อาการของการตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic pregnancy)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 3, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 670,374 คน

อาการปวดท้อง และ มีเลือดออกผิดปกติ อาจจะเป็นอาการของภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก

อาการเริ่มแรกมักจะเหมือนอาการตั้งครรภ์ปกติทั่วไป ได้แก่ ประจำเดือนขาด คลื่นไส้ หรือ อาเจียนบางครั้ง เจ็บเต้านม และอ่อนเพลีย

อาการของภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก

ถ้าการตั้งครรภ์เกิดที่ท่อนำไข่ (Fallopian tube) ซึ่งส่วนมากเกิดการฝังตัวที่นี่ ตัวอ่อนจะมีขนาดใหญ่ขึ้น และไปกดทับผนังของท่านำไข่

อาการปวดเหมือนโดนอะไรมาแทง ปวดเฉียบพลัน บริเวณท้องน้อย ท้อง หรือ อาจจะร้าวมาที่ไหล่ หรือ คอ อาการปวดอาจจะเป็นๆ หายๆ และความรุนแรงอาจจะมีได้หลายระดับ

  • มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด
  • ถ้าการฝังตัวไม่ได้เกิดขึ้นที่ท่อนำไข่ (เช่นฝั่งตัวในช่องท้อง; abdominal wall pregnancy) อาการปวดท้องอาจจะปวดได้ทั่ว ๆ ท้อง

เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์

การตั้งครรภ์นอกมดลูกถือเป็นภาวะรุนแรง และอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นควรจะต้องพบแพทย์ทันทีเมื่อสงสัยว่ามีอาการของการตั้งครรภ์นอกมดลูก ไม่ว่าการฝังตัวจะเกิดขึ้นที่ไหน ถ้ามันเกิดขึ้นนอกมดลูกนั้น สามารถทำให้เกิดเลือดออกที่รุนแรงได้ บางครั้งการฝังตัวที่ท่อนำไข่ อาจจะทำให้ท่อนำไข่แตกออก ทำให้มีผลต่อการตั้งครรภ์ครั้งถัดไปในอนาคตได้

การตั้งครรภ์นอกมดลูกมักจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้สำเร็จ ตัวอ่อนจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ และมักจำต้องยุติการตั้งครรภ์เพื่อให้แม่ปลอดภัย

การวินิจฉัย

เมื่อสงสัยภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก ถ้ายังไม่เคยได้รับการตรวจการตั้งครรภ์มาก่อน อันดับแรกคือการตรวจว่าตั้งครรภ์หรือไม่ หรือตรวจระดับฮอร์โมน hCG  การตรวจวัดระดับ hCGในเลือด เป็นการตรวจว่ามี ฮอร์โมนhCG อยู่ในปัสสาวะหรือเลือดของแม่หรือไม่ ฮอร์โมนนี้ผลิดโดยรก ทันทีหลังจากการฝังตัวของตัวอ่อน เมื่อมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น

การตรวจตั้งครรภ์สามารถวัดระดับฮอร์โมน hCG ภายใน 10วันหลังจาประจำเดือนขาด

การตรวจบางอย่างสามารถตรวจได้เร็วกว่านั้น คือภายใน 1 สัปดาห์หลังจากมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น

ผลการตรวจการตั้งครรภ์ที่เป็นลบนั้น ไม่สามารถตัดสินว่า ไม่มีตั้งครรภ์ หรือ ไม่มีการตั้งครรภ์นอกมดลูก เพราะบางครั้งการตรวจอาจจะเร็วเกินไปกว่าที่จะพบระดับ hCGในปัสสาวะหรือในเลือด แพทย์อาจจะสั่งการตรวจวัดระดับ hcG มากกว่า 1 ชนิดเพื่อที่จะช่วยในการวินิจฉัย การตรวจวัดระดับ hCGนั้น จะวัดระดับฮอร์โมนดังกล่าวในเลือด โดยการตั้งครรภ์นอกมดลูก ระดับ hCG มักจะน้อยกว่าการตั้งครรภ์ปกติ และระดับนั้น จะสูงขึ้นช้า เมื่อเทียบกับภาวะปกติ

การวินิจฉัยด้วยการตรวจด้วยคลื่นความถี่สูง (Ultrasound)

การตรวจด้วยภาพคลื่นความถี่สูง จะช่วยทำให้มองเห็นตำแหน่งของการฝังตัวของตัวอ่อน บางครั้งจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือตรวจด้วยคลื่่นความถี่สูงทางช่องคลอด (Transvaginal ultrasound) เพื่อให้เห็นภาพ และลักษณะต่าง ๆ ภายใน

ถ้าตัวอ่อนฝังตัวอยู่นอกมดลูก การรักษาจะขึ้นกับความแข็งแรงของแม่ ตำแหน่งที่มีการฝังตัว และระดับฮอร์โมน hCG (ระดับที่ลดลง สามารถคาดคะแนได้ว่า การท้องนอกมดลูกกำลังจะหายได้เอง) แต่ถ้าไม่สามารถระบุตำแหน่งของการฝังตัวได้ การตรวจต่อเนื่องเป็นระยะจึงจำเป็นจนกว่าจะได้รับการวินิจฉัยที่แน่นอน

ในบางกรณี การส่องกล้องที่หน้าท้อง (Laparoscope) เพื่อสอดเครื่องมือขนาดเล็ก ผ่านการเปิดรูเล็ก ๆ ที่หน้าท้องใต้สะดือจะสามารถช่วยให้การวินิจฉัยให้แน่นอนได้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ทำหมันแล้วทำให้ประจำเดือนหมดไป เป็นบางคนรึว่าทุกคนคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
อยากมีบุตรต้องวางแผนอย่างไรบ้างคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่