Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ผิวแห้ง สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลผิวให้คงความชุ่มชื้น

อาการผิวแห้งมีหลายระดับ หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดการอักเสบได้ ต้องดูแลรักษาอย่างไร อ่านเลย!
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,875,944 คน

ผิวแห้ง สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลผิวให้คงความชุ่มชื้น

ผิวแห้ง (Dry skin หรือ Xerosis) คือ ภาวะที่ผิวขาดความชุ่มชื้น เนื่องจากสูญเสียน้ำให้กับชั้นบรรยากาศโดยการระเหยออก ยิ่งอากาศหนาว ยิ่งทำให้อากาศในชั้นบรรยากาศมีความแห้ง ทำให้น้ำที่อยู่ใต้ผิวหนังระเหยสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น

โดยปกติแล้วชั้นผิวหนังจะมีการป้องกันการระเหยของน้ำออกจากผิว โดยมีเซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่ถูกเชื่อมด้วยไขมันของผิวหนังมีลักษณะคล้ายกำแพงที่คอยปกป้องผิวหนัง และหากกำแพงนี้เกิดความบกพร่องขึ้น ก็จะทำให้ผิวสูญเสียน้ำให้กับอากาศที่อยู่รอบตัว ทำให้เกิดภาวะผิวแห้งได้

ภาวะผิวแห้งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย โดยมักพบว่า ยิ่งมีอายุมากยิ่งมีโอกาสที่จะเป็นมากขึ้น และการมีผิวที่แห้งยังเป็นอีกหนึ่งต้นเหตุที่อาจจะทำให้มีโอกาสเกิดโรคผิวหนังชนิดอื่นๆ ตามมาได้ด้วย

สาเหตุของผิวแห้ง

ภาวะผิวแห้งเกิดได้จากหลากหลายปัจจัยประกอบกัน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยหลัก คือ

ปัจจัยภายใน

  • พันธุกรรม ในบางคนที่ผิวแห้งมาแต่กำเนิด เป็นผลมาจากการถูกถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม เป็นสาเหตุที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
  • อายุ เมื่ออายุมากขึ้นจะมีผลต่อการทำงานของฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็วกว่าปกติ มักพบในผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

ปัจจัยภายนอก

  • สภาพอากาศ เมื่อต้องอยู่ในสภาพอากาศเย็นหรือมีความชื้นต่ำ จะทำให้ผิวเกิดอาการแห้งกร้านมากกว่าปกติ เนื่องจากอากาศจะปรับสมดุลความชื้นทางอากาศ โดยการดูดความชื้นจากชั้นผิวหนัง เพื่อนำไปทดแทนความชื้นในอากาศ
  • การขัดผิว หลายคนอาจจะมองว่า การขัดผิว คือวิธีขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป แต่ในการขัดทุกครั้งจะเกิดการเสียดสีที่รุนแรงขึ้น และหากทำบ่อยๆ ก็จะทำให้ผิวเกิดความแห้งกร้านมากขึ้น
  • การอาบน้ำร้อน อุณหภูมิของน้ำที่ร้อนจะส่งผลให้ผิวต้องสูญเสียน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นและแห้งตึง

ลักษณะอาการผิวแห้ง

ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง จะจำแนกได้ 2 กรณี คือ

  • อาการผิวแห้งแค่เพียงเล็กน้อย คือ ผิวจะมีลักษณะแห้งกร้าน หยาบกระด้าง มองเห็นร่องลายของผิว พบมากบริเวณ แขน ขา และมือ หากไม่สังเกตจะมองไม่เห็นชัดเจน
  • อาการผิวแห้งมาก คือ ผิวจะมีลักษณะแห้ง แดง ลอกเป็นขุย แตกลาย มักพบบริเวณ แขน ขา และมือ แต่จะค่อนข้างสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีอาการแสบคัน หากเกาอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียจนเกิดการอักเสบของผิวหนังได้ด้วย

วิธีรักษาปัญหาผิวแห้ง

กรณีที่ผิวแห้งไม่มาก 

ใช้วิธีรักษาเบื้องต้นด้วยการอาบน้ำในอุณหภูมิปกติ ทาโลชั่นบำรุงผิวหลังอาบน้ำในตอนเช้าและตอนเย็น โดยให้ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวให้หมาดๆ ก่อน จึงค่อยทาโลชั่น เพราะเวลาดังกล่าวจะเป็นช่วงเวลาที่ผิวกำลังดูดซึมได้ดี หรือเวลาที่รู้สึกว่าผิวมีความแห้งก็สามารถทาโลชั่นได้ตลอด ไม่ใช่เฉพาะหลังอาบน้ำเท่านั้น 

โลชั่น ให้เลือกใช้ชนิดที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือมีสีเจือปน เพราะอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับผิวได้

กรณีที่ผิวแห้งมาก 

  • สังเกตได้จากเกิดอาการแสบคัน แตก ลอกเป็นขุย หรือมีการอักเสบของผิวเกิดขึ้น 
  • สามารถรักษาด้วยการทานยาแก้คัน เช่น ยาไฮดรอกไซซีน hydroxyzine (Atarax) ยาเซทิริซีน cetirizine (Zyrtec) ยาลอราทาดีน loratidine (Claritin) หรือใช้ยาทาสเตียรอยด์ทา เพื่อลดอาการอักเสบและคันที่เกิดขึ้นกับผิว 
  • ไม่ควรทายาติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ เพราะยาอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงขึ้นกับผิวได้ เช่น ผิวบางขึ้น ผิวติดเชื้อได้ง่ายขึ้น 
  • ในกรณีที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียที่มาจากการเกา ให้รับประทานยาปฏิชีวนะ เพื่อช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • ควรทาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวที่มีมอยส์เจอไรเซอร์สูตรเข้มข้น โดยทาหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วทั้งเช้าและเย็น ในระหว่างวันก็ควรทาครีมบำรุงผิว ดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นจากภายใน และหลีกเลี่ยงแสงแดด หรือควรทาครีมกันแดดปกป้องผิวก่อนออกจากบ้านด้วยจะดีที่สุด เพราะแสงแดดก็เป็นตัวการทำลายผิวให้ยิ่งแห้งกร้านมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

วิธีป้องกันปัญหาผิวแห้ง

การป้องกันปัญหาผิวแห้ง สามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่แห้ง หรือมีความเย็นจัด เช่น การอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน
  • หลีกเลี่ยงการแช่น้ำ หรืออาบน้ำเป็นเวลานาน ในกรณีที่ต้องไปว่ายน้ำก็ไม่ควรที่จะแช่อยู่ในสระน้ำเป็นเวลานานเช่นกัน เพราะในสระน้ำจะมีคลอรีนที่มีปฏิกิริยาต่อผิว ซึ่งอาจจะทำให้ผิวแห้งได้
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น หรือน้ำที่มีอุณหภูมิที่ร้อนจัด
  • เลือกใช้สบู่ที่อ่อนโยนหรือสบู่เด็ก โดยการฟอกสบู่นั่นให้ฟอกเฉพาะบริเวณที่จำเป็น เช่น ลำตัว รักแร้ และขาหนีบ 
  • ไม่ควรขัดผิวบ่อยจนเกินไป เพราะการขัดผิว แม้ว่าจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกได้ แต่สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง ควรลดการขัดผิวให้น้อยลง อาจขัดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอแล้ว ไม่เช่นนั้นจะยิ่งเป็นการเสียดสีกับผิว ทำให้ผิวเกิดความระคายเคือง และอักเสบได้
  • นวดบำรุงผิวด้วยน้ำมันจากธรรมชาติ โดยอาจจะเลือกใช้น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอกที่มีสรรพคุณในการบำรุงผิว เพียงนำมาทาลงบนผิวแล้วนวดให้ซึมซาบลงสู่ผิวเป็นประจำ ก็จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มเอิบและไร้ปัญหาแห้งแตกได้แล้ว แต่หากใครไม่มีเวลาก็อาจจะเลือกใช้เบบี้ออยล์ชโลมผิวหลังจากอาบน้ำทุกครั้งก็ได้เช่นกัน จากนั้นจึงทาโลชั่นบำรุงผิวต่อไป
  • ทาโลชั่น/ครีมบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ชนิดเข้มข้น ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยพยายามทาให้เหมือนกิจวัตรอย่างหนึ่งที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน
  • ดื่มน้ำเยอะๆ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิว เช่น มะเขือเทศ กล้วย พักผ่อนให้เพียงพอ  และมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และเครื่องดื่มที่มีรสหวาน รวมถึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ด้วย

ผิวแห้ง สามารถป้องกันได้ อย่าปล่อยปละละเลย เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาผิวอักเสบได้ หมั่นดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผิวพรรณที่เปล่งปลั่งดูสุขภาพดี  

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่