Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

อาการคัน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,907,316 คน

อาการคัน

อาการคัน เป็นอาการที่ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่สบายตัว และอาจเป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคบางอย่าง หรือเป็นผลมาจากการอักเสบของผิวหนังที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งอาการคันนั้นสามารถเกิดขึ้นบนส่วนใดของร่างกายก็ได้ โดยสามารถเป็นได้ทั้ง

  • อาการคันทั่วร่าง
  • อาการคันเฉพาะจุด

บางครั้งในอาการคันก็อาจมีผื่น จุด หรือตุ่มเกิดขึ้นบนตำแหน่งของร่างกายที่มีอาการคัน ซึ่งอาการคันที่เกิดขึ้นบ่อย มักเป็นอาการคันแบบระยะสั้นและไม่รุนแรง แต่ปัญหานี้มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนสร้างความรำคาญ บางครั้งก็เป็นเรื้อรังไม่หายขาดเสียทีและยังทำให้ดูเสียบุคลิกภาพด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

สาเหตุของอาการคัน

อาการคัน มักเกิดจากภาวะความผิดปกติบางอย่างบนผิวหนัง แต่ก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงกว่าได้ด้วย โดยสาเหตุของอาการสามารถจำแนกออกได้ดังนี้

1. ภาวะผิวหนัง

ภาวะผิวหนังที่ก่อให้เกิดอาการคัน มีดังนี้

  • ผิวขาดความชุ่มชื้น จนเกิดเป็นผิวแห้ง แตกหรือลอกเป็นขุย
  • โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ซึ่งทำให้ผิวหนังมีภาวะแห้ง มีผื่นแดง และเกิดอาการคันได้
  • โรคผื่นแพ้สัมผัส (Contact dermatitis) เป็นการอักเสบของผิวหนังชั้นนอก ซึ่งเกิดจากการสัมผัสกับตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองผิว 
  • ลมพิษ (Urticaria) เป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่ตอบสนองต่อตัวกระตุ้นบางอย่างซึ่งทำให้เกิดอาการแพ้ และกลายเป็นผื่นแดง รวมทั้งรู้สึกคันขึ้นบนร่างกาย
  • โรคไลเคน พลานัส (Lichen Planus) เป็นโรคผื่นคันที่เกิดขึ้นจากได้หลายปัจจัย เช่น การใช้ยาบางชนิด ความเครียด การติดเชื้อไวรัส หรืออาจมาจากภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่อง 
  • โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่ก่อให้เกิดผื่นหนาสีเงินบนผิวหนัง และทำให้มีอาการผิวแดงและคัน โดยส่วนใหญ่มักเริ่มจากศีรษะก่อน
  • รังแค (Dandruff) เป็นการหลุดลอกของผิวหนังบนหนังศีรษะจนก่อให้เกิดอาการคันขึ้น มีสาเหตุมาจากความชื้น การอักเสบ และการติดเชื้อราบนหนังศีรษะ
  • ปุ่มรากผมอักเสบ (Folliculitis) เป็นอาการอักเสบซึ่งเกิดบริเวณรูขุมขน มีสาเหตุมาจากการอุดตัน หรือการระคายเคืองของรูขุมขนซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น การโกนขน โกนหนวด การติดเชื้อโรคมาจากสระว่ายน้ำ หรือสารคลอรีน (Chlorine) ที่ไม่สะอาด การใช้ยารักษาสิวบางชนิด หรือการใช้เครื่องสำอางแล้วเกิดอาการแพ้หรือเกิดการอุดตันเพราะล้างหน้าไม่สะอาด 

2. ภูมิแพ้และปฏิกิริยาบนผิวหนัง

นอกจากโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของผิวหนังแล้ว อาการคันยังสามารถเกิดขึ้นได้จากภูมิแพ้ หรือปฏิกิริยาบางอย่างที่เกิดขึ้นบนผิวหนังและปัจจัยภายนอกอื่นๆ เช่น

  • แพ้เครื่องสำอาง เช่น น้ำหอม สีย้อมผม สีแต่งเล็บ เป็นต้น
  • แพ้โลหะบางชนิด เช่น นิกเกิล (Nickel) หรือ ทองแดงจากเครื่องประดับ
  • แพ้วัสดุประเภทยาง รวมไปถึงน้ำยาง (Latex) 
  • เนื้อผ้าหรือเครื่องนุ่งห่มบางประเภท โดยเฉพาะผ้าที่มีสีย้อมและเรซิน (Resins) ประกอบอยู่
  • ต้นไม้บางประเภท เช่น ดอกทานตะวัน ดอกคำฝอย ดอกทิวลิป
  • ภูมิแพ้อาหารหรือยาบางประเภท เช่น ยาแอสไพริน (Aspirin) และกลุ่มยาประเภทที่เรียกว่า "โอปิออยด์" (Opioids)
  • ความร้อนหรือความชื้น เช่น ภาวะผิวหนังไหม้แดด เป็นต้น

3. ปรสิตและแมลง

อาการคันสามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน หากเราถูกแมลงบางชนิดกัดต่อยหรืออาศัยอยู่ใต้ผิวหนัง เช่น

  • ตัวหิด (Scabies mite) เป็นสัตว์ปรสิตที่ชอบอาศัยอยู่ใต้ผิวหนังของมนุษย์จนก่อให้เกิดภาวะผิวหนังอักเสบที่เรียกว่า "โรคหิด" (Scabies) และ "โรคโลน" (Pediculosis Pubis หรือ Pubic Lice)
  • แมลงกัดต่อย เช่น ผึ้ง ต่อ ยุง หมัด ริ้น เป็นต้น
  • พยาธิเส้นด้าย (Threadworms)  เป็นหนอนปรสิตขนาดเล็กที่ชอบอาศัยอยู่ในลำไส้ของมนุษย์ และเป็นตัวการทำให้เกิดอาการคันทวารหนัก
  • ปรสิตทริโคโมแนส วาจินาลิส (Trichomonas vaginalis) เป็นปรสิตขนาดเล็กซึ่งเป็นสาเหตุของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เรียกว่า "โรคทริโคโมแนส" (Trichomoniasis)

4. การติดเชื้อ

การติดเชื้อโรคบางอย่าง จะมีสัญญาณเตือนในรูปแบบของอาการคันได้ด้วย เช่นโรคและอาการดังต่อไปนี้

  • โรคอีสุกอีใส (Chickenpox) หรือการติดเชื้อไวรัสอื่นๆ
  • โรคน้ำกัดเท้า (Athlete's foot) เป็นการติดเชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรียจากน้ำสกปรกที่ก่อให้เกิดอาการคันบริเวณนิ้วเท้า และง่ามเท้า
  • โรคกลาก (Ringworm) เป็นการติดเชื้อราที่ก่อให้เกิดผื่นรูปวงแหวนบนผิวหนัง และก่อให้เกิดอาการคันหนังศีรษะ
  • การติดเชื้อราในช่องคลอด (Vaginal Candidiasis) หรือหนองในผู้ชาย (Gonorrhea) เป็นการติดเชื้อยีสต์ (Yeast) ซึ่งก่อให้เกิดอาการคันรอบอวัยวะเพศ

5. ภาวะอื่นๆ

อาการคันอาจเป็นสัญญาณความผิดปกติของภาวะสุขภาพด้านอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่ออวัยวะภายในร่างกาย โดยอาจไม่มีอาการอื่นๆ ที่สังเกตได้อีก เช่น โรคริดสีดวง การทำงานหนักมากเกินไปของต่อมไทรอยด์ ภาวะร่างกายขาดธาตุเหล็ก เซลล์เม็ดเลือดแดงมีความเข้มข้นสูง หรือเป็นโรคเกี่ยวกับตับ เช่น โรคตับแข็ง ตับอักเสบ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

นอกจากนี้ อาการคันก็อาจมีสาเหตุมาจากโรคมะเร็งบางประเภทได้เหมือนกัน เช่น มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งเม็ดเลือดขาว และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือผู้ป่วยที่มีภาวะทางวิตเวชก็สามารถเกิดอาการคันได้ด้วย เช่น ผู้ที่มีภาวะวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า เป็นต้น

6. การตั้งครรภ์และวัยหมดประจำเดือน

สำหรับผู้หญิง อาการคันสามารถเกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างการตั้งครรภ์หรือหลังหมดประจำเดือน โดยอาการคันเรื้อรังของหญิงมีครรภ์จะหายไปเองหลังจากคลอด ส่วนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนนั้น อาการคันเป็นอาการทั่วไปที่เกิดขึ้นได้ภายหลังช่วงหมดประจำเดือนแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น 

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร

อาการคันหลายกรณีจะดีขึ้นเองภายในเวลาไม่กี่วัน แต่คุณควรไปพบแพทย์หากว่าคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • รู้สึกคันรุนแรงขึ้น
  • มีอาการคันต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • อาการคันมีความเกี่ยวข้องกับอาการ หรือภาวะโรคอื่น ๆ เช่น มีผิวหนังแดงบวม หรือเป็นดีซ่าน
  • รู้สึกคันทั่วร่างกายอย่างหาสาเหตุไม่ได้ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะสุขภาพร้ายแรงได้

การวินิจฉัยอาการ

แพทย์จะทำการสอบถามอาการกับคุณ รวมถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคัน เช่น คุณสังเกตว่ามีบางสิ่งบางอย่าง เช่น อาหารที่รับประทาน การสัมผัสสารบางอย่างที่ทำให้มีอาการคันทรุดลงหรือไม่ หรือมีอาการคันแบบเป็นๆ หายๆ ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจสอบผิวหนังเพื่อมองหาอาการที่สามารถมองเห็นได้เองด้วย 

หรือในบางกรณี แพทย์อาจมีการเก็บตัวอย่างหนังกำพร้า หรือหนังที่ตายแล้วเพื่อไปทดสอบหาสาเหตุต่อไป นอกจากนี้ แพทย์ยังสามารถใช้วิธีตรวจเลือด เพื่อหาปัญหาที่อยู่ภายใน หรืออาจเป็นโรคแทรกซ้อนบางอย่างที่ผู้ป่วยยังไม่รู้มาก่อน เช่น โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ โรคไต เป็นต้น

การรักษาอาการคัน

การรักษาอาการคันจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการ แต่ก็ยังมีหลายวิธีที่จะสามารถช่วยบรรเทาอาการ และเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการเกาได้ ดังนี้

1. การอาบน้ำ

  • ให้อาบน้ำอุ่นหรือเย็น แทนการอาบน้ำร้อน
  • ใช้เวลาอาบน้ำน้อยกว่า 20 นาที
  • พยายามลดจำนวนครั้งในการอาบน้ำให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะการอาบน้ำบ่อยเกินไปจะทำให้ผิวหนังแห้ง และระคายเคืองได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้สบู่หอม เจลอาบน้ำ หรือน้ำหอมดับกลิ่นกาย แต่ให้เปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ตัวแทนที่ไม่มีความหอมซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป หรือจะลองใช้เป็นสบู่สูตรอ่อนโยนต่อผิวก็ได้
  • ใช้โลชั่นเพื่อความชุ่มชื้นของผิวหนังหลังจากอาบน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง และควรหลีกเลี่ยงโลชั่นสูตรที่มีการใส่น้ำหอมลงไปด้วย
  • หากมีผิวแห้ง ให้ใช้วิธีปัดหรือตบเศษผิวหนังออกแทนการขยี้ผิวหนัง

2. เครื่องนุ่งห่มและผืนผ้า

  • หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำให้ผิวหนังระคายเคือง เช่น เสื้อขนแกะ หรือเสื้อที่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์ และเปลี่ยนเป็นสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าไหม หรือผ้าฝ้ายแทน
  • หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่พอดีตัวจนเกินไป
  • ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มชนิดอ่อน เพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อผิวหนัง
  • สวมเสื้อนอนที่เย็นสบาย เบา และหลวม

3. การใช้ยา

คุณสามารถใช้โลชั่น ครีม และยาบางชนิดเพื่อลดอาการคันได้ โดยส่วนมากจะหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไป หรือให้แพทย์สั่งจ่ายให้ก็ได้ โดยการรักษาอาการคันทั่วไปโดยใช้ยา มีดังนี้

  • ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง เมื่อมีภาวะผิวแห้งและแตก เช่น เจลเพิ่มความชุ่มชื้น หรือโลชั่น
  • ใช้ครีมทาผิวที่มีส่วนผสมของเมนทอล (Menthol) หรือส่วนประกอบช่วยต้านอาการคันอย่างโครทามิตัน (Crotamiton)
  • ใช้ครีมสเตียรอยด์ชนิดอ่อน กับบริเวณผิวหนังอักเสบเล็กน้อย ซึ่งหากไปซื้อที่ร้านขายยา หรือยาที่แพทย์จ่ายให้ ก็มักจะเป็นครีมไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) หรือครีมยาปฏิชีวนะ
  • ยาเม็ดต้านฮิสทามีน (Antihistamine) สามารถช่วยควบคุมอาการคันที่เกิดจากปฏิกิริยาแพ้ได้ แต่ควรต้องตรวจสอบกับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาตัวนี้ว่าเหมาะสมกับเราหรือไม่
  • ยาต้านฮิสทามีนบางประเภท อาจมีผลข้างเคียงทำให้ง่วงนอน จึงขอแนะนำให้คุณรับประทานยาดังกล่าวก่อนเข้านอน และต้องไม่รับประทานขณะที่ต้องขับรถ หรือใช้งานเครื่องจักรหนักใดๆ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
  • หากคุณมีอาการคันบริเวณที่มีขนปกคลุม เช่น หนังศีรษะ จะมีโลชั่นหรือน้ำมันที่ออกแบบมาเพื่อบรรเทาอาการคันกับบริเวณดังกล่าวโดยเฉพาะ และห้ามใช้โลชั่นหรือครีมที่เหนียวข้นกับบริเวณหนังศีรษะเด็ดขาด 
  • สำหรับการใช้ยาบรรเทาอาการคันในผู้ป่วยโรคจิตเวชนั้น ยาต้านภาวะซึมเศร้าก็สามารถใช้เพื่อบรรเทาอาการคันได้หากการรักษาข้างต้นไม่ได้ผล และมักใช้กับอาการคันที่มีระยะเวลายาวนาน

นอกจากนี้ ยังมีวิธีการบรรเทาอาการคันแบบอื่นที่สามารถทำได้โดยง่าย ไม่ต้องพึ่งยาหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าและเครื่องนุ่มห่มให้ยุ่งยาก เช่น การดูแลเล็บมือของคุณให้สั้นและสะอาดอยู่เสมอ การประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการคันแทนการเกา การหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสเผ็ด การงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะอาหารเหล่านี้มีผลต่อการไหลเวียนของโลหิต และทำให้เกิดอาการคันมากขึ้นด้วย


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ผิวระหว่างนิ้วเท้าลอก เกิดจากอะไร?
ผิวระหว่างนิ้วเท้าลอก เกิดจากอะไร?

ผิวระหว่างนิ้วเท้าลอกเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาและป้องกันอย่างไรบ้าง

ดูในแอป