มะเร็งและโรคร้าย

เรื่องควรรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมะเร็งปอดระยะสุดท้าย

อาการ การวินิจฉัย การรักษา และการพยากรณ์โรค
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
เรื่องควรรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมะเร็งปอดระยะสุดท้าย

ถ้าคุณเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย คุณอาจรู้สึกย่ำแย่แต่ก็ไม่น่ากลัวทั้งหมด มะเร็งปอดระยะสุดท้ายหมายความว่าอย่างไร? จะรักษาได้อย่างไร? และจะได้รับการสนับสนุนตามความต้องการอย่างไร?

นิยามของมะเร็งปอดระยะสุดท้าย

หมายความว่าอย่างไรถ้าแพทย์บอกว่าเป็น “มะเร็งปอดระยะสุดท้าย”? ส่วนมากเวลาที่แพทย์ใช้คำว่ามะเร็งปอดระยะสุดท้าย หมายถึงมะเร็งปอดระยะที่สามบีหรือระยะที่สี่ แม้ว่ามะเร็งปอดชนิดสมอลล์เซลล์ (Small cell lung cancer) สามารถลุกลามเป็นระยะสุดท้ายได้แต่ส่วนใหญ่เวลาที่แพทย์เฉพาะทางมะเร็งวิทยาใช้คำว่า“มะเร็งปอด” จะหมายถึงมะเร็งปอดชนิดนอน-สมอลล์เซลล์ (non-small cell lung cancer) ซึ่งเป็น 85% ของมะเร็งปอดทั้งหมด โดยเหตุผลที่แบ่งมะเร็งปอดออกเป็นระยะต้นกับระยะท้ายนั้นเนื่องจากการรักษาที่แตกต่างกัน มะเร็งปอดระยะต้นนั้นการรักษาอันดับแรกคือการผ่าตัด ขณะที่การรักษาวิธีอื่น ๆ นั้นนิยมใช้ในระยะสุดท้ายของโรคอย่างน้อยในตอนแรก

ระยะของมะเร็งปอดระยะสุดท้าย

ดังที่กล่าวไปแล้ว ว่ามะเร็งปอดระยะสุดท้าย มักหมายถึงมะเร็งปอดชนิดนอน-สมอลล์เซลล์ระยะที่สามบีและระยะที่สี่

  • ระยะสามบี (Stage IIIB) - มะเร็งปอดชนิดนอน-สมอลล์เซลล์ระยะที่สามบี หมายถึง ก้อนมะเร็งขนาดใดก็ได้ที่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองซึ่งอยู่ในทรวงอกด้านตรงข้ามใกล้กระดูกไหปลาร้า หรือมะเร็งกินอวัยวะอื่น ๆ ในทรวงอก เช่น หัวใจ หรือหลอดอาหาร
  • ระยะที่สี่ (Stage IV) - มะเร็งปอดชนิดนอน-สมอลล์เซลล์ระยะที่สี่ หมายถึง มะเร็งกระจายไปที่ช่องเยื่อหุ้มปอด (Malignant pleural effusion) หรือกระจายไปส่วนอื่นของร่างกาย ซึ่งมะเร็งส่วนใหญ่จะกระจายไปกระดูก ตับ สมอง หรือต่อมหมวกไต

อาการของมะเร็งปอดระยะสุดท้าย

อาการของมะเร็งปอดระยะสุดท้ายอาจสัมพันธ์กับการปรากฏของก้อนมะเร็งในปอด และการกระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ (Metastasis) อาการทางปอดที่พบบ่อยได้แก่ ไอเรื้อรัง หายใจไม่อิ่ม ไอเป็นเลือด และหายใจหอบวี้ด และมะเร็งอาจกดเส้นประสาทในทรวงอกทำให้มีเสียงแหบได้ เมื่อมะเร็งปอดโตขึ้นหรือกระจายมากขึ้นอาจเกิดอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลดเอง และเบื่ออาหาร มะเร็งปอดที่กระจายไปสมองอาจทำให้ปวดหัว พูดไม่ชัด ความจำเสื่อม และอ่อนแรง หากกระจายไปตับก็จะปวดท้องและตัวเหลืองตาเหลือง ส่วนมะเร็งปอดที่กระจายไปกระดูกจะมีอาการปวดหลัง ปวดไหล่ และปวดซี่โครง

การวินิจฉัย

มะเร็งปอดระยะสุดท้ายอาจตรวจพบเบื้องต้นได้จากเอ็กซเรย์หรือซีทีสแกน แต่การเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อปอดมาตรวจเพิ่มเติมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อจะบอกว่าความผิดปกตินั้นเป็นมะเร็งหรือไม่ และเป็นมะเร็งชนิดใด สำหรับมะเร็งปอดชนิดนอน-สมอลล์เซลล์ระยะสุดท้ายนั้น การตรวจยีน (Gene profiling) หรือตรวจโมเลกุลสารพันธุกรรม (Molecular profiling) เป็นสิ่งสำคัญ ขณะที่การตรวจชิ้นเนื้อจากปอดแบบปกติก็จำเป็นเพื่อตรวจหายีนดังกล่าว และในปี 2016 การตรวจชิ้นเนื้อแบบของเหลวได้รับอนุญาตให้ใช้เพื่อตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนอีจีเอฟอาร์ (EGFR)

ชนิดของมะเร็งระยะสุดท้าย

มะเร็งปอดชนิดสมอลล์เซลล์อาจเกิดเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายได้ แต่มีหลากหลายประเภท ส่วนมะเร็งปอดชนิดนอน-สมอลล์เซลล์ระยะสุดท้าย ได้แก่

  • มะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมา(Lung adenocarcinoma) ซึ่งเกิดขึ้นประมาณครึ่งหนึ่งของมะเร็งปอดชนิดนอน-สมอลล์เซลล์ และมะเร็งปอดชนิดนี้พบบ่อยที่สุดในผู้หญิง ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ และวัยรุ่น
  • มะเร็งปอดชนิดสแควมัสเซลล์คาร์ซิโนมา (Squamous cell carcinoma) ซึ่งเกิดขึ้นประมาณ 30% ของมะเร็งปอดชนิดนอน-สมอลล์เซลล์
  • มะเร็งปอดชนิดลาร์จเซลล์คาร์ซิโนมา(Large cell carcinoma) เกิดประมาณ 10% ของมะเร็งปอดชนิดนอน-สมอลล์เซลล์
  • มะเร็งปอดชนิดอื่น ๆ จะพบว่ามะเร็งปอดชนิดที่กล่าวมานั้นรวมกันแล้วยังไม่ถึง 100% เนื่องจากมะเร็งปอดอาจมีลักษณะที่ก้ำกึ่งกันระหว่างชนิดต่าง ๆ ที่กล่าวไป เช่นอาจมีลักษณะเป็น “อะดีโนสแควมัส”(adenosquamous) หรือตำแหน่งของมะเร็งที่ต่างกันอาจมีลักษณะของมะเร็งมากกว่าสองชนิด

การรักษา

เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องกล่าวว่า การรักษามะเร็งปอดระยะสุดท้ายกำลังปรับปรุง และอัตรารอดชีวิตจากมะเร็งปอดระยะสุดท้ายกำลังดีขึ้น ดังนั้น ไม่ว่าข้อมูลสถิติหรือการรักษาใด ๆ ที่ได้อ่านมานั้น ไม่ทันสมัยและอาจทำให้รู้สึกท้อแท้ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเรียนรู้ว่าคุณสามารถทำอะไรกับโรคของคุณได้บ้าง แต่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้วิธีหาข้อมูลออนไลน์ ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันมีการรักษาโรคมะเร็งระยะท้ายใหม่ ๆ หลายวิธีระหว่างปี 2011-2015 ซึ่งมากกว่าช่วง 40 ปีที่ผ่านมาก่อนปี 2011 ซึ่งถือว่าเป็นความหวังอย่างมาก

ชนิดของการรักษา

ผู้ป่วยจะเริ่มมีส่วนร่วมในการรักษามะเร็งปอดมากกว่าที่ผ่านมา ไม่เหมือนความสัมพันธ์ของแพทย์กับผู้ป่วยแบบที่แพทย์เหมือนเป็นผู้ปกครองแบบแต่ก่อน แต่แพทย์และผู้ป่วยจะร่วมกันออกแบบวิธีการรักษาที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้ร่วมกัน สาเหตุส่วนหนึ่งคือปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษามากกว่าและการตัดสินใจบางครั้งขึ้นกับความพึงพอใจของผู้ป่วย ผลข้างเคียงของการรักษาที่ผู้ป่วยรับได้มากกว่าการเลือกวิธีการรักษาที่ดีกว่าวิธีใดวิธีหนึ่ง และอาจเป็นประโยชน์ที่จะแบ่งการรักษาออกเป็น 2 ประเภทง่าย ๆ คือ

  • การรักษาเฉพาะที่ – การรักษาเฉพาะที่ของมะเร็งนั้นคือการรักษาเฉพาะตำแหน่งที่มะเร็งอยู่ ได้แก่ การฉายรังสีและการผ่าตัด
  • การรักษาทุกส่วนของร่างกาย – การรักษาทุกส่วนมุ่งหวังเพื่อรักษามะเร็งไม่ว่าอยู่ส่วนใดของร่างกาย ได้แก่ เคมีบำบัด การใช้ยาจำเพาะต่อเซลล์มะเร็ง และภูมิคุ้มกันบำบัด

ตามนิยามของมะเร็งระยะสุดท้ายซึ่งมะเร็งจะไม่อยู่เฉพาะที่ ดังนั้นการรักษาต้องเป็นการรักษาทุกส่วน บางครั้งอาจสงสัยว่าทำไมการผ่าตัดจึงไม่แนะนำในระยะสามบี และระยะที่สี่ของมะเร็งปอด เหตุผลคือการผ่าตัดและการฉายรังสีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรักษามะเร็งปอดที่แพร่กระจายไปแล้วได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องผ่าตัด มีผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแบบทุกส่วน ซึ่งจะลดขนาดของก้อนมะเร็งทำให้การผ่าตัดมีประสิทธิภาพ และมะเร็งบางชนิดเช่นมะเร็งรังไข่ “การผ่าตัดลดขนาด” คือการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งบางส่วนออกบางส่วนซึ่งมีประโยชน์แต่มักไม่ค่อยทำในมะเร็งปอด ที่จริงแล้วการผ่าตัดจะเพิ่มความตึงเครียดให้กับร่างกายขณะที่ร่างกายต้องการความแข็งแรงเพื่อนทนกับการรักษา โดยการรักษาแบบทุกส่วนของร่างกายได้แก่

การใช้ยาจำเพาะต่อเซลล์มะเร็ง – ผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดนอน-สมอลล์เซลล์ระยะท้ายควรตรวจยีน (Gene profiling) หรือตรวจโมเลกุลสารพันธุกรรม (Molecular profiling) ของก้อนมะเร็ง ซึ่งทำโดยการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ ปัจจุบันมีการพบความผิดปกติของโครโมโซมและการกลายพันธุ์ของยีนหลายแบบซึ่ง“จำเพาะต่อยา” มากกว่าการค้นพบที่ผ่านมา ความผิดปกตินี้บอกถึงความผิดปกติของเซลล์มะเร็งหรือสัมพันธ์กับเซลล์มะเร็งที่ทำให้จำเพาะต่อยาบางตัว โดยถ้ามีการกลายพันธุ์ของยีนอีจีเอฟอาร์ (EGFR mutation) การรวมกันของยีนเอแอลเค (ALK fusion gene) หรือการเรียงลำดับยีนที่ผิดปกติของอาร์โอเอสวัน (ROS1 rearrangement) ซึ่งจำเพาะต่อยาบางตัว และการศึกษาวิธีรักษาแขนงนี้มีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็วในปีหน้า ถ้าการตรวจโมเลกุลสารพันธุกรรมไม่คล้ายคลึงกับที่กล่าวมาคราวปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยา

เคมีบำบัด – เคมีบำบัดเป็นการรักษาหลักในมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ซึ่งจะช่วยยืดอายุขัยของผู้ป่วย มีการใช้ยาผสมกันหลายชนิดแต่ยาส่วนใหญ่มีส่วนผสมของ “แพลทินัม” เช่น ยาแพลทนอล (Platinol) มีชื่อการค้าว่าซิสพลาทิน (Cisplatin)

ภูมิคุ้มกันบำบัด – ถ้าเคยดูข่าวหรืออ่านนิตยสารอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบำบัด การรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัด เป็นการรักษาที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก ในการรักษามะเร็งระยะท้ายซึ่งไม่เหมือนกับที่เคยได้ยินมาในอดีต โดยการรักษานี้เชื่อว่าเป็นการควบคุมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งในวิธีที่ต่างออกไป และยาตัวแรกในประเภทนี้ที่ใช้รักษามะเร็งปอดได้รับอนุญาตให้ใช้ในปี 2015 และยังมียาอีกหลายชนิดกำลังพัฒนาขึ้นซึ่งอยู่ในช่วงการทดลองทางคลินิก

การทดลองทางคลินิก – สถาบันมะเร็งแห่งชาติแนะนำว่าทุกคนที่เป็นมะเร็งระยะท้ายอาจพิจารณาเข้าร่วมการทดลองทางคลินิก แม้ว่าการทดลองทางคลินิกนั้นยังมีข้อที่ดูเร้นลับอยู่มาก แต่การทดลองทางคลินิกจะเสนอโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งในระยะสุดท้ายได้ทดลองยาใหม่ ๆ ในการรักษาโรค ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่เข้าร่วมการทดลองทางคลินิกสำหรับยาภูมิคุ้มกันบำบัดที่ได้รับอนุญาตในปี 2015 ได้ผลดีกว่าผู้ไม่ได้เข้าร่วมการทดลอง และควรระลึกว่าการรักษาใด ๆ ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้รักษามะเร็งปอดครั้งหนึ่งก็ต้องผ่านการทดลองทางคลินิกมาก่อน ปัจจุบันมีการทดลองทางคลินิกมากกว่า 100 การทดลองเพื่อหาการรักษาใหม่ ๆสำหรับมะเร็งปอด และควรตรวจสอบว่าจะหาการทดลองทางคลินิกสำหรับมะเร็งปอดได้อย่างไรเช่นเดียวกับการทดลองทางคลินิกแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายที่ทำโดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านมะเร็งปอดหลาย ๆ หน่วยงาน

การรักษามะเร็งที่แพร่กระจาย

ในอดีตการรักษามะเร็งที่แพร่กระจายนั้นเหมือนกันทุกคน แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ในผู้ป่วยบางรายที่เป็นมะเร็งปอดแล้วแพร่กระจายไปสมองหรือตับถ้ามีจุดที่กระจายไม่กี่จุด การรักษาคือใช้รังสีรักษาเฉพาะจุดซึ่งช่วยให้อายุยืนขึ้น ในรายที่เป็นมะเร็งปอดแพร่กระจายไปกระดูกจะมียาที่ใช้ซึ่งรู้จักกันดีคือ ยาบิสฟอสฟาเนท เช่นเดียวกับการใช้รังสีรักษาที่ช่วยควบคุมอาการปวด

การพยากรณ์โรค

เป็นเรื่องยากที่จะพยากรณ์โรคในมะเร็งปอดระยะสุดท้าย เนื่องจากต้องอาศัยข้อมูลทางสถิติที่รวบรวมจากการรักษามะเร็งปอดระยะสุดท้ายที่หลากหลายวิธี และข้อมูลล่าสุดที่รวบรวมมาพบว่าอัตราการรอดชีวิตของมะเร็งปอดระยะสุดท้ายใน 5 ปีน้อยกว่า 5% แต่อัตราการรอดชีวิตในระยะยาวของมะเร็งปอดระยะท้ายกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

การทำใจยอมรับและการสนับสนุนช่วยเหลือ

สิ่งที่คุณจะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วหลังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย คือมะเร็งปอดเป็นโรคในชุมชนและเป็นโรคในครอบครัว ควรติดต่อเพื่อนและครอบครัว เรียนรู้ที่จะเป็นผู้สนับสนุนวิธีรักษามะเร็งด้วยตนเอง พิจารณาติดต่อกับกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งรายอื่นทางออนไลน์ ซึ่งกลุ่มผู้ป่วยนี้จะเป็นเหมือนครอบครัวของคุณที่มีผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายหลาย ๆ คน

สำหรับผู้เป็นที่รัก

การดูแลคนที่รักที่ป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายอาจเป็นเรื่องที่ยากที่สุดที่เคยทำ แต่ก็เป็นรางวัลและเป็นคุณค่าชีวิตที่มากที่สุดเช่นกัน และให้แน่ใจว่าใช้เวลาสักครู่อ่านบทความนี้เมื่อคนที่คุณรักเป็นมะเร็งปอด

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่