Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ดัชนีมวลกาย (BMI) บอกอะไรได้บ้าง?

ใช้วิธีคำนวณบีเอ็มไอ (BMI) เพื่อหาค่าดัชนีมวลกายของคุณ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,627,841 คน

ดัชนีมวลกาย (BMI) บอกอะไรได้บ้าง?

ดัชนีมวลกายคืออะไร                    

ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "ค่าบีเอ็มไอ" คือ ค่าประมาณระดับไขมันในร่างกายโดยใช้น้ำหนักและส่วนสูงของตนเองเป็นเกณฑ์วัด การคำนวณค่าดัชนีมวลกายไม่ใช่การวัดระดับไขมันโดยตรง แต่เป็นตัวชี้วัดไขมันในร่างกายที่ค่อนข้างได้มาตรฐานสำหรับคนส่วนใหญ่ทั้งเพศหญิงและเพศชาย หากคุณอยากทราบว่าไขมันในร่างกายของตนเองอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ หรือคุณกำลังเข้าสู่เกณฑ์ไขมันของคนอ้วน การวัดดัชนีมวลกายสามารถหาคำตอบให้กับคุณได้

วิธีวัดปริมาณไขมันในร่างกายวิธีอื่น

นอกจากเหนือจากการหาคำนวณค่าดัชนีมวลกายแล้ว มีอีกหลากหลายวิธีในการประเมินระดับของไขมันและกล้ามเนื้อในร่างกาย รวมทั้งเป็นการวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition Analysis) ด้วย ซึ่งวิธีอื่นๆ ที่นิยมใช้กัน ได้แก่ 

โฆษณาจาก HonestDocs
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614
  • การวัดความหนาของชั้นผิวหนัง (Skinfold thickness) 
  • การชั่งน้ำหนักใต้น้ำ (Underwater weighing) 
  • การวัดองค์ประกอบของร่างกายด้วยกระแสไฟฟ้า (Bioelectrical impedance)

วิธีและสูตรคำนวณดัชนีมวลกาย

1. สูตรคำนวณดัชนีมวลกายแบบเมตริกซ์ 

สูตรคำนวณดัชนีมวลกายแบบเมทริกซ์ (Metric BMI Formula) คือ น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / [ส่วนสูง (เมตร)]2

ตัวอย่าง: น้ำหนักตัว = 68 กิโลกรัม ส่วนสูง = 165 เซนติเมตร (เท่ากับ 1.65 เมตร)
วิธีคิด: 68 / (1.65)2 = มีค่าดัชนีมวลกาย 24.98 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

2. สูตรคำนวณดัชนีมวลกายแบบอังกฤษ 

สูตรคำนวณดัชนีมวลกายแบบอังกฤษ (English BMI Formula) คือ น้ำหนักตัว (ปอนด์) / [ส่วนสูง (นิ้ว)]2 x 703

ตัวอย่าง: ถ้าคุณมีน้ำหนักตัว 150 ปอนด์ และสูง 5 ฟุต 5 นิ้ว (เท่ากับ 65 นิ้ว)
วิธีคิด: [150 / (65)2] x 703 = มีค่าดัชนีมวลกาย 24.96 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

หรือหากคุณต้องการใช้โปรแกรมหาคำนวณค่า BMI เพื่อไม่ให้เสียเวลา ก็สามารถคลิกได้ที่นี่

ดัชนีมวลกายบอกอะไรได้บ้าง

คุณสามารถแปลผลของค่าดัชนีมวลกายสำหรับผู้ใหญ่ได้ด้วยตารางง่ายๆ ต่อไปนี้ 

โฆษณาจาก HonestDocs
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614
ค่าดัชนีมวลกายเกณฑ์น้ำหนัก
ต่ำกว่า 18.5 น้ำหนักน้อย
18.5-24.9 น้ำหนักปกติ
25.0-29.9น้ำหนักเกิน
มากกว่า 30.0 อ้วน


สำหรับการแปลค่าดัชนีมวลกายในเด็กนั้นจะแตกต่างออกไปจากของผู้ใหญ่ เพราะจะต้องใช้ตารางการเจริญเติบโต (Growth chart) และเปอร์เซนไทล์ (percentile) ในการวัดด้วยด้วย ถ้าเปิดดูตารางการเจริญเติบโต แล้วน้ำหนักเด็กอยู่ในเปอร์เซนไทล์ที่ 95 หรือมากกว่านั้น แปลว่าเด็กอยู่ในเกณฑ์อ้วน

ข้อจำกัดของการใช้ดัชนีมวลกายเพื่อวัดปริมาณไขมันในร่างกาย

แม้ว่าดัชนีมวลกายจะสัมพันธ์กับการวัดไขมันในร่างกายค่อนข้างมาก แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้างโดยขึ้นอยู่กับเพศ อายุ และความสามารถทางกีฬา เช่น

  • ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีปริมาณไขมันในร่างกายมากกว่าผู้ชาย
  • ผู้ที่อายุมากกว่า จะมีแนวโน้มที่จะมีปริมาณไขมันในร่างกายมากกว่าผู้ที่อายุน้อยกว่า
  • นักกีฬาที่ฝึกฝนมาอย่างดีและยาวนานจะมีดัชนีมวลกายสูง เนื่องจากมีมวลกล้ามเนื้อมาก ซึ่งทำให้น้ำหนักตัวที่มากนั้นมาจากมวลกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ไขมัน หรือองค์ประกอบของร่างกาย และไขมันในร่างกาย 

นักกีฬาซึ่งมีมวลกล้ามเนื้อมากจำเป็นจะต้องปรับวิธีการคำนวณดัชนีมวลกายใหม่ เพราะว่าค่าดัชนีมวลกายไม่สามารถแยกแยะสัดส่วนองค์ประกอบต่างๆ ของร่างกายที่รวมกันเป็นน้ำหนักตัวทั้งหมดได้ ดังนั้น นักกีฬาจึงต้องใช้วิธีการวัดองค์ประกอบของร่างกาย และปริมาณไขมันในร่างกายโดยตรง จะดีกว่าการคำนวณดัชนีมวลกาย 

นอกจากนี้ นักกีฬาและครูผู้ฝึกยังควรทราบด้วยว่า การคำนวณดัชนีมวลกายนั้น ใช้เพื่อคัดกรองความเสี่ยงที่เกิดจากไขมันในร่างกายที่สูงเกินในกลุ่มประชากรทั่วไป ซึ่งไม่ใช่เครื่องมือที่ดีในการวัดผลกับนักกีฬาที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก และมีมวลกล้ามเนื้อค่อนข้างมาก

ความเสี่ยงของสุขภาพจากการมีดัชนีมวลกายสูง

เหตุผลที่มักใช้ดัชนีมวลกายในการคัดกรองสุขภาพของประชากรทั่วไปนั้น เนื่องจากการมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มีความสำคัญอย่างมากกับการมีปัญหาสุขภาพ รวมถึงการเกิดโรคเรื้อรัง และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์หรืออ้วน จะเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาสุขภาพหรือเกิดโรคแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น เช่น 

  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคข้อเสื่อม
  • โรคมะเร็งบางชนิด
  • เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือมีปัญหาทางเดินหายใจ

การมีไขมันส่วนเกินในร่างกายมากเกินไป นอกจากจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนหลายอย่างแล้ว ไขมันยังเป็นปัจจัยทำให้รูปร่างสัดส่วนของร่างกายเราดูไม่กระชับ หาเสื้อผ้าใส่ลำบากและส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจในตนเองเวลาต้องชั่งน้ำหนัก ซึ่งการปรับให้ค่าดัชนีมวลกายกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกตินั้นทำได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องมีวินัยและความสม่ำเสมอเท่านั้น นั่นก็คือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมัน น้ำตาลและแป้งให้น้อยลง หมั่นออกกำลังกายให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวเพื่อเผาผลาญไขมันที่อยู่ข้างใน เพียงเท่านี้ การมีสุขภาพที่ดีกับค่าดัชนีมวลกายที่กลับมาอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
คำนวณค่า BMI ดัชนีมวลกาย
คำนวณค่า BMI ดัชนีมวลกาย

โปรแกรมคำนวณค่า BMI พร้อมประเมินความอ้วน-ผอมเบื้องต้น สำหรับชาวเอเชียโดยเฉพาะ

บีเอ็มไอ(BMI): ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) บ่งบอกอะไรบ้าง ?
บีเอ็มไอ(BMI): ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) บ่งบอกอะไรบ้าง ?

ใช้วิธีคำนวณบีเอ็มไอ (BMI) เพื่อหาดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) ของคุณ

ดูในแอป