Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
ความรู้สุขภาพ

การวินิจฉัยภาวะชักจากไข้

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 1 มิ.ย. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
การวินิจฉัยภาวะชักจากไข้

ภาวะชักจากไข้มักถูกวินิจฉัยได้จากรายละเอียดของอาการที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยคือข้อมูลของผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์หรือการจดบันทึกรายละเอียดของเหตุการณ์โดยผู้ปกครอง

ในการวินิจฉัยอาจมีความจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมหากสาเหตุของการติดเชื้อที่เกี่ยวข้องไม่ชัดเจนพอ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🦵🏻เลเซอร์กำจัดขนขา เริ่มต้นที่ 750 บาท ถึง 17 ธ.ค. นี้

บอกลาตอขนขาแข็งๆ ที่เกิดจากการโกน

Internal ad

ปกติแล้วแพทย์มักไม่สามารถพบเห็นอาการชักของผู้ป่วยได้ ดังนั้นข้อมูลอาการที่เกิดขึ้นระหว่างการชักจะเป็นประโยชน์สำหรับการวินิจฉัย

ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์สำหรับการวินิจฉัยได้แก่:

  • อาการชักครั้งสุดท้ายเป็นนานแค่ไหนจึงจะหยุดชัก
  • มีอาการอะไรเกิดขึ้นบ้าง- ตัวแข็ง, การกระตุกของใบหน้า แขน และขา, อาการจ้องมองไปในอากาศ และการหมดสติ 
  • บุตรหลานของคุณฟื้นตัวจากอาการชักภายในหนึ่งชั่วโมงหรือไม่
  • บุตรหลานของคุณเคยมีอาการชักมาก่อนหรือไม่

การตรวจเพื่อหาแหล่งที่มาของการติดเชื้อมักทำในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแยกโรคอื่นๆ ที่พบได้น้อยกว่า ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคล้ายคลึงกัน เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

อาจต้องมีการตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ ในบางครั้งการนำตัวอย่างปัสสาวะจากเด็กเล็กไปตรวจอาจเป็นเรื่องยาก ดังนั้นจึงมักทำกันที่โรงพยาบาล

การตรวจเพิ่มเติม

อาจมีการตรวจเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลหากบุตรหลานของคุณมีอาการผิดปกติ เช่น ถ้าเด็กไม่มีไข้สูง หรือ อาการชักของเด็กไม่เป็นไปตามรูปแบบปกติ

การตรวจเพิ่มเติมและการสังเกตอาการที่โรงพยาบาลมักถูกแนะนำในกรณีที่เด็กมีภาวะชักจากไข้แบบซับซ้อน (complex febrile seizures)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🦵🏻เลเซอร์กำจัดขนขา เริ่มต้นที่ 750 บาท ถึง 17 ธ.ค. นี้

บอกลาตอขนขาแข็งๆ ที่เกิดจากการโกน

Internal ad

บุตรหลานของคุณอาจได้รับการตรวจอื่นๆ เพิ่มเติม ได้แก่ การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (electroencephalogram) และการเจาะน้ำไขสันหลัง (lumbar puncture) โดยเฉพาะหากเด็กมีอายุน้อยกว่า 12 เดือน

การตรวจเพิ่มเติมทั้ง 2 วิธี มีรายละเอียดดังนี้

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (electroencephalogram)

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง หรือ EEG คือการวัดคลื่นไฟฟ้าภายในสมองของบุตรหลานคุณ โดยจะมีการวางขั้วไฟฟ้าไว้บนหนังศีรษะ หากตรวจพบลักษณะที่ผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าภายในสมองอาจหมายถึงผู้ป่วยเป็นโรคลมชัก

อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาบางการศึกษาแนะนำว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองอาจไม่เป็นประโยชน์ในผู้ป่วยภาวะชักจากไข้หลายๆ ราย

การเจาะน้ำไขสันหลัง (lumbar puncture)

ในการเจาะน้ำไขสันหลัง จะมีการดูดตัวอย่างของน้ำไขสันหลัง (cerebrospinal fluid; CSF) จำนวนเล็กน้อยออกมาทำการตรวจ น้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง (CSF) นี้ เป็นของเหลวใสที่อยู่รอบๆ และช่วยป้องป้องสมองและไขมันหลัง

แพทย์จะแทงเข็มเข้าไปที่บริเวณฐานของกระดูกสันหลังเพื่อเจาะดูดตัวอย่างน้ำไขสันหลัง (CSF) ในระหว่างการเจาะน้ำไขสันหลัง จะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ที่บริเวณดังกล่าวเพื่อให้เด็กมีอาการชาที่หลัง ดังนั้นเด็กจะไม่รู้สึกเจ็บ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🦵🏻เลเซอร์กำจัดขนขา เริ่มต้นที่ 750 บาท ถึง 17 ธ.ค. นี้

บอกลาตอขนขาแข็งๆ ที่เกิดจากการโกน

Internal ad

การเจาะน้ำไขสันหลังเพื่อบอกได้ว่าบุตรหลานของคุณมีการติดเชื้อในสมองหรือระบบประสาทหรือไม่

การรักษา

ในผู้ป่วยหลายๆ ราย ภาวะชักจากไข้ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา แต่ก็ให้ดูแลอย่างระมัดระวังเพื่อรับมือกับอาการชักที่เกิดขึ้น

สิ่งที่ควรทำระหว่างที่เด็กชัก

หากบุตรหลานของคุณเกิดอาการชักจากไข้พยายามจัดให้อยู่ในท่าพักฟื้น (recovery position) อุ้มพวกเขานอนตะแคงลงบนพื้นผิวนุ่มโดยให้หันหน้าออกไปด้านใดด้านหนึ่ง ท่าการนอนแบบนี้จะป้องกันไม่ให้เด็กกลืนสิ่งที่อาเจียนออกมาเข้าไป เปิดทางเดินหายใจ และช่วยป้องกันการบาดเจ็บต่างๆที่อาจเกิดขึ้นระหว่างชัก

อยู่ประคองบุตรหลานคุณระหว่างชัก และพยายามสังเกตว่าอาการชักดังกล่าวกินเวลานานเท่าใด ถ้าอาการชักนั้นกินเวลานานเกินกว่าห้านาทีให้รีบพาไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร็ว หรือโทร 1669 สำหรับรถพยาบาลฉุกเฉิน

ถ้าเป็นการชักจากไข้ครั้งแรกของเด็กหรืออาการชักนั้นกินเวลานานเกินกว่าห้านาทีให้รีบพาไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร็วที่สุด

แม้ว่าการชักจากไข้นั้นจะไม่ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงกับเด็ก แต่อย่างไรก็ตามการแน่ใจไว้ก่อนสิ่งที่ดีที่สุด

ระหว่างที่เด็กมีอาการชัก อย่าใส่อะไรลงไปในปากเด็กแม้แต่ยาก็ตาม การปล่อยให้ชักตามปกติมีโอกาสเล็กน้อยมากที่พวกเขาจะกัดลิ้นตนเอง และการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นระหว่างการชักมักไม่ร้ายแรงและหายเป็นปกติได้ภายในไม่กี่วัน

การพยายามไม่ให้ผู้ที่มีอาการชักกัดลิ้นตนเองโดยการใส่มือหรือวัตถุใดๆ เข้าไปในปากของผู้ป่วย จะทำให้เกิดอันตรายทั้งต่อตัวคุณและตัวผู้ป่วยเอง

ไข้ (อุณหภูมิร่างกายสูง)

การลดไข้จะทำให้เด็กรู้สึกสบายมากขึ้น ยาที่มีประสิทธิภาพในการลดไข้คือ ยาพาราเซตามอล (paracetamol) และ ibuprofen-nsaid' target='_blank'>ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) อย่างไรก็ตามยาเหล่านี้ไม่ลดโอกาสที่บุตรหลานของคุณจะมีอาการชัก

การถอดเสื้อผ้าและอุปกรณ์เครื่องนอนที่ไม่จำเป็นออกไปจากตัวเด็กจะช่วยให้เด็กมีอุณหภูมิลดลงได้

ยาแอสไพริน (aspirin) เป็นยาที่ไม่ให้ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 16 ปี เพราะมีความเสี่ยงจากยาเล็กน้อยในการกระตุ้นให้เกิดกลุ่มอาการราย (Reye’s syndrome) ซึ่งจะทำให้สมองและตับได้รับความเสียหายได้

ไม่แนะนำให้ใช้ฟองน้ำเย็นหรือพัดลมในการลดไข้ เพราะมีหลักฐานน้อยมากว่าสิ่งเหล่านี้มีประสิทธิภาพในการลดไข้ และอาจทำให้เด็กรู้สึกไม่สบายตัวมากขึ้นด้วย แพทย์จะให้คำแนะนำกับคุณเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาสาเหตุของอาการไข้ในเด็ก

นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือ ต้องป้องกันไม่ให้เด็กขาดน้ำระหว่างมีอาการไข้ โดยให้เด็กดื่มน้ำให้มากเพียงพอ

การกลับมาเป็นภาวะชักจากไข้ซ้ำ

ประมาณหนึ่งในสามของเด็กจะมีภาวะชักจากไข้ซ้ำระหว่างที่มีการติดเชื้ออีกครั้ง ซึ่งมักเกิดขึ้นภายใน 1 ปีหลังจากมีอาการชักจากไข้ครั้งแรก

จะยิ่งมีโอกาสกลับมาชักจากไข้ซ้ำเมื่อ:

  • อาการชักจากไข้ครั้งแรกเกิดขึ้นก่อนที่เด็กจะอายุ 18 เดือน
  • มีประวัติมีอาการชักหรือโรคลมชักในครอบครัวเดียวกัน
  • ก่อนที่จะมีอาการชักครั้งแรก บุตรหลานของคุณมีไข้น้อยกว่า 1 ชั่วโมง หรือไข้น้อยกว่า 40 องศาเซลเซียส
  • เด็กมีอาการชักหลายครั้งในช่วงที่มีไข้ (ภาวะชักจากไข้แบบซับซ้อน (Complex febrile seizure))
  • บุตรหลานของคุณได้รับการดูแลโดยสถานรับเลี้ยงเด็กในตอนกลางวัน (ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อในวัยเด็ก เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ หรือ อีสุกอีใส)

ไม่แนะนำให้บุตรหลานของคุณได้รับยาเป็นประจำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการชักจากไข้ เพราะผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากยาหลายชนิดมีมากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นหากมีอาการชัก

งานวิจัยพบว่าการใช้ยาเพื่อควบคุมอาการไข้ไม่น่าจะช่วยป้องกันการมีอาการชักจากไข้ในอนาคต

อย่างไรก็ตามอาจมีกรณียกเว้นที่แนะนำให้ใช้ยาเพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการชักจากไข้ ตัวอย่างเช่น เด็กอาจจำเป็นต้องได้รับยาในกรณีที่เด็กมีโอกาสชักสูงขณะเจ็บป่วย โดยเฉพาะถ้ามีอาการชักนาน

ในกรณีดังกล่าวนี้ เด็กอาจได้รับการจ่ายยา เช่น ไดอะซีแปม (diazepam) หรือ ลอลาซีแปม (lorazepam) ในช่วงที่เริ่มมีอาการไข้

เด็กที่เคยมีอาการชักจากไข้หลังจากได้รับการฉีดวัคซีน (พบได้น้อยมาก) ไม่มีความเสี่ยงที่จะมีอาการชักอีกเมื่อเทียบกับเด็กที่เคยมีอาการชักจากสาเหตุอื่นที่ทำให้มีไข 

https://www.nhsinform.scot/illnesses-and-conditions/brain-nerves-and-spinal-cord/febrile-seizures#treatment


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ข้อมูลโรคลมชักสำหรับผู้ชาย
ข้อมูลโรคลมชักสำหรับผู้ชาย

ข้อมูลโรคลมชักสำหรับผู้ชาย

ดูในแอป