การตั้งครรภ์

การตรวจทางการแพทย์ในช่วงไตรมาสที่สอง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
การตรวจทางการแพทย์ในช่วงไตรมาสที่สอง

การตรวจติดตามในระหว่างไตรมาสที่สองก็มีความสำคัญเช่นเดียวกับไตรมาสที่หนึ่ง เช่น การตรวจระดับน้ำตาลกลูโคสเพื่อหาภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์  การตรวจอัลตราซาวด์ การตรวจสารบ่งชี้ต่างๆ ในเลือดเพื่อหาความผิดปกติของทารกในครรภ์ เป็นต้น

 การตรวจติดตามก่อนคลอดในช่วงไตรมาสที่ 2 มีรายละเอียดดังนี้

การตรวจสาร alpha-fetoprotein ในเลือดของหญิงตั้งครรภ์ (Maternal serum alpha-fetoprotein (MSAFP)) และ multiple marker screening test

การตรวจคัดกรองนี้ถูกแนะนำให้ตรวจในช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นการตรวจเพื่อคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นกับทารก โดยแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ถึงข้อดีและข้อเสียเกี่ยวกับการตรวจต่างๆ ก่อนเข้ารับการตรวจที่เหมาะสมสำหรับคุณ

การตรวจค่า MSAFP จะเป็นการวัดระดับของสาร alpha-fetoprotein ในเลือดของหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากทารกในครรภ์ หากตรวจพบระดับของ MSAFP ผิดปกติ หมายความว่าทารกในครรภ์มีโอกาสที่จะเป็นโรคดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) หรือโรคความผิดปกติของหลอดประสาทไม่ปิด (neural tube defect) เช่น spina bifida ซึ่งสามารถยืนยันผลได้ด้วยการตรวจอัลตราซาวด์และการเจาะน้ำคร่ำไปตรวจ (amniocentesis)

เมื่อหญิงตั้งครรภ์ถูกเจาะเลือดไปตรวจหาระดับ MSAFP แล้ว เลือดนั้นจะถูกนำไปตรวจหาระดับฮอร์โมนเอสไตรออล (estriol) และฮอร์โมน hCG ด้วย เราเรียกการตรวจทั้งสามค่านี้ว่า triple test หากการตรวจนั้นมีการเพิ่ม inhibin-A เข้าไปในการตรวจด้วย ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ตัวที่สี่ (quad marker) ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการตรวจพบดาวน์ซินโดรมได้ถึง 75-90% และพบภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (neural tube defects) ได้ถึง 75% (ขึ้นอยู่กับอายุของมารดา) แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจด้วยวิธีนี้อาจพบผลบวกลวงได้ (แสดงผลเป็นบวก ทั้งที่จริงๆ แล้วผลเป็นลบ) ประมาณ 3-5% ของหญิงตั้งครรภ์ที่ตรวจจะพบผลบวกลวงได้ ซึ่งผู้หญิงในกลุ่มนี้จะมีโอกาสเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่จะให้กำเนิดทารกที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม

Non-Invasive Prenatal Testing (NIPT) screening:

การตรวจนี้เป็นการตรวจ free fetal DNA ซึ่งทำได้ทันทีหลังจากตั้งครรภ์ครบ 10 สัปดาห์ โดยจะเจาะเลือดมารดามาตรวจหาปริมาณ free fetal DNA ที่อยู่ในเลือดของมารดา โดยจะสามารถตรวจพบกลุ่มอาการดาวน์ซิมโดรมได้ถึง 99% ของการตั้งครรภ์ที่เป็นดาวน์ซินโดรมทั้งหมด  และการตรวจนี้ยังใช้ในการหาความผิดปกติของโครโมโซมอื่นๆ ด้วย

การตรวจอัลตราซาวด์ (ultrasounds)

โดยทั่วไปจะแนะนำให้ตรวจอัลตราซาวด์ในสัปดาห์ที่ 20 แต่ก็สามารถตรวจได้ทุกช่วงเวลาระหว่างการตั้งครรภ์ โดยการตรวจอัลตราซาวด์จะใช้สำหรับหลายกรณี ได้แก่ การคำนวณวันครบกำหนดคลอด, ตรวจสอบว่าตั้งครรภ์ลูกแฝดหรือไม่, ค้นหาภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ภาวะรกเกาะต่ำ (placenta previa) หรือ ทารกมีการเจริญเติบโตช้าหรือไม่ หรือ ใช้เพื่อค้นหาความผิดปกติของทารกแรกเกิด เช่น ปากแหว่ง นอกจากนี้การตรวจด้วยอัลตราซาวด์สามารถพบความผิดปกติบางอย่างที่สังสัยว่าเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางพันธุกรรมด้วย ซึ่งต้องได้รับการตรวจทางพันธุกรรมเพิ่มเติมต่อไป

ในระหว่างการทำการตรวจอัลตราซาวด์ แพทย์จะใช้อุปกรณ์เคลื่อนผ่านบริเวณต่างๆ ของหน้าท้องหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งจะส่งผ่านคลื่นเสียงความถี่สูงลงไป ทำให้มองเห็นเป็นภาพของมดลูกและทารกในครรภ์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีอัลตราซาวด์ใหม่ที่ถ่ายภาพเป็น 3 มิติ (three-dimensional sonograms) ซึ่งจะได้ภาพของทารกที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่เครื่องนี้ไม่ได้มีทุกโรงพยาบาล/คลินิก และยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการอัลตราซาวด์แบบภาพ 3 มิติ จะดีกว่าภาพ 2 มิติในการมีส่วนช่วยให้การตั้งครรภ์มีสุขภาพดี

https://www.istockphoto.com/th/photo/ultrasound-examination-in-doctors-office-gm643140234-117371809

คัดกรองระดับน้ำตาลกลูโคส

การตรวจคัดกรองระดับน้ำตาลกลูโคสมักจะทำในช่วงสัปดาห์ที่ 24-28 ของการตั้งครรภ์ เพื่อค้นหาโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลให้ทารกตัวใหญ่ คลอดยาก และทำให้เกิดปัญหาสุขภาพกับคุณและทารกในครรภ์ ในการตรวจนี้จะเป็นการวัดระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานน้ำหวานชนิดพิเศษไปแล้ว 1 ชั่วโมง หากผลการตรวจพบว่าระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติ คุณจะได้รับการตรวจเพิ่มเติม เรียกว่า glucose-tolerance test โดยจะให้คุณดื่มสารละลายกลูโคสตอนท้องว่าง และเจาะเลือดมาตรวจหลังจากนั้นทุก 2-3 ชั่วโมง

การเจาะน้ำคร่ำไปตรวจ (Amniocentesis)

การเจาะน้ำคร่ำไปตรวจจะทำในช่วงสัปดาห์ที่ 15-18 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นการตรวจที่แนะนำให้ทำในผู้หญิงตั้งครรภ์ที่อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป, มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางพันธุกรรมมากกว่าผู้อื่น หรือ ผลการตรวจค่า MSAFP, multiple marker, หรือ cell-free DNA แล้วสงสัยว่าทารกเป็นโรคทางพันธุกรรม

กระบวนการทำคือ แพทย์จะเจาะเข็มผ่านหน้าท้องเข้าไปในบริเวณถุงน้ำคร่ำ และดูดน้ำคร่ำออกมา ซึ่งจะประกอบไปด้วยเซลล์ของทารก  การตรวจนี้จะตรวจพบความผิดปกติของหลอดประสาทไม่ปิดและความผิดปกติทางพันธุกรรมอื่นๆ

สำหรับอัตราของการแท้งภายหลังการเจาะน้ำคร่ำไปตรวจพบว่าขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำการเจาะ ซึ่งอยู่ระหว่าง 0.2-0.5% ณ สัปดาห์ที่ 15 ของการตั้งครรภ์ แต่การตรวจนี้สามารถพบความผิดปกติของหลอดประสาทได้ถึง 99% และเกือบ 100% ของความผิดปกติทางพันธุกรรมบางอย่าง

อัลตราซาวด์โดยใช้คลื่นเสียงชนิด Doppler  (Fetal Doppler ultrasound)

การตรวจอัลตราซาวด์โดยใช้คลื่นเสียงชนิด Doppler เป็นการตรวจเพื่อดูการไหลเวียนของเลือดผ่านหลอดเลือด

การส่องกล้องตรวจดูทารกในครรภ์ (Fetoscopy)

การส่องกล้องเพื่อตรวจดูทารกในครรภ์ จะทำโดยใช้กล้องขนาดเล็ก ซึ่งยืดหยุ่นได้ เรียกว่า fetoscope โดยสามารถตรวจพบความผิดปกติบางโรคหรือความผิดปกติบางอย่างที่ไม่สามารถพบได้จากการตรวจอื่นๆ เช่น การเจาะน้ำคร่ำ, อัลตราซาวด์, หรือการตรวจชิ้นเนื้อรก (Chorionic villus sampling)

แต่อย่างไรก็ตามการส่องกล้องตรวจทารกในครรภ์นี้จะมีความเสี่ยงต่อทารกและมารดา ดังนั้นการตรวจนี้จึงไม่ใช่การตรวจที่ทำในหญิงตั้งครรภ์โดยทั่วไป แต่จะแนะนำให้ทำในกรณีที่หญิงตั้งครรภ์รายนั้นมีความเสี่ยงที่จะให้กำเนิดทารกมีความผิดปกติ

https://www.webmd.com/baby/guide/second-trimester-tests#1

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว  (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี

อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด

ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก
ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก

ความเสี่ยงของการแท้งบุตรในกรณีที่มีทารกในครรภ์มีอัตราการเต้นของหัวใจที่ค่อนข้างช้าในช่วงไตรมาสแรก