Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การรักษา

รู้จักกับ “มะตูม” สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ดับกระหายคลายร้อน

รู้หรือไม่ว่า มะตูมนอกจากจะเอามาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้แล้ว ส่วนอื่นๆ ของมะตูมก็สามารถนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรบำรุงร่างกายได้อีกด้วย!
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,065,303 คน

รู้จักกับ “มะตูม” สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ดับกระหายคลายร้อน

มะตูม หนึ่งในพืชสมุนไพรที่คนไทยต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี และนิยมนำผลมาทำเป็นเครื่องดื่มตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน น้ำมะตูมนั้นมีรสชาติหวานหอม ช่วยแก้กระหายได้ดี และมีสรรพคุณค่าทางยาที่ช่วยบำรุงธาตุให้กับผู้สูงอายุอีกด้วย แต่ไม่เพียงแค่ส่วนของผลเท่านั้นที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ส่วนอื่นๆ ของมะตูม ไม่ว่าจะเป็นราก ใบ หรือเปลือก ก็ล้วนสามารถนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรที่มีประโยชน์ไม่แพ้กัน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับมะตูม

  • มะตูม (Beal) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aegle marmelos (L.) Correa
  • คนไทยแต่ละภาคเรียกมะตูมด้วยชื่อที่แตกต่างกัน ได้แก่ มะปิน (ภาคเหนือ) หมากตูม (ภาคอีสาน) กันตาเถร ตุ่มตัง หรือตูม (ภาคใต้)
  • มะตูมเป็นไม้ผลยืนต้น เติบโตในแถบพื้นเมืองบริเวณป่าดิบและตามเนินเขา พบมากในที่ราบของอินเดียตอนกลาง อินเดียตอนใต้ ปากีสถาน บังกลาเทศ พม่า และเวียดนาม จนกระทั่งถูกนำมาเพาะปลูกที่ไทยในเวลาต่อมา และแพร่หลายไปทั่วทุกภาคในปัจจุบัน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของมะตูม

  • ลำต้นมีความสูงประมาณ 18 เมตร เปลือกด้านนอกจะเป็นสีเทา มีความเรียบ มองเห็นร่องตื้น จัดอยู่ในไม้เนื้อแข็ง เนื้อไม้ด้านในมีสีขาวแกมเหลือง มีกลิ่นหอม
  • โคนต้นและกิ่งก้านจะมีหนามที่ยาวแหลม มีความแข็ง แทงตัวออกมาในลักษณะหนามเดี่ยว หรือหนามคู่
  • ลักษณะของใบประกอบกันเหมือนขนนก มีขนาดกว้าง 3-6 เซนติเมตร ยาวประมาณ 4-12 เซนติเมตร โคนใบสอบมน ส่วนปลายใบแหลม พบเส้นแขนงใบราว 6-10 คู่ ปลายเส้นแขนงจะจรดกันไม่ถึงขอบใบ หลังใบเป็นสีเขียวเข้มและมัน ท้องใบจะเป็นสีขาว การออกใบจะออกเป็นเกลียววนรอบกิ่ง ใบมีกลิ่นหอม เมื่อนำไปส่องแดดจะมองเห็นต่อมน้ำมันสีใสกระจายตัวอยู่ด้านใน
  • ดอกมะตูมมีสีขาว ขนาดเล็ก มักออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ดอกจะออกเป็นช่อชนิดสมบูรณ์เพศ พบได้ที่ซอกใบ หรือปลายกิ่ง มีดอกย่อยสีขาวอมเขียว มีกลิ่นหอม
  • ผลมะตูมจะมีเปลือกแข็งหุ้มด้านนอก รูปทรงเหมือนไข่ หรือกลม ผลอ่อนจะมีเปลือกสีเขียวแข็ง เมื่อแก่จะเป็นสีเขียวอมเหลือง เส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 5-15 เซนติเมตร บางผลเปลือกด้านนอกมีความแข็งมาก ไม่สามารถแกะออกด้วยมือหรือมีดได้ ต้องใช้ค้อนทุบเพื่อเอาเนื้อด้านในออกมา
    เนื้อด้านในมีสีส้มเหลือง นิ่ม รสชาติหวาน มีกลิ่นหอม และมีน้ำเหนียวข้นคล้ายยาง ภายในประกอบด้วยเมล็ดจำนวนมากแทรกอยู่ตามเนื้อ เมล็ดมีขนปกคลุมหนา ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมของกระรอกและสัตว์ป่า

คุณค่าทางอาหารจากมะตูม

มะตูมมีสารสำคัญหลากหลายชนิดที่ให้คุณค่าทางด้านการรักษาและบำรุงสุขภาพ ในผลมะตูมพบสารที่มีลักษณะเป็นเมือก เคติน แทนนิน น้ำมันหอมระเหย และสารที่มีรสขม ส่วนในรากมะตูมพบสารสเตียรอยดัล-อัลกาลอยด์ และคูมริน

สารเหล่านี้มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ช่วยต้านไวรัส เชื้อมาลาเรีย ช่วยฆ่าพยาธิ ยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้ ช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบ ต้านฮีสตามีน ลดและยับยั้งระดับน้ำตาลในเลือด กระตุ้นให้อินซูลินมีปริมาณเพิ่มขึ้น ลดไขมัน ลดภาวะอักเสบ และช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

สรรพคุณทางยาของมะตูมที่นิยมใช้

  • เปลือกและลำต้น สามารถนำมาใช้รักษาอาการไข้ ในอดีตถูกใช้เป็นยารักษาไข้มาลาเรีย และช่วยขับลมในลำไส้ ลดพิษไข้ รักษาน้ำดี และแก้พิษฝี
  • ใบสด นิยมนำมาใช้แก้อาการไอ ลดเสมหะ ยิ่งในผู้ป่วยที่มีโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังให้ดื่มน้ำคั้นจากใบมะตูม จะช่วยบรรเทาอาการเรื้อรังที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
  • ผลอ่อน นิยมนำมาใช้เป็นยามากที่สุด มีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร และขับลมในกระเพาะ
  • ผลแก่ ช่วยลดเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร นอกจากนี้ยังนิยมนำไปทำเป็นเครื่องดื่มแก้ร้อนใน ช่วยดับกระหายได้
  • ผลสุกที่เละนิยมนำเนื้อมาใช้เป็นยาระบาย และยาช่วยย่อยอาหารในเด็ก
  • ผลดิบนิยมนำมาใช้แก้อาการบิด แก้ท้องเสียในเด็กเล็ก
  • รากมะตูมใช้แก้หืดหอบ แก้ไอ ขับลม  แก้อาการปวดหลัง ปวดเมื่อย และการขับถ่ายไม่ปกติ
bael-herb-for-healthy-quench-thirst
รูปภาพ เครื่องดื่มน้ำมะตูม

เครื่องดื่มน้ำมะตูม

น้ำมะตูมจัดได้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยดับกระหายได้เป็นอย่างดี มีกลิ่นหอม และรสชาติหวานอร่อย ทำให้รู้สึกชุ่มคอ เต็มไปด้วยประโยชน์หลากหลาย ช่วยขับลม แก้อาการจุกเสียดในช่องท้อง รักษาโรคกระเพาะ ลดอาการบิดของโรคลำไส้ และมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ที่สำคัญยังมีขั้นตอนการทำที่ง่ายมากๆ อีกด้วย

ขั้นตอนการทำเครื่องดื่มน้ำมะตูมแบบง่ายๆ

  • นำมะตูมแห้งที่ฝานเป็นแว่นประมาณ 5-8 แว่น ไปย่างไฟ หรือคั่วให้หอมในกระทะ
  • เติมน้ำเปล่าลงในหม้อ แล้วนำมะตูมที่เตรียมไว้ใส่ตามลงไป ต้มจนกระทั่งน้ำเดือด สังเกตว่าน้ำจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล ให้เบาไฟลงและต้มต่อไปอีกประมาณ 15-20 นาที
  • ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายแดงตามชอบ คนจนน้ำตาลละลายจนหมด ให้เคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ จนน้ำมีสีเข้มขึ้น และส่งกลิ่นหอม หลังจากนั้นยกลงจากเตา กรองด้วยผ้าขาวบางเพื่อเอาเศษมะตูมออก ตั้งพักทิ้งไว้ โดยสามารถดื่มได้ทั้งแบบร้อนและเย็น ไม่ว่าจะแบบไหนก็อร่อยและมีประโยชน์ไม่แพ้กัน

ข้อควรระวังในการดื่มน้ำมะตูม

ควรระมัดระวังปริมาณน้ำตาลที่ผสมในน้ำมะตูม หากมีปริมาณมากเกินไปอาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้ และเนื่องจากมะตูมมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ หากดื่มมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป