การถ่ายเลือด (Blood Transfusion) คืออะไร?


ชาวอเมริกันกว่าห้าล้านคนได้รับการถ่ายเลือดในแต่ละปี

การถ่ายเลือด คือ การนำเลือดที่ได้รับจากการบริจาคถ่ายเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งทำให้ระดับของเลือดที่ต่ำอยู่สูงขึ้น โดยคุณอาจต้องได้รับการถ่ายเลือดถ้าจะผ่าตัด มีเลือดออก อุบัติเหตุ มะเร็ง มีการติดเชื้อ มีความผิดปกติของเลือด ตับมีปัญหา หรือมีโรคอื่นๆ ซึ่งการถ่ายเลือดนี้อาจให้เลือดทั้งหมดหรือให้เฉพาะส่วนประกอบของเลือดบางอย่างที่ผู้ป่วยรายนั้นต้องการก็ได้ บางครั้งการถ่ายเลือดนั้นใช้เลือดที่นำมาจากตัวผู้รับเลือดเองที่บริจาคเก็บไว้ก่อนหน้านั้น

เลือดที่จะให้ในการถ่ายเลือดนั้นต้องเข้ากันได้กับหมู่เลือดของผู้รับ ซึ่งแบ่งออกเป็น เอ(A) บี(B) เอบี(AB) หรือโอ(O) และยังแยกออกเป็นอีกสองประเภท คือ อาร์เอชบวก(Rh+) และ อาร์เอชลบ(Rh-) โดยธนาคารเลือดจะคัดกรองเลือดที่รับบริจาคมาอย่างระมัดระวังเพื่อแยกว่าเป็นเลือดหมู่ใดและยังต้องตรวจโรคติดเชื้อด้วย เช่น ไวรัสภูมิคุ้มกันบกพร่องในคน (human immunodeficiency virus) หรือเอชไอวี (HIV) ซึ่งสามารถติดได้ระหว่างการถ่ายเลือด

ตามข้อมูลจากสถาบันหัวใจ ปอด และเลือดแห่งชาติ (the National Heart, Lung, and Blood Institute) ของประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า คนอเมริกันกว่าห้าล้านคนได้รับการถ่ายเลือดในแต่ละปี

ขั้นตอนในการถ่ายเลือด

การถ่ายเลือดนั้นโดยทั่วไปจะทำในโรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์ หรือในสถานพยาบาล ขณะถ่ายเลือดจะต้องเปิดเส้นเลือดดำที่แขนเพื่อใส่สายน้ำเกลือเข้าไป หลังจากนั้นเลือดหรือส่วนประกอบของเลือดที่อยู่ในถุงจะไหลผ่านสายนี้เข้าไปในกระแสเลือด ปกติแล้วการให้เลือดนี้จะเสร็จใน 1-4 ชั่วโมง ควรแจ้งแก่แพทย์หรือพยาบาลทันทีหากคุณมีอาการเหล่านี้ระหว่างการให้เลือด

  • หายใจไม่อิ่ม
  • ไข้หรือหนาวสั่น
  • ปวดบริเวณสายน้ำเกลือ
  • คันผิดปกติ
  • รู้สึกไม่ค่อยสบาย

ก่อนการถ่ายเลือด

คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอาหารหรืองดกิจกรรมบางอย่างก่อนการถ่ายเลือด แต่ควรแจ้งกับแพทย์หากคุณเคยได้รับการถ่ายเลือดมาก่อนและมีผลข้างเคียงจากการถ่ายเลือด

หลังการถ่ายเลือด

หลังการถ่ายเลือด คุณอาจมีรอยช้ำบริเวณที่แทงเข็มและอาจต้องตรวจเลือดเพิ่มเพื่อดูว่าร่างกายตอบสนองต่อการถ่ายเลือดอย่างไร

ความเสี่ยงในการถ่ายเลือด

การถ่ายเลือดนั้นถือว่าปลอดภัยแต่ก็อาจมีภาวะแทรกซ้อนบางอย่างเกิดขึ้นได้ขณะให้หรือหลังให้เลือด ได้แก่

  • ปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรงหรืออะนาไฟแลกซิส (Anphylaxis)
  • ไข้
  • ปอดได้รับความเสียหาย
  • ปฏิกิริยาเม็ดเลือดแดงแตกจากระบบภูมิคุ้มกันฉับพลัน (Acute immune hemolytic reaction) เกิดเมื่อร่างกายทำลายเม็ดเลือดแดงที่ให้เข้าไปอย่างรวดเร็ว
  • ปฏิกิริยาเม็ดเลือดแดงแตกแบบช้า (Delayed hemolytic reaction) เกิดเมื่อร่างก่ายค่อยๆ ทำลายเม็ดเลือดแดงที่ให้เข้าไป
  • การติดเชื้อทางเลือด เช่น เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี
  • ภาวะเหล็กเกิน (ระดับของเหล็กในเลือดสูง)
  • กราฟ-เวอร์ซุส-โฮสท์ (Graft-versus-host disease) เกิดเมื่อเม็ดเลือดขาวในเลือดที่ให้ไปทำลายไขกระดูกของผู้รักษา

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ