Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การคุมกำเนิด

การเปลี่ยนยาคุมเมื่อหย่านม

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,041,956 คน

การเปลี่ยนยาคุมเมื่อหย่านม

ในอดีต จะแนะนำให้หญิงหลังคลอดที่ต้องการให้นมบุตร คุมกำเนิดด้วยยาคุมชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว เพื่อไม่ให้กระทบกับการให้นม อย่างไรก็ตาม การศึกษาในเวลาต่อมาชี้ว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนในขนาดต่ำ ไม่กระทบต่อคุณภาพของน้ำนม, ปริมาณน้ำนม และระยะเวลาการให้นม

ขณะให้นมบุตรควรใช้ยาคุมแบบไหน?

ในปัจจุบัน องค์การอนามัยโลกจึงแนะนำว่าหญิงที่ต้องการให้นมบุตร สามารถใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมที่มีปริมาณเอสโตรเจนต่ำ (Ethinyl estradiol ไม่เกิน 0.035 มิลลิกรัม) ได้เช่นกัน แต่ห้ามใช้ในช่วง 3-6 สัปดาห์แรก เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ (Venous thromboembolism หรือ VTE)

แม้ว่าที่ผ่านมาจะยังไม่พบรายงานความผิดปกติใดๆ ต่อทารก แต่เนื่องจากไม่ทราบถึงความเสี่ยงหรือผลกระทบในระยะยาวที่อาจเกิดขึ้น หากทารกดื่มนมแม่ที่ใช้ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม 

ดังนั้น ในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด ซึ่งมีการแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียว การใช้ยาคุมชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ส่วนช่วงเวลาหลัง 6 เดือน แม้จะยังให้นมบุตรอยู่ แต่มักจะมีการป้อนอาหารอื่นเสริม และลดปริมาณการให้นมแม่ลงแล้ว จึงไม่น่าจะกังวลหากเปลี่ยนไปใช้ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมแทน

ผลข้างเคียงของยาคุมชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว

แม้ว่าผลข้างเคียงในภาพรวมของยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว (หรือยาคุมสูตรหญิงให้นมบุตร) จะน้อยกว่าชนิดฮอร์โมนรวม (หรือยาคุมสูตรปกติ) แต่ผลข้างเคียงเด่น ๆ ที่เป็น

  • การมีเลือดออกกะปริบกะปรอย
  • ประจำเดือนไม่ปกติ หรือไม่มีประจำเดือน 
  • ต้องรับประทานให้ตรงเวลาอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นก็เสี่ยงที่จะไม่มีผลคุมกำเนิดต่อเนื่อง ทำให้ผู้ใช้ยาคุมสูตรหญิงให้นมบุตรไม่พึงพอใจในการใช้นัก และมักจะไม่ใช้ต่อเนื่องหลังให้นมครบ 6 เดือน หรือเมื่อหย่านมไปแล้ว

ดังนั้น มาดูกันนะคะว่าจะเปลี่ยนยาเม็ดคุมกำเนิด จากสูตรให้นมบุตรไปเป็นสูตรปกติอย่างไรดี

ยาคุมทั้ง 2 ชนิดเป็นอย่างไร?

ก่อนอื่น เราต้องมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของยาคุมทั้งสองชนิดกันก่อน   

เริ่มด้วยยาคุมสูตรหญิงให้นมบุตร ในปัจจุบัน มีจำหน่ายอยู่ในประเทศไทย 3 ยี่ห้อ ได้แก่ เอ็กซ์ลูตอน, เดลิตอน และซีราเซท ซึ่งทุกยี่ห้อ จะมีเม็ดยาฮอร์โมน 28 เม็ดใน 1 แผงค่ะ ไม่มีเม็ดแป้งอยู่เลย และเมื่อรับประทานหมดแผงแล้วก็จะต่อแผงใหม่ในวันถัดมา ไม่ต้องเว้นว่างเพิ่มเติม ส่งผลให้อาจไม่มีประจำเดือนมาตามรอบสม่ำเสมอ

ในขณะที่ยาคุมสูตรปกติ มีหลายยี่ห้อ และมีหลายรูปแบบค่ะ เช่น...

  • ยาคุมแบบ 21 เม็ด ใน 1 แผงจะมีเม็ดยาฮอร์โมน 21 เม็ด ไม่มีเม็ดแป้ง เมื่อรับประทานหมดแผงแล้วก็ให้เว้นว่าง 7 วันก่อนต่อยาคุมแผงใหม่ ประจำเดือนจะมาในช่วงที่เว้นว่าง โดยมักจะมาหลังใช้ยาหมดไปแล้ว 2 – 3 วัน หรือคลาดเคลื่อนเล็กน้อย
  • ยาคุมแบบ 22 เม็ด ได้แก่ ยาคุมยี่ห้อออยเลซ ใน 1 แผงจะมีเม็ดยาฮอร์โมน 22 เม็ด ไม่มีเม็ดแป้งเลยเช่นกัน เมื่อรับประทานหมดแผงแล้วก็ให้เว้นว่าง 6 วันก่อนต่อยาคุมแผงใหม่ ประจำเดือนจะมาในช่วงที่เว้นว่าง โดยมักจะมาหลังใช้ยาหมดไปแล้ว 2 – 3 วัน หรือคลาดเคลื่อนเล็กน้อย
  • ยาคุมแบบ 28 เม็ด ซึ่งจะมีทั้งสูตร 21/7 นั่นคือมีเม็ดยาฮอร์โมน 21 เม็ด + เม็ดแป้ง 7 เม็ด และสูตร 24/4 นั่นคือมีเม็ดยาฮอร์โมน 24 เม็ด + เม็ดแป้ง 4 เม็ด ไม่ว่าจะเป็นสูตรใด เมื่อใช้จนหมดแผงครบทั้ง 28 เม็ดแล้ว จะต้องต่อยาคุมแผงใหม่ในวันถัดมา ไม่ต้องเว้นว่างเพิ่มอีก ประจำเดือนจะมาในช่วงที่รับประทานเม็ดแป้งของแผง โดยมักจะมาหลังใช้เม็ดยาฮอร์โมนหมดไปแล้ว 2 – 3 วัน หรือคลาดเคลื่อนเล็กน้อย

หากอยากเปลี่ยนยาคุม ต้องรอของเก่าหมดแผงไหม?

ดังนั้น เมื่อต้องการเปลี่ยนไปใช้ยาคุมสูตรปกติ ไม่จำเป็นจะต้องรอให้ใช้ยาคุมสูตรหญิงให้นมบุตรหมดแผงก่อนนะคะ (หรือหากเสียดาย ก็ใช้แผงเดิมไปให้หมดแผงก่อนก็ได้) และไม่จำเป็นจะต้องรอให้ประจำเดือนมาก่อนเช่นกันค่ะ

หากมั่นใจว่าที่ผ่านมารับประทานยาคุมถูกต้องและตรงเวลาสม่ำเสมอ จะมีความเสี่ยงน้อยมากที่จะตั้งครรภ์ จึงสามารถเริ่มรับประทานยาคุมสูตรปกติได้เลย (แทนการรับประทานยาคุมเดิม) ไม่ต้องเว้นว่างเพิ่มเติมนะคะ เพื่อให้มีผลคุมกำเนิดต่อเนื่องกัน

และหากต้องการใช้ยาคุมสูตรปกติแบบ 28 เม็ด ซึ่งจะมีทั้งเม็ดยาฮอร์โมนและเม็ดแป้งอยู่ในแผง ให้เริ่มใช้จากเม็ดยาฮอร์โมนไปให้หมดก่อนจึงค่อยเริ่มใช้เม็ดแป้งค่ะ

โดยทั่วไป ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมแบบ 28 เม็ดเกือบทุกยี่ห้อ จะเรียงลำดับโดยให้เม็ดยาฮอร์โมนอยู่ก่อน และมีเม็ดแป้งอยู่ท้ายแผง การรับประทานตามลำดับจาก 1 ไปหา 28 จึงถือเป็นการใช้เม็ดยาฮอร์โมนก่อนเม็ดแป้งอยู่แล้ว

แต่มียกเว้นสำหรับยาคุมยี่ห้อไตรควิล่าร์ อีดี, ไมโครไกนอน 30 อีดี และไกเนร่า อีดี ที่อาจเรียงลำดับต่างออกไป จึงต้องเน้นว่าในแผงแรกที่เปลี่ยนยาคุม โดยเฉพาะเมื่อจะใช้ 3 ยี่ห้อที่กล่าวมานี้ จะต้องรับประทานเม็ดยาฮอร์โมนก่อนเสมอนั่นเอง

การเปลี่ยนยาคุมตามนี้ จะถือว่ามีผลคุมกำเนิดต่อเนื่องกัน จึงมีเพศสัมพันธ์หลั่งในได้ตามปกติ

และเมื่อเริ่มใช้ยาคุมสูตรปกติแล้ว การต่อแผงถัดไป ก็ใช้หลักเกณฑ์ของยาคุมรูปแบบที่ใช้นั่นเองค่ะ เช่น ถ้าเป็นยาคุมแบบ 21 เม็ด หมดแผงแล้วก็ต้องเว้นว่าง 7 วันก่อนจึงค่อยต่อแผงใหม่ แต่ถ้าใช้ยาคุมแบบ 28 เม็ด หมดแผงแล้วก็ให้ต่อแผงใหม่ในวันถัดมา

ยาคุมรายเดือน 1 แผง ไม่ว่าจะเป็นชนิดหรือรูปแบบใด จะใช้นาน 28 วันเหมือนกันเสมอ

แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากการใช้ยาคุมสูตรหญิงให้นมบุตรคือ จะมีประจำเดือนมาตามรอบปกติในช่วงปลอดฮอร์โมน (ช่วงที่เว้นว่าง หรือช่วงที่รับประทานเม็ดแป้ง) ของแผงนั่นเอง

แต่ในกรณีที่กังวลว่าอาจมีการตั้งครรภ์ในช่วงที่รับประทานยาคุมสูตรหญิงให้นมบุตร เช่น ลืมรับประทานบ่อยครั้ง อาจต้องพิจารณาตรวจการตั้งครรภ์ด้วยชุดทดสอบทางปัสสาวะ ในตอนเช้าหลังตื่นนอน ห่างจากวันที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุดอย่างน้อย 14 วัน เพื่อความชัดเจนก่อน

ในระหว่างที่รอตรวจการตั้งครรภ์ สามารถรับประทานยาคุมสูตรเดิมได้ แต่ควรรับประทานให้ตรงเวลาสม่ำเสมอ และเมื่อตรวจแล้วและได้ผลออกมาเป็น 1 ขีด คือไม่ตั้งครรภ์ ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้ยาคุมสูตรปกติในวันนั้นได้เลย โดยถือว่ามีผลคุมกำเนิดต่อเนื่องกัน

แต่ถ้าไม่ได้ใช้ต่อเนื่องกัน โดยหยุดรับประทานยาคุมสูตรหญิงให้นมบุตรไปแล้ว และไม่ได้เริ่มใช้ยาคุมสูตรปกติแผงแรกภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน ก็จะต้องงดมีเพศสัมพันธ์ หรือต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยไปก่อน จนกว่าจะใช้ยาคุมแผงใหม่ติดต่อกันครบ 7 วันนะคะ

หรืออีกวิธีก็คือ หยุดใช้ยาคุมแผงเดิม แล้วรอให้ประจำเดือนมาก่อนค่ะ (ในระหว่างที่รอก็ต้องงดมีเพศสัมพันธ์ หรือต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์) เมื่อประจำเดือนมาแล้ว ให้เริ่มรับประทานยาคุมสูตรปกติแผงแรกภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน ซึ่งจะถือว่ามีผลคุมกำเนิดได้เลยหลังรับประทานนะคะ


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
อาการก่อนเป็นประจําเดือน
อาการก่อนเป็นประจําเดือน

อย่าด่วนตัดสินว่า ขี้เหวี่ยง ขี้วีน ขี้กังวล ร้องไห้ง่าย คือนิสัยของผู้หญิง แท้ที่จริงอาจมาจากพีเอ็มเอสก็ได้

PMS พีเอมเอส อาการหงุดหงิดขั้นรุนแรง ก่อนที่จะมีประจำเดือน
PMS พีเอมเอส อาการหงุดหงิดขั้นรุนแรง ก่อนที่จะมีประจำเดือน

รู้จัก เข้าใจ และพร้อมรับมือกับทุกอาการพีเอ็มเอส...หนักแค่ไหนก็เอาอยู่

ปวดท้องประจำเดือน (Menstrual Cramps)
ปวดท้องประจำเดือน (Menstrual Cramps)

เรียนรู้ ทำความเข้าใจ ทำอย่างไรให้ "วันนั้นของเดือน" ไม่ใช่วันทุกข์อีกต่อไป

ดูในแอป