ความรู้สุขภาพ

ผิวแห้ง สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลผิวให้คงความชุ่มชื้น

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
ผิวแห้ง สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลผิวให้คงความชุ่มชื้น

ผิวแห้ง เป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวที่คอยกวนใจสาวๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว ปัญหานี้มักพบมากในช่วงฤดูหนาว แต่ขณะเดียวกัน ปัจจัยหรือสภาพแวดล้อมอื่นๆ ก็มีส่วนทำลายความชุ่มชื้นผิวและทำให้ผิวแห้งขึ้นได้ ไปดูกันว่าสาเหตุที่ทำให้ผิวแห้งเกิดจากอะไรได้บ้าง และจะมีวิธีรักษาป้องกันอย่างไร

ผิวแห้ง คืออะไร?

ผิวแห้ง (Dry skin หรือ Xerosis) คือ สภาวะที่ผิวขาดความชุ่มชื้น เนื่องจากสูญเสียน้ำให้กับชั้นบรรยากาศโดยการระเหยออก ยิ่งอากาศหนาว ยิ่งทำให้อากาศในชั้นบรรยากาศมีความแห้ง ทำให้น้ำที่อยู่ใต้ผิวหนังระเหยสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้วชั้นผิวหนังจะมีการป้องกันการระเหยของน้ำออกจากผิว โดยมีเซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่ถูกเชื่อมด้วยไขมันของผิวหนังมีลักษณะคล้ายกำแพงที่คอยปกป้องผิวหนัง และหากกำแพงนี้เกิดความบกพร่องขึ้น ก็จะทำให้ผิวสูญเสียน้ำให้กับอากาศที่อยู่รอบตัว ทำให้เกิดภาวะผิวแห้งได้ ภาวะผิวแห้งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย โดยมักพบว่ายิ่งมีอายุมากยิ่งมีโอกาสที่จะเป็นมากขึ้น และการมีผิวที่แห้งยังเป็นอีกหนึ่งต้นเหตุที่อาจจะทำให้มีโอกาสเกิดโรคผิวหนังชนิดอื่นๆ ตามมาได้ด้วย

สาเหตุของผิวแห้ง

ภาวะผิวแห้งเกิดได้จากหลากหลายปัจจัยประกอบกัน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยหลักๆ ดังต่อไปนี้

1.เกิดจากปัจจัยภายใน

พันธุกรรม กล่าวคือ ในบางคนที่ผิวแห้งมาแต่กำเนิดนั่น เป็นผลมาจากการถูกถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมมาจากพ่อแม่ เป็นการถ่ายทอดระหว่างรุ่นสู่รุ่น ซึ่งสาเหตุนี้ยากที่จะหลีกเลี่ยงได้

อายุ เมื่ออายุมากขึ้นจะมีผลต่อการทำงานของฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็วกว่าปกติ ซึ่งส่วนมากมักจะพบในผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

2.เกิดจากปัจจัยภายนอก

สภาพอากาศ เมื่อต้องอยู่ในสภาพอากาศเย็นหรือมีความชื้นต่ำ จะทำให้ผิวเกิดอาการแห้งกร้านมากกว่าปกติ เนื่องจากอากาศจะปรับสมดุลความชื้นทางอากาศ โดยการดูดความชื้นจากชั้นผิวหนังเราไปอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะนำไปทดแทนความชื้นในอากาศ

การขัดผิว หลายคนอาจจะมองว่าการขัดผิวคือ วิธีขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป แต่ในการขัดทุกครั้งจะเกิดการเสียดสีที่รุนแรงขึ้น และหากทำบ่อยๆ ก็จะทำให้ผิวเกิดความแห้งกร้านมากขึ้น

การอาบน้ำร้อน อุณหภูมิของน้ำที่ร้อนจะส่งผลให้ผิวต้องสูญเสียน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นและแห้งตึง

ผิวแห้ง มีอาการอย่างไร?

ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง จะจำแนกได้ 2 กรณี คือ

1.อาการผิวแห้งแค่เพียงเล็กน้อย คือ ผิวจะมีลักษณะแห้งกร้าน หยาบกระด้าง มองเห็นร่องลายของผิว พบมากบริเวณ แขน ขา และมือ แต่หากไม่สังเกตจะมองไม่เห็นชัดเจน

2.อาการผิวแห้งมาก คือ ผิวจะมีลักษณะแห้ง แดง ลอกเป็นขุย แตกลาย มักพบบริเวณ แขน ขา และมือเช่นกัน แต่จะค่อนข้างสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีอาการแสบคัน หากมีการเกาอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียจนเกิดการอักเสบของผิวหนังได้ด้วย

วิธีรักษาปัญหาผิวแห้ง

กรณีที่ผิวแห้งไม่มาก จะใช้วิธีรักษาเบื้องต้นโดยการอาบน้ำในอุณหภูมิปกติ ทาโลชั่นบำรุงผิวหลังอาบน้ำในตอนเช้าและตอนเย็น โดยให้ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวให้หมาดๆ ก่อนจึงค่อยทาโลชั่นลงไปผิว เพราะเวลาดังกล่าวจะเป็นช่วงเวลาที่ผิวกำลังดูดซึมได้ดี หรือเวลาที่รู้สึกว่าผิวมีความแห้งก็สามารถทาโลชั่นได้ตลอด ไม่ใช่เฉพาะหลังอาบน้ำเท่านั้น โดยโลชั่นที่ใช้ให้เลือกใช้ชนิดที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือมีสีเจือปนอยู่ เพราะอาจจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับผิวได้

กรณีที่ผิวแห้งมาก จนเกิดอาการแสบคัน แตก ลอกเป็นขุยหรือมีการอักเสบของผิวเกิดขึ้น สามารถรักษาด้วยการทานยาแก้คัน เช่น ยา hydroxyzine (Atarax), cetirizine (Zyrtec), loratidine (Claritin) หรือใช้ยาทาสเตียรอยด์ทา เพื่อลดอาการอักเสบและคันที่เกิดขึ้นกับผิว แต่ไม่ควรทายาติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ เพราะยาอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงขึ้นกับผิวได้ เช่น ผิวบางขึ้น ผิวติดเชื้อได้งานขึ้น เป็นต้น และในกรณีที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียที่มาจากการเกา ให้ใช้วิธีการทานยาปฏิชีวนะ เพื่อช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

นอกจากนี้ ควรทาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวที่มีมอยส์เจอไรเซอร์สูตรเข้มข้น โดยทาหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วทั้งเช้าและเย็น ในระหว่างวันก็ควรทาบำรุงผิวด้วยเช่นเดียวกัน และควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นจากภายใน อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงแสงแดดหรือควรทาครีมกันแดดปกป้องผิวก่อนออกจากบ้านด้วยจะดีที่สุด เพราะแสงแดดก็เป็นตัวการทำลายผิวให้ยิ่งแห้งกร้านมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

วิธีป้องกันปัญหาผิวแห้ง

การป้องกันปัญหาผิวแห้ง สามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยทำได้ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่แห้งหรือมีความเย็นจัด เช่น การอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน
  • หลีกเลี่ยงการแช่น้ำหรืออาบน้ำเป็นเวลานาน ในกรณีที่ต้องไปว่ายน้ำก็ไม่ควรที่จะแช่อยู่ในสระน้ำเป็นเวลานานเช่นกัน เพราะในสระน้ำจะมีคลอรีนที่มีปฏิกิริยาต่อผิว ซึ่งอาจจะทำให้ผิวแห้งได้
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น หรือน้ำที่มีอุณหภูมิที่ร้อนจัด
  • เลือกใช้สบู่ที่อ่อนโยนหรือสบู่เด็ก โดยการฟอกสบู่นั่นให้ฟอกเฉพาะบริเวณที่จำเป็นอย่างเช่น ลำตัว รักแร้ และขาหนีบ เป็นต้น
  • ไม่ควรขัดผิวบ่อยจนเกินไป เพราะการขัดผิวแม้ว่าจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกได้ แต่สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง ควรลดการขัดผิวให้น้อยลง อาจขัดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอแล้ว ไม่เช่นนั้นจะยิ่งเป็นการเสียดสีกับผิว ทำให้ผิวเกิดความระคายเคืองและอักเสบได้
  • นวดบำรุงผิวด้วยน้ำมันจากธรรมชาติ โดยอาจจะเลือกใช้น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกที่มีสรรพคุณในการบำรุงผิว เพียงนำมาทาลงบนผิวแล้วนวดให้ซึมซาบลงสู่ผิวเป็นประจำ ก็จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มเอิบและไร้ปัญหาแห้งแตกได้แล้ว แต่หากใครไม่มีเวลาก็อาจจะเลือกใช้เบบี้ออยล์ชโลมผิวหลังจากอาบน้ำทุกครั้งก็ได้เช่นกัน จากนั้นจึงทาโลชั่นบำรุงผิวต่อไป
  • ทาโลชั่น/ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Moisturizer ชนิดเข้มข้น ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยพยายามทาให้เหมือนกิจวัตรอย่างหนึ่งที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน
  • ดื่มน้ำเยอะๆ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิว เช่น มะเขือเทศและกล้วย เป็นต้น พักผ่อนให้เพียงพอ  และมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และเครื่องดื่มที่มีรสหวาน รวมถึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ด้วย

ผิวแห้ง เป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวที่ทำลายความมั่นใจของใครหลายคน โดยเฉพาะกับคุณสาวๆ ที่ปรารถนาการมีผิวสวย เพราะฉะนั้น แนะนำให้ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอด้วยคำแนะนำจากเรา รับรองว่าผิวจะสวยชุ่มชื้น บอกลาผิวแห้งได้อย่างอยู่หมัดแน่นอน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่