรมีการยืดกล้ามเนื้อขา บีบนวดคลายการยึดเกร็ง และเดินออกกำลังขาอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำอื่นๆ อีกดังนี้

ดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้เพียงพอ
คุณแม่ตั้งครรภ์จะสูญเสียน้ำได้ง่ายจากการปัสสาวะบ่อย เมื่อร่างกายรับน้ำไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดตะคริวได้ง่าย หากเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ใกล้คลอด ภาวะดังกล่าวจะรุนแรงมากกว่าปกติ
ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 7-10 แก้ว ถ้าไม่อยากให้ตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืน ให้ดื่มน้ำในช่วงเช้า และบ่ายให้เพียงพอ ส่วนตอนเย็นใช้วิธีจิบเล็กน้อย จะได้ทำให้นอนหลับสบายตลอดคืน

เลือกรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง
คุณแม่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงที่จะทำให้แคลเซียมในร่างกายขาดแคลนได้ เนื่องจากร่างกายต้องนำแคลเซียมไปใช้ในการสร้างกระดูก และกล้ามเนื้อของลูกน้อยในครรภ์ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 13385 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 2

เมื่อภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ก็เสี่ยงต่อการเป็นตะคริว ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงให้มากขึ้น ซึ่งพบได้มากในบล็อคโคลี่ ถั่วพลู ผักใบเขียวเข้ม ปลาตัวเล็กที่สามารถกินได้ทั้งกระดูก นม ถั่วเหลือง งา โยเกิร์ต และชีส

รับประทานอาหารให้มีความหลากหลาย
ในช่วงของการตั้งครรภ์ ร่างกายจะต้องการพลังงานจากอาหารมากขึ้นถึง 300 กิโลแคลอรี่ โดยอาหารที่เลือกรับประทานควรให้มีความหลากหลาย ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อช่วยลดการเกิดตะคริวในระหว่างตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตะคริวแม้จะเป็นอาการที่สร้างความเจ็บปวดได้ยาวนานและอาจเป็นอันตรายได้ในบางราย แต่ตะคริวก็สามารถป้องกันได้ไม่ยาก เพียงใส่ใจร่างกายของตนเอง

เปรียบเทียบราคาและดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพทั้งผู้หญิงและผู้ชายทุกวัย จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


7 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
WebMD.com, Leg Cramps and Leg Pain (https://www.webmd.com/baby/leg-cramps), 21 May 2020.
OrthoInfo, Muscle Cramps (https://orthoinfo.aaos.org/en/diseases--conditions/muscle-cramps), 21 May 2020.
NHS.UK, Cramp (https://www.nhs.uk/conditions/leg-cramps/), 23 November 2019.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
อาหารต้านเชื้อราแคนดิดา (Candida Diet)
อาหารต้านเชื้อราแคนดิดา (Candida Diet)

หากจำนวนเชื้อราแคนดิดาในร่างกายมีมากเกินไป อาจนำไปสู่การติดเชื้อที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อ่านเพิ่ม
พอกันทีกับการซิทอัพ ถึงเวลาเล่นโยคะและพีลาทีสเพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง
พอกันทีกับการซิทอัพ ถึงเวลาเล่นโยคะและพีลาทีสเพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง

หลากหลายวิธีเพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหน้าท้อง

อ่านเพิ่ม