Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

สีของปัสสาวะเกิดจากอะไรได้บ้าง

เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม แต่แท้จริงแล้วบ่งบอกถึงสุขภาพของคุณได้มากพอๆ กับเลือด
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,553,232 คน

สีของปัสสาวะเกิดจากอะไรได้บ้าง

“ปัสสาวะ” เป็นของเสียและแร่ธาตุส่วนเกินในกระแสเลือดซึ่งร่างกายไม่ต้องการและขับออกมาทางไต  ปัสสาวะยังสามารถบอกถึงสุขภาพ หรือโรคได้มากมาย โดยเราสังเกตได้จาก "สี" ของปัสสาวะนั่นเอง อีกทั้งยังเป็นวิธีเบื้องต้นในการสังเกตโรคได้ง่ายที่สุดเพื่อที่เราจะได้เตรียมตัวดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง

สีของปัสสาวะ

ปกติสีของปัสสาวะจะมีสีเหลืองอ่อนใสและไม่ขุ่น การที่สีจะอ่อน หรือเข้มนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการดื่มน้ำว่า มีปริมาณมากน้อยเพียงใด หรือร่างกายได้รับวิตามินบี 2 มากเกินไปหรือเปล่า ถ้าเราดื่มน้ำมากก็จะทำให้ปัสสาวะมีสีเหลืองอ่อนเกือบใส แต่หากดื่มน้ำน้อยเกินไปก็จะทำให้สีของปัสสาวะเป็นสีเหลืองเข้ม นอกจากนี้อาจเกิดจากโรคไตแฝงมาก็ได้ ทั้งที่ดื่มน้ำเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้วโดยเฉพาะถ้ามีอาการตัวเหลืองร่วมด้วยนั้นจะหมายถึงภาวะดีซ่าน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

สีของปัสสาวะที่ผิดปกติ

ปัสสาวะใส

เกิดจากการดื่มน้ำที่มากเกินไปทำให้ระดับเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติและอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ควรดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม

ปัสสาวะสีอมแดง

ถ้าร่างกายอยู่ในภาวะปกติ มักเกิดจากการรับประทานผักผลไม้ที่มีสีแดงอย่างเช่นบีทรูท หรือแบล็กเบอร์รี่ในปริมาณมาก หรือรับประทานยาที่ทำให้สีของปัสสาวะเป็นสีอมแดง เช่น phenothiazines, phenytoin แต่ถ้าไม่ได้รับประทานสิ่งเหล่านี้ก็ควรรีบไปพบแพทย์ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่า มีเม็ดเลือดแดงที่แตกอยู่ในหลอดเลือดมากผิดปกติทำให้ฮีโมโกลบินในเลือดสามารถผ่านไตลงมาปะปนในปัสสาวะได้

หรืออาจเกิดจากการมีเลือดออกในบริเวณทางเดินปัสสาวะที่เป็นอาการของโรคต่างๆ ได้แก่ การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคนิ่ว และโรคเนื้องอก รวมถึงภายในร่างกายมีอวัยวะที่ฉีกขาดซึ่งเราสามารถตรวจพบได้จากการเจาะเลือดแล้วนำไปปั่นเอาเฉพาะน้ำเหลืองมาดู จะพบว่า น้ำเหลืองมีสีชมพูปนอยู่ด้วย

นอกจากนี้สีของปัสสาวะอมแดง ยังเกิดจากการมี Myoglobin ในปัสสาวะ ทั้งที่โดยปกติจะอยู่ในกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่หากกล้ามเนื้อถูกทำลายอย่างเช่นโรค Rhabdomyolysis ก็จะทำให้ Myoglobin ออกมาปนในปัสสาวะได้

ปัสสาวะสีน้ำตาล

เมื่อเรารับประทานถั่วในปริมาณมากๆ หรือรับประทานยาหลายชนิด จะทำให้สีของปัสสาวะเป็นสีน้ำตาลได้ แต่ก็อาจหมายถึงในปัสสาวะมีลิ่มเลือดปะปนในนั้น หรือเกิดจากน้ำดีจากภาวะดีซ่านด้วยเช่นกัน และยังสามารถเกิดจากในปัสสาวะมี Myoglobin หรือ Hemoglobin ได้

การรับประทานยาควินินที่ใช้รักษาโรคมาลาเรียจนทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อย รวมถึงผู้ป่วยโรคเลือด G6PD Deficiency  ถ้าได้ยาที่แพ้จะทำให้เม็ดเลือดแดงแตกอีกด้วย หรืออาจเกิดจากการรับประทานยาดังต่อไปนี้ primaquine   methocarbamol  chloraquine  furazolidone ท nitrofurantoin  metronidazole cascara / senna laxatives และ sorbitol เป็นต้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

ปัสสาวะสีขาวขุ่นมาก

มักพบในผู้ที่รับประทานอาหารมากเกินไป หรือดื่มนมปริมาณมากๆ ซึ่งเกิดจากผลึกของ phosphate หรือเกิดจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เช่น โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือโรคกรวยไตอักเสบ รวมถึงเกิดจากการมีน้ำเหลืองปนในปัสสาวะที่เรียกว่า Chyuria 

ปัสสาวะสีน้ำนม

เป็นสีของหนองที่มาจากทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือเป็นสีของไขมันที่เกิดจากท่อน้ำเหลืองอุดตัน โดยมักจะพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคเท้าช้าง

ปัสสาวะสีส้ม

ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบจะมีสีของปัสสาวะเป็นสีส้ม อันเนื่องมาจากการรับประทานยาที่ใช้รักษาโรคคือ phenazopyridine เป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาอาการปัสสาวะขัด rifampin, sulfasalazine และ phenacetin คือ ยารักษาวัณโรค อีกทั้งยังเกิดจากการรับประทานอาหารบางชนิดเป็นจำนวนมาก เช่น แครอท วิตามินซี หรือวิตามินบี 2 เป็นต้น

ปัสสาวะสีน้ำเงิน

หากเรากำลังอยู่ในช่วงรับประทานยาเพื่อรักษาอาการไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ จะทำให้สีของปัสสาวะเป็นสีฟ้าอ่อน หรือสีน้ำเงิน โดยยาที่พบว่าใช้บ่อยคือ Methylene blue และยังมียาชนิดอื่นๆ เช่น triamterene, indomethacin, amitriptyline, cimetidine, Phenergan และ resorcinol เป็นต้น

ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า สีของปัสสาวะนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยและยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถประเมินสุขภาพของตัวเองเบื้องต้นได้ว่า ควรต้องไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยโรคแล้วรับการรักษาหรือไม่ หรือควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำอย่างไรให้เหมาะสม


ที่มาของข้อมูล

Aycock, Ryan D.; Kass, Dara A. (2012). "Abnormal Urine Color". Southern Medical Journal. Southern Medical Association. 105 (1): 43–47. doi:10.1097/smj.0b013e31823c413e. ISSN 0038-4348. PMID 22189666

"Urine". abnormal color: MedlinePlus Medical Encyclopedia. 2019-01-28. Retrieved 2019-02-10.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป