Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
ความรู้สุขภาพ

วิธีการลดรอยคล้ำใต้ตา

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 9 ก.ย. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
วิธีการลดรอยคล้ำใต้ตา

แตงกวา

การใช้แตงกวานั้นเป็นหนึ่งในวิธียอดนิยมของการรักษาใบหน้า วิธีใช้ให้วางแตงกวาฝาน 2 ชิ้นลงบนเปลือกตา วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและไม่แพง วิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังแตงกวานั้นก็คือความเย็นที่จะช่วยทำให้หลอดเลือดหดตัวทำให้ลดอาการบวมได้ชั่วคราวแต่ว่ามันไม่ได้ช่วยลบรอยดำใต้ตาให้กลับมาเป็นปกติ นอกจากนั้นเรื่องความสวยงามแล้วแตงกวายังสามารถช่วยลดอาการท้องอืดได้อีกด้วย

นอนหลับให้เพียงพอ

ความเชื่อแต่โบราณได้กล่าวว่าการนอนหลับนั้นจะช่วยให้ดวงตาของคุณสว่างสดใสได้ ในความจริงแล้ว ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการนอนหลับนั้นอาจจะช่วยลดอาการแดงภายในดวงตาและอาการบวมรอบตาได้แต่มักจะไม่ส่งผลต่อรอยดำใต้ตา ผู้เชี่ยวชาญบางคนนั้นแนะนำให้นอนหนุนหมอน 1-2 ใบเพื่อให้ศีรษะสูงขึ้นเพื่อป้องกันการสะสมของสารน้ำที่บริเวณใต้ตาซึ่งจะทำให้ตาดูบวมและเห็นเป็นรอยคล้ำ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

ทานอาหารที่ดีต่อผิว

ถึงแม้ว่าอาหารนั้นอาจจะไม่มีผลโดยตรงต่อรอยดำใต้ตาแต่อาหารบางชนิดนั้นก็ดีต่อสุขภาพของผิว เช่นชาเขียวนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระและมีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบซึ่งช่วยป้องกันเซลล์ผิวหนัง ปลาแซลมอนมีสาร astaxanthin ซึ่งเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวและลดริ้วรอย และอะโวคาโดและไข่นั้นเป็นแหล่งของไบโอตินซึ่งเป็นวิตามินที่ทำให้ผิวหนังนั้นมีสุขภาพดี

ใช้ concealer

Concealer ถือเป็นอาวุธลับในการกลบเกลื่อนรอยดำใต้ตาและทำให้สีผิวเรียบเนียนเสมอกัน นอกจากนั้นมันยังทำหน้าที่ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหนังถูกแสงแดดทำลายอีกด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งหน้าแนะนำให้ใช้ concealer สีที่อ่อนกว่าผิวของคุณเพื่อให้สามารถกลบรอยคล้ำใต้ตาได้เนียนที่สุด หากคุณกังวลเรื่องการแพ้เครื่องสำอาง วิธีที่ง่ายกว่าการใช้ concealer ก็คือการใส่แว่นกันแดด

ที่คาดตา

ที่คาดตาเป็นอุปกรณ์ที่ไม่แพงและมีส่วนของเจลที่สามารถใช้ประคบอุ่นหรือเย็นก็ได้ตามที่ต้องการ ใส่ทิ้งไว้นาน 15 นาทีจะช่วยบรรเทาอาการตาล้าได้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการใช้ที่คาดตาแบบเย็นนั้นจะช่วยทำให้หลอดเลือดตีบตัวซึ่งจะช่วยลดอาการบวมได้ชั่วคราว

ครีมบำรุงที่ตา

ครีมบำรุงที่ตานั้นเป็นเครื่องสำอางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่างหนึ่ง แต่ผลที่ได้นั้นก็ค่อนข้างขึ้นกับแต่ละบุคคล นอกจากนั้นหนึ่งในครีมที่ได้รับความนิยมในการลดรอยคล้ำใต้ตานั้นมีส่วนผสมของ hydroquinone 2% ซึ่งเป็นสารฟอกสีที่เน้นลดรอยคล้ำใต้ตา แต่ตัวครีมนี้อาจจะทำให้ผิวหนังบริเวณใต้ตาซึ่งเปราะบางนั้นเกิดการระคายเคืองได้ ดังนั้นควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ และอย่าลืมทาครีมกันแดดเพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้นและลดจุดด่างดำ

สเปรย์พ่นจมูก

หากคุณมีอาการคัดจมูก การใช้สเปรย์พ่นจมูกนั้นอาจจะเป็นวิธีที่เหมาะสม อาการคัดจมูกนั้นจะทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตาได้จากการที่ทำให้เส้นเลือดดำที่นำเลือดจากตามายังจมูกนั้นมีสีเข้มขึ้น อีกหนึ่งอาการที่แสดงว่าคุณกำลังมีอาการคัดจมูกรุนแรงก็คืออาการปวดหัวจากภาวะโพรงจมูกอักเสบและเจ็บคอ การใช้น้ำเกลือล้างจมูกนั้นสามารถลดอาการเหล่านี้ได้ชั่วคราวแต่ไม่แนะนำให้ใช้สเปรย์พ่นจมูกในระยะยาวเนื่องจากเกิดอาการดื้อยาได้และกระตุ้นให้เกิดอาการคัดจมูกซ้ำ. ดังนั้นควรรักษาโรคโพรงจมูกอักเสบให้เหมาะสมก่อนที่จะเริ่มใช้

ยาแก้แพ้

รอยคล้ำใต้ตานั้นอาจจะเป็นสิ่งที่แสดงว่าคุณนั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับภูมิแพ้เช่นหอบหืดและผื่นแพ้ ดังนั้นหากคุณมีอาการแพ้ การรับประทานยาแก้แพ้ก็จะช่วยลดอาการบวมที่เกิดขึ้นได้แต่อาจจะไม่ได้ช่วยลดรอยคล้ำใต้ตามากนัก ยาแก้แพ้นั้นออกฤทธิ์โดยการยับยั้งสาร histamine ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายปล่อยออกมาเวลาที่มีการแพ้ อย่างไรก็ตามควรใช้ยาอย่างระมัดระวังเนื่องจากยาเหล่านี้ก็มีผลข้างเคียงเช่นทำให้เกิดอาการง่วงนอนหรือปากแห้ง

การผ่าตัดเปลือกตา

ผู้หญิงบางคนนั้นมีแนวโน้มในการเกิดรอยคล้ำใต้ตามากกว่าคนอื่น ในขณะที่บางคนอาจจะมีถุงใต้ตาที่เห็นได้ชัดและทำให้เห็นเป็นรอยคล้ำ การผ่าตัดเปลือกตานั้นจะเน้นที่การแก้ไขภาวะถุงใต้ตามากกว่า การผ่าตัดนั้นทำได้ 2 วิธี แบบแรกนั้นจะเป็นการนำไขมันจากด้านในของเปลือกตาออก ในขณะที่แบบที่ 2 ซึ่งพบบ่อยกว่านั้นจะมีการนำไขมันส่วนเกินออกจากผิวหนังและยกกล้ามเนื้อให้กระชับ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เลือกเข้ารับการผ่าตัดนั้นพึงพอใจกับผลที่ได้รับ

การใช้เลเซอร์

เลเซอร์นั้นจะเน้นที่สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตา โดยการใส่แสงปริมาณมากลงไปที่ผิวหนังใต้ตา แสงเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าเส้นเลือดหรือบริเวณที่มีรอยคล้ำ ก่อนที่จะช่วยลดริ้วรอยและทำให้รอบดวงตานั้นดูดีขึ้น อย่างไรก็ตามหากผิวหนังรอบดวงตานั้นเรียบเนียนอยู่เดิม การใช้วิธีนี้นั้นอาจจะไม่ได้ช่วยลดรอยคล้ำ และถึงแม้ว่าวิธีนี้นั้นจะดูรุนแรงน้อยกว่าการผ่าตัด แต่ก็อาจจะทำให้เกิดอาการแสบหลังทำและทำให้เกิดรอยแดงหรือบวมบริเวณที่ทำได้


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป