Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

ตรวจตา ตรวจอะไรบ้าง รวมข้อมูลที่คุณควรรู้ก่อนตรวจสุขภาพตา

ใครว่าการตรวจตาไม่สำคัญ มาดูกันว่าเมื่อไรถึงควรตรวจตา ก่อนตรวจต้องเตรียมตัวอย่างไร และควรตรวจอะไรบ้าง?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 721,547 คน

ตรวจตา ตรวจอะไรบ้าง รวมข้อมูลที่คุณควรรู้ก่อนตรวจสุขภาพตา

การตรวจตา เป็นสิ่งที่หลายคนมักมองข้าม เพราะคิดว่าหากไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ก็ไม่เป็นไร แต่แท้จริงแล้วมีโรคทางสายตาหลายโรคทีเดียวที่ไม่แสดงอาการจนกว่าจะเข้าสู่ระยะรุนแรง ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นก็อาจสายเกินกว่าจะรักษาให้เป็นปกติได้ และนั่นคือเหตุผลที่คุณไม่ควรละเลยการตรวจตา

ใครบ้างที่ควรตรวจตา

ผู้ที่ไม่มีอาการผิดปกติ

คุณควรตรวจตาอย่างสม่ำเสมอ แม้จะไม่มีอาการทางสายตายใดๆ เลยก็ตาม โดยแนะนำให้คนแต่ละช่วงอายุตรวจตาตามความถี่ดังต่อไปนี้

  1. เด็กแรกเกิดที่มีน้ำหนักปกติจะได้รับการตรวจร่างกายทั่วไปคร่าวๆ รวมทั้งการตรวจตาโดยจักษุแพทย์
  2. เด็กอายุ 3-5 ปี จะเป็นการตรวจวัดระดับการมองเห็นด้วยแผ่นภาพและตรวจภาวะตาเข ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่ต้นอาจนำไปสู่ภาวะตาขี้เกียจ (Lazy eye) เป็นปัญหาสุขภาพตาที่พบได้ในเด็กเท่านั้น ทำให้มองเห็นได้ไม่ชัด และหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ในระยะยาวอาจส่งผลให้ตาบอดได้
  3. อายุ 6-20 ปี ตรวจวัดสายตาสั้น ยาว เอียง ซึ่งเป็นปัญหาที่อาจทำให้เด็กมีอาการตาล้า ปวดศีรษะ และไม่มีสมาธิในการเรียน หากพ่อแม่สังเกตอาการเหล่านี้ ควรพาลูกไปตรวจสายตาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนของเด็ก
  4. อายุ 21-40 ปี ควรได้รับการตรวจตาทุก 5-10 ปี
  5. อายุ 40-64 ปี ควรได้รับการตรวจตาทุก 2 ปี เพราะเป็นวัยที่สายตาเริ่มเปลี่ยน อาจต้องใช้แว่นสายตายาว และเสี่ยงเกิดโรคตาต่างๆ ตามอายุที่มากขึ้น เช่น ต้อกระจก ต้อเนื้อ และต้อหิน
  6. อายุ 64 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจตาปีละ 1 ครั้ง

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

สำหรับคนที่มีความเสี่ยงต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจตาทันที หรือตรวจเป็นประจำโดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีอายุ 40 ปี

  • เด็กที่คลอดก่อนกำหนดและมีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1,500 กรัม หรืออายุครรภ์น้อยกว่า 28 สัปดาห์ ควรรับการตรวจจากจักษุแพทย์ภายในช่วงที่ตรวจได้ หรืออายุ 4-6 สัปดาห์
  • ผู้ที่มีอาการทางตาต่างๆ เช่น ปวดตา ตาแดง ตามัว เห็นภาพซ้อน น้ำตาไหล ปวดกระบอกตาหรือปวดศีรษะบ่อยๆ
  • หากคนในครอบครัวเคยเป็นโรคต้อหินหรือตาบอดไปข้างหนึ่งโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรตรวจความดันลูกตาและประสาทตาตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไป เนื่องจากต้อหินเป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไทรอยด์ ควรรับการตรวจตาตามคำแนะนำของแพทย์ที่ให้การรักษาอย่างเคร่งครัด
  • ผู้มีปัจจัยเสี่ยงต่อจอตาฉีกขาด เช่น เคยได้รับอุบัติเหตุที่ดวงตา เคยได้รับการผ่าตัดตามาแล้ว มีสายตาสั้นบาง คนในครอบครัวมีประวัติโรคตาบางโรค เป็นต้น
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวและต้องใช้ยาที่มีผลต่อดวงตาเป็นประจำ เช่น ยารักษาวัณโรคในกลุ่มอีแทมบูทอล (Ethambutol) ยารักษาโรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างคลอโรควิน (Chloroquine) ยาในกลุ่มสเตียรอยด์สำหรับรักษาโรคไต เป็นต้น

เตรียมตัวก่อนตรวจตา

  • หลีกเลี่ยงการเสริมสวยบริเวณดวงตา เช่น การติดขนตาปลอม การใช้มาสคาร่าเขียนขอบตา
  • นำแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ที่คุณใช้อยู่ไปด้วย เพื่อให้แพทย์บอกได้ว่าควรเปลี่ยนแว่นหรือคอนแทคเลนส์ใหม่ให้เหมาะกับสายตาหรือไม่ อีกทั้งยังสามารถเปรียบเทียบค่าการวัดสายตาขณะใส่แว่นและไม่ใส่
  • แจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัว ประวัติการรักษาโรคต่างๆ และยารักษาโรคที่กำลังใช้อยู่ทุกชนิด เพราะอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อสายตาหรือสุขภาพตาได้
  • ควรเตรียมแว่นกันแดดและหมวกปีกกว้างมาใส่ตอนกลับบ้าน เพราะในระหว่างขั้นตอนการตรวจ แพทย์อาจมีการหยดยาหยอดตาเพื่อขยายรูม่านตา ซึ่งจะส่งผลให้ดวงตาของคุณแพ้แสงชั่วขณะ หากเป็นไปได้ควรมีญาติมาช่วยพากลับบ้านเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และไม่ควรขับรถกลับเอง เนื่องจากอาจมีการหยอดยาชาที่ตา ทำให้ตาพร่ามัวชั่วคราวได้

ตรวจตา ตรวจอะไรบ้าง

การตรวจตาถือว่าทำได้ง่ายและรวดเร็ว โดยอาจมีขั้นตอนการตรวจทั่วๆไป ดังนี้

  • ซักประวัติโดยแพทย์ เป็นการสอบถามถึงอาการทางตาและสุขภาพทั่วไป รวมถึงประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว ยารักษาโรคที่ใช้อยู่ และถามว่ามีปัญหาทางสายตาหรือไม่
  • ตรวจสายตาหรือความสามารถในการมองเห็น (Visual acuity test) คุณจะต้องอ่านป้ายที่มีตัวอักษรหรือตัวเลขต่างๆ จากระยะมาตรฐาน 6 เมตร เพื่อดูว่ามองเห็นได้ดีแค่ไหน โดยระหว่างการทดสอบจะต้องปิดตาไว้หนึ่งข้าง แล้วใช้อีกข้างที่เหลือดู
  • ตรวจวัดค่าสายตา เป็นการให้อ่านป้ายที่มีตัวอักษรหรือตัวเลขผ่านอุปกรณ์วัดสายตา (Phoropter) ซึ่งจะให้ค่าตัวเลขที่กำหนดความสั้น ยาว และเอียงของสายตาอย่างถูกต้อง แพทย์จะแนะนำให้นำค่าที่ได้ไปตัดแว่นสายตา หากมีปัญหาทางสายตาในระดับที่รบกวนการมองเห็น
  • ตรวจตาบอดสี หากคุณมีปัญหาในการแยกสี คุณอาจได้รับการตรวจตาบอดสีด้วยเช่นกัน ซึ่งทำได้โดยการดูแผ่นป้ายที่มีจุดสีหลายๆ สี แล้วระบุว่าสีที่ชี้คือสีอะไร
  • ตรวจม่านตา แพทย์จะใช้ไฟส่องตาเพื่อดูว่าม่านตาตอบสนองต่อแสงเป็นปกติหรือไม่ หากม่านตาหดเล็กลงเมื่อเจอแสงจะถือว่าปกติ แต่หากม่านตาขยายใหญ่หรือไม่ตอบสนอง ก็หมายความว่าอาจมีความผิดปกติของดวงตา
  • ตรวจการมองเห็นด้านข้าง ผู้ป่วยที่มีการมองเห็นด้านข้างผิดปกติมักไม่รู้ตัวเอง และเป็นสัญญาณความผิดปกติที่บ่งบอกถึงโรคต้อหินได้
  • ตรวจการเคลื่อนไหวของดวงตา เพื่อประเมินว่ากล้ามเนื้อตาทำงานเป็นปกติหรือไม่
  • ตรวจความดันลูกตา ความดันในลูกตาที่เพิ่มสูงขึ้นอาจบ่งบอกถึงความเสี่ยงโรคต้อหินได้ หากพบว่ามีความดันลูกตาผิดปกติ แพทย์ก็จะตรวจเพิ่มเติมอย่างละเอียดเพื่อหาว่าเป็นโรคต้อหินหรือไม่
  • ตรวจส่วนหน้าของตา เป็นการตรวจด้วยกล้องกล้องจุลทรรศน์ตรวจนัยน์ตาชนิดลำแสงแคบ (Slit lamp) โดยจะช่วยในการตรวจดูเปลือกตา กระจกตา ม่านตา และเลนส์ตา การตรวจวิธีนี้จะทำให้ทราบว่าเป็นโรคต้อกระจก มีแผล หรือรอยถลอกที่กระจกตาหรือไม่
  • ตรวจจอประสาทตาและเส้นประสาทตา แพทย์จะหยดยาขยายรูม่านตาของคุณ เพื่อตรวจดูว่าประสาทตาและเส้นประสาทตาเป็นปกติหรือไม่

ตรวจตาที่ไหนดี ราคาเท่าไหร่

โรงพยาบาลส่วนใหญ่ให้บริการตรวจตาแบบครบครันโดยจักษุแพทย์ รวมถึงบางคลินิกหรือคลินิกเฉพาะทางตา ส่วนราคาค่าใช้จ่ายนั้นย่อมมีความแตกต่างกันไปตามรายละเอียด วิธีการตรวจ และโรงพยาบาลที่เลือกตรวจ หากต้องการทราบรายละเอียด คุณสามารถโทรสอบถามข้อมูลจากทางโรงพยาบาลที่สนใจได้โดยตรง หรืออยากทราบแพ็คเกจตรวจสุขภาพตา คลิกเลย

เปรียบเทียบราคาตรวจตา

โรงพยาบาล/คลินิก
(ชื่อแพ็กเกจ)
รพ. พญาไท 2
(ตรวจสุขภาพตาทั่วไป)
รพ. ธนบุรี
(ตรวจสุขภาพตาผู้ใหญ่)
รพ. บางประกอก 9 รพ. บำรุงราษฎร์
ตรวจสายตาเด็ก ตรวจสุขภาพตาผู้ใหญ่
ตรวจตาโดยจักษุแพทย์
ตรวจวัดระดับการมองเห็น (Visual acuity test)
ตรวจสายตาสั้นยาวเอียง
ตรวจตาบอดสี
ตรวจความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา
ทดสอบความสามารถในการใช้สายตาสองข้างร่วมกัน
วัดความดันลูกตาและความหนาของกระจกตา
ตรวจความโค้งของกระจกตา
ตรวจคัดกรองจอประสาทตาและขั้วประสาทตา
คัดกรองต้อกระจก
คัดกรองต้อหินเบื้องต้น
คัดกรองตาแห้ง ต้อลม ต้อเนื้อ
ราคา 950 1,700 990 2,500 2,560

*ราคาข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลง และอาจยังไม่รวมค่าแพทย์หรือค่ายา

ตรวจตา ใช้สิทธิประกันสังคมได้หรือไม่

การตรวจตารวมอยู่เป็นหนึ่งในรายการตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งสำนักงานประกันสังคมระบุว่าสามารถใช้สิทธิประกันสังคมได้ และหากตรวจพบความผิดปกติก็สามารถใช้สิทธิประกันสังคมในการรักษาได้เช่นกัน

การตรวจตานั้นไม่ยุ่งยากและสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรคทางตาหลายๆ โรค รวมทั้งช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอย่างการสูญเสียการมองเห็นได้ดี หากตรวจเจอโรคที่ร้ายแรงได้เร็ว โอกาสที่จะรักษาหายก็จะยิ่งมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปและผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจตาอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะได้รับประโยชน์จากการตรวจตามากทีเดียว


ที่มาของข้อมูล

โรงพยาบาลตาหูคอจมูก (https://eent.co.th/)

Gidanan ganghair แนะตรวจตาทุก 2 ปี แก้ 'โรคตา' (https://www.thaihealth.or.th/Content/38211-แนะตรวจตาทุก%202%20ปี%20แก้%20'โรคตา'%20.html), 17 สิงหาคม 2560

Eye Exam and Vision Testing Basics (https://www.aao.org/salud-ocular/consejos/eye-exams-101), 17 December 2018

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่