วัคซีน HPV


มีวัคซีน 3 ชนิดที่สามารใช้ได้ในผู้หญิงและ 2 ชนิดที่ใช้ในผู้ชาย เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV

HPV (human papillomavirus) เป็นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา อ้างอิงจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (CDC) มีเชื้อ HPV มากกว่า 40 ชนิดที่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนักได้

เชื้อ HPV บางสายพันธุ์สามารถทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศได้ ในขณะที่บางสายพันธุ์อาจทำให้เกิดมะเร็งได้หลายชนิดโดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก โดยเฉพาะเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดหูดที่อวัยวะเพศมากถึง 90% ของผู้ป่วยทั้งหมดและสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เป็นสายเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูกถึง 70% ของทั้งหมด อ้างอิงจากข้อมูลของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (CDC)

วัคซีน HPV ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 สามารถป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติและอาจกลายเป็นมะเร็ง รวมถึงหูดที่อวัยวะเพศได้เกือบ 100% บทความในวารสาร Pediatrics ปี ค.ศ. 2016 ได้กล่าวว่า ภายใน 6 ปีหลังจากเริ่มมีการใช้วัคซีนพบว่าการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 11 16 และ 18 มีการลดลงถึง 64% ในผู้หญิงอายุระหว่าง 14-19 ปี และลดลง 34% ในผู้หญิงอายุ 20-24 ปี

วัคซีน HPV

วัคซีน HPV ที่มีใช้ในปัจจุบันมีวัคซีน HPV 3 รูปแบบที่สามารถใช้ได้

  • Cervarix ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในผู้หญิงอายุ 9-26 ปี
  • Gardasil ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในผู้หญิงและผู้ชายอายุ 9-26 ปี
  • Gardasil 9 ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในผู้หญิงอายุ 9-26 ปีและผู้ชายอายุ 9-15 ปี

วัคซีนทั้ง 3 ชนิดสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ได้ แต่วัคซีน Gardasil ยังสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 และ Gardasil 9 สามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ทั้ง 4 สายพันธุ์ และอีก 5 สายพันธุ์ (31,33,45,52 และ 58) ที่มีความเสี่ยงสูงที่อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งได้

วัคซีนเหล่านี้ทำจากโปรตีนที่คล้ายไวรัสและไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อที่มีลักษณะเหมือนเชื้อ HPV แต่ละชนิดแต่ไม่ได้มีเชื้อไวรัสที่มีชีวิตหรือสาร DNA จากเชื้อ HPV วัคซีนสามารถกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันสร้างภูมิคุ้มกันออกมาต่อสู้กับโปรตีนเหล่านี้ซึ่งรวมถึงไวรัสที่โปรตีนเลียนแบบมาด้วย และสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้อย่างน้อย 8-10 ปี

ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีน HPV

ทุกคนที่อายุระหว่าง 9-26 ปี ควรเข้ารับการฉีดวัคซีน HPV เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ และสายพันธุ์อื่นๆ ที่ก่อให้เกิดมะเร็ง โดยช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดคือเด็กอายุ 11 หรือ 12 ปี เพราะเป็นช่วงเวลาที่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ซึ่งจะทำให้วัคซีนจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด

วัคซีน HPV มักจะไม่ฉีดในคนที่อายุเกิน 26 ปี ดังนั้นก่อนการฉีดวัคซีนโปรดปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อเลือกวัคซีนที่เป็นประโยชน์มากที่สุดสำหรับคุณ

ตารางการฉีดวัคซีน HPV

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแนะนำให้เด็กชายและหญิงทุกคนฉีดวัคซีน HPV ระหว่างอายุ 11 หรือ 12 ปี เพื่อให้มีระดับภูมิคุ้มกันสูงที่สุดในช่วงวัยรุ่นตอนต้น วัคซีนนี้ต้องแบ่งฉีดเป็น 3 ครั้ง โดยเข็มที่ 2 จะฉีดหลังจากเข็มแรกไปแล้ว 1-2 เดือน และเข็มที่ 3 ฉีดที่ 6 เดือนหลังจากการฉีดเข็มแรก สามารถเริ่มฉีดวัคซีนในเด็กได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีหากพบว่ามีประวัติเรื่องของการถูกทารุณกรรมทางเพศหรือถูกทำร้ายร่างกาย ผู้หญิงสามารถฉีดวัคซีนได้จนถึงอายุ 26 ปี และผู้ชายสามารถรับวัคซีนได้จนถึงอายุ 21 ปี หากไม่ได้รับวัคซีนมาก่อนในช่วงอายุที่แนะนำให้ฉีดและได้รับวัคซีนไม่ครบ

นอกจากนั้น ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคยังแนะนำให้ฉีดวัคซีนในผู้ชายทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย ผู้ชายที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องซึ่งรวมถึงจากการติดเชื้อ HIV จนถึงอายุ 26 ปี

ผลข้างเคียงและความเสี่ยง

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคกล่าวว่ามีการวิจัยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนทั้ง Cervarix, Gardasil และ Gardasil 9 พบว่าไม่มีความเสี่ยงรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน วัคซีนไม่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อ HPV หรือมะเร็ง และไม่มีข้อมูลที่สนับสนุนว่าจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการมีบุตร คนส่วนใหญ่ที่รับวัคซีนมักจะไม่ได้รับผลข้างเคียงใดๆ บางคนอาจจะมีผลข้างเคียงเล็กน้อยได้ เช่น ปวดแขนจากการฉีดยา

ผลข้างเคียงอื่นๆ ที่พบบ่อย ประกอบด้วย

  • เป็นไข้
  • คลื่นไส้
  • ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อ
  • ปวดหัว
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดหรือมีการอักเสบบริเวณที่มีการฉีดยา

ในบางกรณีอาจทำให้เกิดอาการแพ้สารที่อยู่ภายในวัคซีนอย่างรุนแรงได้แต่พบได้น้อยมาก

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคยังระบุเพิ่มเติมว่าการฉีดวัคซีนอาจทำให้หน้ามืด แขนกระตุก หรืออาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้เช่นเดียวกับหัตถการทางการแพทย์อื่นๆ

หากติดเชื้อ HPV การฉีดวัคซีนจะช่วยรักษาหรือไม่

ไม่! หากคุณติดเชื้อ HPV แล้ว การฉีดวัคซีนจะไม่สามารถรักษาการติดเชื้อได้  แต่ยังสามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อื่นๆ ที่ยังไม่เคยติดได้

ถ้าคุณกำลังติดเชื้อ HPV แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

ถ้าฉันได้รับการฉีดวัคซีน HPV แล้ว ฉันยังต้องตรวจแป้บ (Pap) หรือตรวจหาเชื้อ HPV อยู่หรือไม่

ใช่  การตรวจแป้บ (Pap) ยังคงเป็นการตรวจที่สำคัญในการคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก วัคซีน HPV ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ทุกสายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ก่อมะเร็งก็ไม่ได้ป้องกันได้ทุกสายพันธุ์ ดังนั้นการตรวจแป้บ (Pap) เพื่อหาเซลล์ที่ผิดปกติบริเวณปากมดลูก หรือการตรวจหาเชื้อ HPV โดยตรงจึงยังเป็นสิ่งจำเป็น

สถานที่รับการฉีดวัคซีน HPV

คุณสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีน HPV ได้ที่โรงพยาบาล หรือคลินิกที่รับฉีด

ราคาวัคซีน HPV อยู่ที่เท่าไร

ราคาวัคซีนแตกต่างกันตามแต่ละโรงพยาบาล โปรดสอบถามราคาวัคซีนที่โรงพยาบาลที่ท่านฉีด

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่