การเสพติด

ภาวะไม่สมดุลน้ำ อิเล็กโทรไลต์ และกรด-ด่าง (Fluid, Electrolyte and Acid-Base Imbalance)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
ภาวะไม่สมดุลน้ำ อิเล็กโทรไลต์ และกรด-ด่าง (Fluid, Electrolyte and Acid-Base Imbalance)

ภาวะไม่สมดุลน้ำ อิเล็กโทรไลต์ และกรด-ด่าง

(Fluid, Electrolyte and Acid-Base Imbalances)

น้ำ (H2O)

น้ำมีความสำคัญต่อร่างกายของมนุษย์ เนื่องจากน้ำเป็นส่วนประกอบของเซลล์ทั้งในเซลล์และนอกเซลล์ มีประมาณ 2 ใน 3 ของน้ำหนักตัว น้ำช่วยส่งเสริมให้เซลล์ทำงานได้ดีขึ้น เป็นตัวกลางในการเคลื่อนที่ของสารต่างๆ ระหว่างภายในและภายนอกเซลล์ โดยผ่านผนังหุ้มเซลล์ เช่น การนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ การขับถ่ายของเสียออกจากเซลล์ การรักษาสมดุลของเกลือแร่ เป็นต้น นอกจากนี้กระบวนการเผาผลาญของเซลล์ต้องอาศัยน้ำเป็นตัวกลาง ตลอดจนน้ำยังรักษาอุณหภูมิร่างกาย และคงไว้ซึ่งปริมาตรเลือดไหลเวียนอีกด้วย ภาวะเสียสมดุลของน้ำจากภาวะขาดน้ำหรือน้ำเกิน แม้จะไม่ใช่โรค แต่ภาวะเสียสมดุลนี้จะทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตได้ หรืออาจมีสาเหตุจากโรคที่ทำให้เกิดภาวะเสียสมดุลของน้ำ และมีพยาธิสภาพที่รุนแรงถึงขั้นวิกฤตได้

อิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte)

อิเล็กโทรไลต์ในร่างกาย ประกอบด้วย ประจุบวกและประจุลบ เพื่อทำให้เกิดภาวะสมดุลในร่างกาย อิเล็กโทรไลต์ที่สำคัญในร่างกาย ได้แก่ โซเดียม โปแตสเซียม คลอไรด์ และไบคาร์บอเนต

โซเดียม (Na+) เป้นอิเล็กโทรไลต์ประจุบวกที่มีมากที่สุด (ร้อยละ 90-95) ในน้ำนอกเซลล์ มีบทบาทที่สำคัญในกระบวนการทางเคมีต่างๆ ของร่างกาย เป็นตัวควบคุมความเข้มข้นและสมดุลของน้ำในหลอดเลือดและช่องว่างระหว่างเซลล์ ดังนั้นโซเดียมจึงมีบทบาทสำคัญในการควบคุมขนาดของเซลล์ โซเดียมยังเป็นส่วนประกอบในการสร้างพลังงานในเซลล์ โดยกลไกนำกลูโคสผ่านผนังเซลล์ (Sodium-potassium pump) นอกจากนี้ยังมีความสำคัญต่อการนำกระแสประสาทสู่เส้นใยกล้ามเนื้อ ระดับของโซเดียมในซีรัม มีค่าระหว่าง 135-145 mEq/L ความไม่สมดุลของโซเดียม มีสองลักษณะ คือ ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำและภาวะโซเดียมในเลือดสูง ความผิดปกติทั้งสองลักษณะจะมีผลกระทบต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย

โปแตสเซียม (K+) เป็นอิเล็กโทรไลต์ประจุบวก ที่พบมากที่สุดในเซลล์ (ร้อยละ 98) มีเพียงร้อยละ 2 เท่านั้นที่อยู่ในน้ำนอกเซลล์ โปแตสเซียมมีความสำคัญต่อการนำกระแสประสาทของเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ประสาทและกล้ามเนื้อหัวใจ เป็นส่วนประกอบในการสังเคราะห์โปรตีนและไกลโคเจน ตลอดจนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ช่วยคงไว้ซึ่งสมดุลของความดันออสโมติกภายในเซลล์ และสมดุลของกรด-ด่าง ซึ่งในซีรัมมีค่าระหว่าง 3.5-5.5 mEq/L ปริมาณโซเดียมในน้ำนอกเซลล์จึงไม่ได้สะท้อนถึงปริมาณโปแตสเซียมทั้งหมดในร่างกาย ในเซลล์สามารถทนต่อปริมาณของโปแตสเซียมที่เข้าไปในเซลล์ได้จำนวนมากๆ แต่ในซีรัมเมื่อปริมาณโปแตสเซียมเพิ่มขึ้นหรือลดลงเพียงเล็กน้อยจะทำให้เกิดพิษได้ การเสียสมดุลของโปแตสเซียมในเลือดจะพบได้ทั้งต่ำและสูงเกินไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย

แคลเซียม (Ca++) เป็นอิเล็กโทรไลต์ประจุบวกที่สำคัญของร่างกาย นอกจากเป็นส่วนประกอบของกระดูกที่เป็นโครงสร้างของร่างกายแล้วในรูปของประจุอิสระ ยังทำหน้าที่ควบคุมการหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อลายและกล้ามเนื้อเรียบ ส่งกระแสประสาท โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยให้ทำงานได้เป็นปกติ และแคลเซียมยังมีบทบาทสำคัญในการแข็งตัวของเลือดด้วย แคลเซียมในเลือดมีค่าอยู่ระหว่าง 8.5-10.5 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ความผิดปกติของระดับแคลเซียมในเลือดไม่ว่าสูงหรือต่ำเกินไป จะมีผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย

คลอไรด์ (Cl) เป็นอิเล็กโทรไลต์ประจุลบที่มีมากที่สุดในเซลล์มีประมาณ 98-106 mEq/L มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลกับประจุบวก โดยจะอยู่รวมกับประจุบวกในรูปของโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) กรดไฮโดรคลอริก (HCl) โปแตสเซียมคลอไรด์ (KCl) แคลเซียมคลอดไรด์ (CaCl2) คลอไรด์จะเข้าออกเซลล์โดยรวมกับโซเดียมและโปแตสเซียม เมื่อคลอไรด์อยู่รวมกับโซเดียมจะช่วยทำหน้าที่รักษาสมดุลของน้ำและความเข้มข้นของเลือด ช่วยสร้างน้ำไขสันหลัง เป็นส่วนประกอบในน้ำย่อยของกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ คลอไรด์ยังช่วยรักษาสมดุลกรด-ด่างด้วย ความผิดปกติของไต ลำไส้ การเสียสมดุลของโซเดียม ภาวะเสียสมดุลกรด-ด่าง จะส่งผลให้เกิดภาวะเสียสมดุลของคลอไรด์ได้ทั้งภาวะคลอไรด์ในเลือดต่ำและคลอไรด์ในเลือดสูง ซึ่งจะกระจายต่อการทำงานในระบบต่างๆ ของร่างกาย

ภาวะกรดด่าง (Acid Base; pH) มีความสำคัญต่อร่างกายไม่เพียงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการของสรีรวิทยาเท่านั้น ยังมีส่วนช่วยคงไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมของเซลล์ให้คงที่ และเหมาะสมสำหรับกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย กระบวนการทางสรีรวิทยาและปฏิกิริยาทางเคมีของร่างกายในภาวะสมดุลจะมีสิ่งแวดล้อมเป็นด่างเล็กน้อย เมื่อเกิดภาวะไม่สมดุลของกรดด่าง เช่น ไฮโดรเจนอิออนเพิ่มขึ้นหรือลดลง เป็นต้น จะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากภาวะกรด-ด่างจะมีผลกระทบต่อสมดุลน้ำและอิเล็กโทรไลต์ ควบคุมการส่งกระแสประสาท ควบคุมการทำงานของฮอร์โมนและควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ปกติภาวะกรด-ด่าง (pH) ของน้ำนอกเซลล์ pH = 7.35-7.45 หากมีการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย จะมีระบบควบคุมสมดุลของกรด-ด่างช่วยปรับให้ภาวะกรด-ด่าง (pH) ให้กลับเข้าสู่สมดุล ได้แก่ ระบบบัฟเฟอร์ ระบบหายใจและระบบไต เพราะหากในเลือดมี pH > 8 หรือ pH < 6.8 จะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ การประเมินภาวะกรด-ด่างว่าสมดุลหรือไม่ จะประเมินได้จากผลการวิเคราะห์ค่าความดันก๊าซในเลือดแดง (Arterial blood gas; ABG) โดยประเมินจากค่า pH, PaCO2, HCO3, Base excess (BE), PaO2 ซึ่งแต่ละค่ามีความหมายดังนี้

1) pH เป็นตัวบ่งบอกถึงความเข้มข้นของไฮโดรเจนอิออนในพลาสมาของหลอดเลือดแดง

ค่าปกติ pH = 7.35-7.45

หาก pH < 7.35 แสดงถึงภาวะ กรด (Acidosis)

หาก pH > 7.45 แสดงถึงภาวะ ด่าง (Alkalosis)

2) PaCo2 เป็นตัวบ่งบอกของระบบหายใจ เป็นค่าความดันของคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดแดง

ค่าปกติ PaCo2 = 35-45 มม.ปรอท

หาก PaCo2 > 45 มม.ปรอท แสดงถึงเลือดมีภาวะเป็นกรดจากการหายใจ

หาก PaCo2 < 35 มม.ปรอท แสดงถึงเลือดมีภาวะเป็นด่างจากการหายใจ

สาเหตุ อาจเกิดจากมีพยาธิสภาพที่ปอด หรือเป็นผลจากการปรับชดเชยเพื่อแก้ภาวะกรด-ด่างจากเมตาบอลิซึม

3) HCO3 เป็นตัวบ่งบอกของไต เป็นค่าความเข้มข้นของไบคาร์บอเนตอิออนในเลือดแดง

ค่าปกติ HCO3 = 22-26 mEg/L

HCO3 > 26 mEg/L แสดงถึง เลือดมีภาวะเป็นด่างจากระบบเมตาบอลิซึม

HCO3 < 226 mEg/L แสดงถึง เลือดมีภาวะเป็นกรดจากระบบเมตาบอลิซึม

สาเหตุ อาจเกิดจากมีพยาธิสภาพที่ไตหรือระบบเมตาบอลิซึม หรือเป็นผลจากการปรับชดเชยเพื่อแก้ภาวะกรด-ด่างจากการหายใจ

4) PaO2 เป็นค่าความดันออกซิเจนในหลอดเลือดแดงที่ละลายอยู่ในพลาสมา

ค่าปกติ = 80-100 มม.ปรอท

5) Base exess (BE) เป็นค่าที่สะท้อนถึงจำนวนของด่างทั้ง HCO3 และบัฟเฟอร์อิออน ตัวอื่นๆ ในเลือดทั้งหมด

ค่าปกติ BE = 0 ถึง 3 mEg/L

หาก BE มีค่า + แสดงถึง มีภาวะด่างเกินจากเมตาบอลิซึม

หาก BE มีค่า – แสดงถึง มีภาวะด่างขาดจากเมตาบอลิซึม

6) SaO2 (O2 sat) เป็นปริมาณออกซิเจนที่จับกับฮีโมโกลบิน เทียบกับความสามารถของฮีโมโกลบินที่จับกับออกซิเจนได้เต็มที่

ค่าปกติ SaO2 = 93-99%

SaO2 มีความสำคัญในการประเมินสภาวะออกซิเจนในเลือด แต่ในการวิเคราะห์ความเป็นกรด-ด่างไม่ได้ใช้ค่า SaO2

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่