มะเร็งและโรคร้าย

การกินแอสไพรินทุกวันเพื่อป้องกันหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็ง ดีไหม?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
การกินแอสไพรินทุกวันเพื่อป้องกันหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็ง ดีไหม?

อ่านข้อมูลที่น่าสนใจ คำกล่าวที่ว่า “ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดหัวใจวายเท่านั้น จึงสมควรจะกินแอสไพรินหรือกินแอสไพรินเป็นประจําจะช่วยป้องกันมะเร็งลําไส้ใหญ่ได้” เป็นจริงหรือไม่ ร่วมหาคำตอบพร้อมกันได้ที่นี่

เมื่อก่อนนี้มีคํากล่าวว่า “กินแอปเปิลวันละผล ห่างไกลหมอ” มาถึง ปัจจุบัน แอสไพรินทําท่าจะมาแย่งตําแหน่งแอปเปิลเสียแล้ว

เมื่อครั้งที่ผมเป็นแพทย์ประจําบ้าน หัวหน้าแผนกกุมารเวชได้ให้ คําแนะนําที่ยิ่งใหญ่ว่า “คุณไม่มีวันอยากเป็นคนแรกที่รักษาด้วยวิธีใหม่ แต่คุณก็ไม่อยากเป็นคนสุดท้ายเช่นกัน” คุณไม่อยากเป็นคนแรก เพราะ เมื่อยาตัวใหม่หรือแนวทางการรักษาล่าสุดออกมานั้น เรายังไม่รู้แน่ว่าจะมีผลข้างเคียงที่รุนแรงหรือผลตามมาในระยะยาวอย่างไร การรักษาใหม่ๆ นั้น ดูน่าอัศจรรย์เสมอ แต่จะรู้แน่ก็เมื่อใช้กับคนนับล้านไปแล้ว บ่อยครั้งที่ยา ที่น่าจะได้ผลดี เมื่อประเมินเข้าจริงๆ กลับพบว่าไม่ค่อยได้ผล หรือซ้ำร้าย อาจมีอันตราย ในอีกทางหนึ่ง คุณก็ไม่อยากเป็นคนสุดท้าย เพราะถ้าอย่างนั้นเท่ากับว่า คุณไม่ได้ให้การรักษาคนไข้ด้วยวิธีการที่ทันยุคและพิสูจน์แล้ว ว่าคุ้มค่า การตัดสินหาความพอดีระหว่างสองฝั่งนี่ละครับ เป็นแนวทางใน การรักษาผู้ป่วยของผม ที่ถึงแม้จะระแวดระวังการรักษาแนวใหม่ ๆ แต่ก็เปิดใจรับฟังหลักฐานยืนยันเสมอ

เราทุกคนต่างเคยได้ยินคําแนะนํานี้กันถ้วนหน้า : กินเบบีแอสไพริน (ขนาดสําหรับเด็ก 81 มิลลิกรัม) หนึ่งเม็ดทุกวัน ช่วยลดโอกาสเกิดหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ช่างเป็นคําแนะนําที่ทําตามก็ได้ง่ายจัง เพราะแอสไพรินเป็นยาที่หาซื้อได้ทั่วไปจากเคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้อ ใคร ๆ ก็ใช้กัน และเราก็ได้ยินมาตลอดว่า คนอเมริกันเสียชีวิตจากหัวใจวายมากกว่าโรคอื่นๆ ส่วนสโตรกก็เป็นสาเหตุรองลงมา

ความรู้สึกยั่วยวนใจชวนให้กินเบบีแอสไพริน โดยไม่ผ่านการปรึกษา แพทย์ ดูไม่น่าเป็นความคิดที่ไม่ดีตรงไหน คนส่วนมากก็กินกัน อีกอย่าง แอสไพริน “ของเด็ก” มันจะอันตรายได้ขนาดไหนกันเชียว? แต่ฟังคําแนะนํา ของผมนะครับ คุณควรหักห้ามใจไว้ก่อน แม้ว่าแอสไพรินจะหาซื้อได้ง่าย ขนาดไหน ก็ไม่เปลี่ยนความจริงที่ว่า เป็นยาที่มีฤทธิ์ข้างเคียงที่รุนแรงได้ เพื่อปกป้องสุขภาพของตัวคุณ จงอย่ากินยาใดๆ หากไม่รู้ความเสี่ยงที่แท้จริง แม้แต่ตัวที่ดูไม่น่าจะมีพิษภัยอย่างแอสไพรินก็ตาม แต่สําหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจหรือเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจไปเรียบร้อยแล้ว ประโยชน์ ที่ได้จากการกินแอสไพรินย่อมจะเหนือกว่า ในขณะที่แอสไพรินอาจไม่จําเป็นสําหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่ต่างไป

เพื่อให้เข้าใจยิ่งขึ้น ต้องปูพื้นกันหน่อยว่าทําไมจึงหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองเกิดได้อย่างไร และแอสไพรินทํางานอย่างไร หัวใจวาย และหลอดเลือดสมองอุดตันอาจเกิดจากมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นตรงตําแหน่งเส้นเลือดแดงสําคัญ และอุดกั้นเลือดดีไม่ให้ไหลไปปลายทาง หากเกิดที่เส้นเลือดแดงเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจจะทําให้หัวใจวาย ถ้าเกิดตรงเส้นเลือดแดงที่ไปสมองก็เกิดสโตรก แอสไพรินมีการออกฤทธิ์หลายอย่าง แต่หลัก ๆที่นํามาใช้ในเรื่องนี้คือ ไปลดการสร้างลิ่มเลือดในเส้นเลือดแดงที่มีปัญหา แอสไพรินยับยั้งการทําหน้าที่ของเกล็ดเลือด (platelet) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งในเลือด มีบทบาทสําคัญที่ทําให้เลือดแข็งตัว ในสถานการณ์ปกติเมื่อเกิดบาดแผลขึ้นที่เส้นเลือด เกล็ดเลือดจะทํางานร่วมกับโปรตีนในเลือดเพื่อ อุดรอยรัวนั้น เมื่อมีแอสไพรินในกระแสเลือด เกล็ดเลือดจะเกาะตัวกันได้ไม่ดี ภาวะเช่นนี้มีประโยชน์ในการป้องกันหัวใจวายและภาวะเส้นเลือดสมองอุดตัน เพราะลืมเลือดไม่ถูกสร้างขึ้นเมื่อหลอดเลือดเกิดรอยแผล ตลอดจนกรณีที่ผนังหลอดเลือดเสียหายจากสาเหตุอื่นๆ เช่นตะกรันไขมันจับจนหลอดเลือดเลือดแข็งตีบ (artherosclerotic plaques) ซึ่งพบได้ในคนที่ คอเลสเตอรอลสูง ทั้งหมดนี้เป็นด้านดี

ทีนี้ลองดูด้านร้าย ๆ บ้าง ในขณะที่ไม่มีใครอยากให้เกิดลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจและสมอง แต่อีกหลายต่อหลายกรณี เราต้องการให้มีลิ่มเลือด เช่นเมื่อคุณเลือดออก หากลิ่มเลือดไม่เกิดหรือ เกิดช้ามาก คุณก็เสี่ยงต่อการเลือดไหลเป็นเวลานานไม่หยุด แล้วยังมีโอกาส ที่แอสไพรินระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะ จนทําให้มีเลือดออก หนําซ้ำจะไป รบกวนการสร้างลิ่มเลือดที่จะทําให้เลือดหยุดอีกด้วย แต่ก็มีน้อยครั้งที่เลือด ในทางเดินอาหารออกมากจนเป็นอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้ อาจมีเลือดออกจากอวัยวะอื่น ๆ ได้ หากการสร้างลิ่มเลือดถูกยับยั้งและมีเลือดออก ในสมอง ก็กลับกลายเป็นว่า การกินแอสไพรินนี่เอง ที่เป็นสาเหตุของสโตรค

แล้วคุณจะชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียอย่างไร ถ้าหากคุณเป็นผู้ที่เคยหัวใจวาย หรือเป็นโรคหลอดเลือดสมองจากหลอดเลือดแดงอุดตันมาก่อน หมอส่วนมากก็จะแนะนําให้คุณกินเบบีแอสไพริน วันละ 1 เม็ด หลักฐาน ค่อนข้างเชื่อถือได้ว่าลดการเกิดซ้ำของภาวะดังกล่าวได้จริง แต่จะคลุมเครือ ในกรณีที่ร่างกายคุณไม่เคยมีปัญหาดังกล่าว ผลการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในวารสารสมาคมอายุรกรรมศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา ได้วิเคราะห์ข้อมูล จากคนไข้กว่าสามแสนรายในอิตาลี ที่กินแอสไพรินเพื่อป้องกันหัวใจวาย และหลอดเลือดสมองอุดตันโดยที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปรากฏว่าจํานวน ผู้ป่วยที่กินแล้วช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดและหัวใจได้นั้น พอๆ กับจํานวนที่เกิดปัญหาเลือดออกรุนแรงอันเป็นผลจากการกินแอสไพริน เมื่อคํานึงถึงความเสี่ยงเหล่านี้แล้ว สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาจึงแนะนําว่า เฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดหัวใจวายเท่านั้น จึงสมควรจะกิน แอสไพริน หน่วยงานปฏิบัติการป้องกันแห่งสหรัฐอเมริกา (The U.S. Preventive Task Force : USPTF) ได้แนะนําว่า ชายอายุ 45-79 ปี และหญิงอายุ 55-79 ปี ควรกินแอสไพรินต่อเมื่อชั่งน้ําหนักแล้วว่า ผลดี ที่จะได้รับเหนือกว่าอันตรายจากเลือดออกในทางเดินอาหาร

ในปัจจุบันนี้ มีหลักฐานยืนยันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่า การกินแอสไพรินทุกวัน ช่วยลดโอกาสเกิดติ่งเนื้อที่ผนังลําไส้ใหญ่ (colonic polyp) ซึ่ง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็งลําไส้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่ยืนยันว่า ช่วยลดอัตราเสียชีวิตจากมะเร็งลําไส้ใหญ่ได้ยังมีจํากัด ผลการศึกษาออกมา หลายแบบตั้งแต่ไม่มีประโยชน์ไปจนถึงมีประโยชน์เล็กน้อย ทําไมผลจึงออกมาต่างกัน เป็นเพราะติ่งเนื้อที่ผนังลําไส้ส่วนใหญ่ไม่ได้กลายไปเป็นมะเร็ง และถ้าพบติ่งเนื้อเหล่านี้ในการตรวจค้นมะเร็งลําไส้ตามปกติ ก็จะตัดออก ให้หมดโอกาสที่จะเกิดมะเร็ง ดังนั้นจึงเท่ากับว่า แอสไพรินป้องกันคุณจากสิ่งที่หมดสิทธิ์ก่ออันตรายเสียแล้ว

เช่นเดียวกับกรณีของโรคหัวใจและสโตรก คุณควรถามตัวเองว่า ความเสี่ยงของคุณต่อโรคมะเร็งลําไส้ใหญ่มีมากน้อยแค่ไหน แล้วเทียบกับ ความเสี่ยงจากการกินแอสไพริน หน่วยปฏิบัติการป้องกันแห่งสหรัฐอเมริกา ศึกษาย้อนหลังประเด็นนี้เมื่อปี 2550 และสรุปว่า ประโยชน์ของการใช้ แอสไพรินป้องกันมะเร็งลําไส้นั้นไม่คุ้มกับความเสี่ยง ทั้งในกลุ่มของประชากร ทั่วไป และแม้แต่ในกลุ่มที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลําไส้ใหญ่ด้วย มีผลการศึกษาอีกมากที่ออกมาหลังปี 2550 แต่ไม่มีอะไรที่ทําให้ผมเชื่อมั่น ว่า มีประโยชน์มากมายที่เราจะกินแอสไพรินเป็นประจําเพื่อป้องกันมะเร็ง ลําไส้ใหญ่ ทางที่เหมาะสมกว่าก็คือ ตรวจคัดกรองมะเร็งลําไส้ใหญ่เป็น ประจําตามคําแนะนํา เช่น ตรวจส่องกล้องลําไส้ใหญ่ และถ้าคุณเป็นมะเร็ง ลําไส้ใหญ่ไปแล้วคุณก็จะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงอีกกลุ่มที่ต่างออกไป

บทสรุปของหมอเบซเซอร์

ใครจะไปนักล่ะครับว่า การตัดสินใจเรื่องที่ฟังดูหมู ๆ อย่างการกินแอสไพริน วันละเม็ดจะกลายเป็นเรื่องที่ยังโต้เถียงกันโดยหาข้อสรุปไม่ได้ จุดสําคัญอยู่ตรงที่ว่า แอสไพรินไม่ได้เหมาะสําหรับทุกคน ถึงแม้จะเป็นยาที่หาซื้อได้สะดวกง่ายดาย แต่ก็คือ ยาและมีผลข้างเคียงที่เอาเรื่องเสียด้วยสําหรับผู้ที่เคยหัวใจวายมาแล้ว ยาตัวนี้คือผู้ช่วย ชีวิตตัวจริง แต่ถึงอย่างไรถ้าคุณไม่จําเป็นต้องได้รับแอสไพริน การไม่กินย่อมดีกว่า ก่อนจะกินแอสไพรินหรือยาใดที่แพทย์ไม่ได้แนะนํา ควรปรึกษาหมอของคุณก่อน ทั้ง ประเด็นความเสี่ยง ข้อดี แล้วเปรียบเทียบว่าคุ้มค่าหรือเปล่าที่จะเสี่ยง

แอสไพรินช่วยชีวิต

โรซี่ โอ โอนเนล ยกความดีให้การกินแอสไพรินที่ช่วยชีวิตเธอไว้ เมื่อครั้งที่เธอทําท่าจะหัวใจวาย หากคุณเองคิดว่ามีอาการหัวใจจะวาย สิ่งแรก คือโทรฉุกเฉิน 911 จากนั้นให้เคี้ยวแอสไพริน (ควรเป็นเม็ดธรรมดาที่ไม่มี เคลือบผิวกันกัดกระเพาะ) แล้วดื่มน้ำตามหนึ่งแก้ว การเคี้ยวให้เม็ดยาแตก ทําให้ยาดูดซึมได้เร็วขึ้น และออกฤทธิ์ไม่ให้ลิ่มเลือดเกิดมากขึ้น

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง นายแพทย์ริชาร์ด เบซเซอร์  ได้โดยการซื้อหนังสือ “ความจริงจากหมอไขข้อกังขาปัญหาสุขภาพ”

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่