การกินเพื่อสุขภาพ

7 กลเม็ดเคล็ดลับ แก้พฤติกรรมการกินจุกจิก ควบคุมอาการอยากขนม

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
7 กลเม็ดเคล็ดลับ แก้พฤติกรรมการกินจุกจิก ควบคุมอาการอยากขนม

นิสัยการกินจุกจิก เป็นปัญหาที่น่าหนักอกหนักใจไม่น้อยสำหรับผู้ที่พยายามควบคุมน้ำหนักและสัดส่วน เพราะเหล่าอาหารที่เราโหยหานี้มักไม่ใช่ผักหรือผลไม้ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่กลับเป็นกลุ่มขนมขบเคี้ยวหรือไม่ก็ขนมหวาน ที่นอกจากจะทำให้สัดส่วนของเราหลุดออกนอกกรอบแล้วยังนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพได้ด้วย ถ้าเราควบคุมอาการอยากกินไม่ได้ เราก็ต้องใช้กลเม็ดพิเศษในการจัดการกับพฤติกรรมการกินจุกจิกแทน!

นั่นเราหิวจริงๆ หรือแค่อยากหิว

1. อย่าซื้อขนมตุนไว้

กลเม็ดอย่างแรกเลยก็คือ ไม่ซื้อขนมทานเล่นเก็บไว้เลย เราต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลมโดยการไม่กักตุนเจ้าขนมเหล่านี้ไว้ในบ้าน ในรถ หรือในกระเป๋าโดยเด็ดขาด  ถ้าไม่มีขนมอยู่รอบๆในขณะที่รู้สึกโหย... เราก็กินไม่ได้! เพราะฉะนั้นแล้ว เขี่ยขนมขบเคี้ยวออกจากรายการอาหารที่ต้องซื้อได้เลย

2. ตามใจปาก...อย่างฉลาด

ถ้าความรู้สึกโหยมันทำให้ทรมาน เราก็ต้องตามใจปาก…อย่างชาญฉลาด! แทนที่จะทานขนมขบเคี้ยว ลองหันมาพึ่ง ถั่วกรุบกรอบ หรือ เมล็ดพืชอบแห้ง ที่มีเปลือกแข็งแทน อย่างเช่น ถั่วลิสง ถั่วปากอ้า วอลนัท ลูกเกาลัด เมล็ดทานตะวัน และเมล็ดแตงโม อาหารทานเล่นเหล่านี้นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว เปลือกที่แข็งและแกะค่อนข้างยากนี้จะทำให้เราทานได้ช้าลงและน้อยลงอีกด้วย แต่หากอยากทานของหวาน ให้มี ผลไม้รสหวาน ติดครัวไว้เลย แล้วจะดียิ่งขึ้นหากเป็นผลไม้ที่ต้องแกะเปลือกก่อนรับประทาน เพราะจะช่วยถ่วงเวลาได้ดีเช่นกัน

กินก็กินได้ แต่ต้องกินอย่างฉลาด

3. ตั้งใจทาน อย่าทำอย่างอื่น

ไม่ว่าจะทานขนมทานเล่นทั่วไปหรือหันมาทานถั่วหรือผลไม้แทนแล้วก็ตาม การควบคุบปริมาณนั้นก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการควบคุมปริมาณนี้ทำได้โดยการทานอย่างตั้งใจ ถ้าสังเกตพฤติกรรมของตนเองดูดีๆจะพบว่าเวลาที่ทานขนมทานเล่น เรามักจะทำกิจกรรมอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น ดูหนังหรือวีดีโอ คุยโทรศัพท์ และเล่นแชท แล้วรู้สึกตัวอีกทีก็ทานขนมจนหมดเสียแล้ว ดังนั้น เราควรแบ่งสัดส่วนที่จะทานในแต่ละครั้งใส่ภาชนะแยกไว้ให้ชัดเจน และตั้งใจทานจนหมด สมองจะได้รับรู้ว่าเราได้ทานสิ่งที่อยากจะทานในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว

4. เพิ่มความลำบากให้แก่การกิน

อีกหนึ่งเคล็ดลับในการควบคุมปริมาณอาหารทานเล่นก็คือ การทานด้วยความยากลำบาก เราอาจทานด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด หรือใช้พลาสเตอร์พันไว้ที่นิ้วใดนิ้วหนึ่งก็ได้ วิธีนี้จะช่วยถ่วงเวลาให้เรารู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้น นอกจากนี้แล้ว เรื่องอริยบถและสถานที่ก็สำคัญ เราควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมนั่งทานนอนทานบนโซฟาหรือเตียงนอนนุ่มๆ เพราะจะทำให้เรารู้สึกสบายตัวสบายใจในการรับประทานมากเกินไปและเผลอทานจนหมดอย่างไม่รู้ตัว

5. อย่าให้มือและปากว่าง

หนึ่งสิ่งที่เราต้องยอมรับเลยก็คือ นิสัยการกินจุกจิกนั้นไม่ได้เกิดจากความหิวไปเสียทุกครั้ง แต่มักเกิดจากการที่สมองรู้สึกว่ามือและปากว่างเกินไปต่างหาก เพราะฉะนั้น เมื่อเรารู้สึกว่าต่อมน้ำลายเริ่มทำงาน และสมองเริ่มสั่งการว่า ‘อยากกินของทอด...อยากกินของหวาน’ ให้รีบมองหากิจกรรมยามว่างที่ต้องใช้ความคิด ทาเล็บ เล่นโซเชียลมีเดียต่างๆ หรือพูดคุยกับคนรอบข้าง กิจกรรมเหล่านี้จะดึงดูดความสนใจของเราไปทางอื่นและทำให้มือและปากของเราไม่ว่างแล้ว

อยากกินของทอด...อยากกินของหวาน

6. ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ

บางทีร่างกายของเราก็รู้สึกโหยเมื่อเรากระหายน้ำเฉยๆ ลองดื่มน้ำสัก 1-2 แก้วเมื่อรู้สึกว่าอยากทานจุกจิก นอกจากนี้ การดื่มน้ำยังทำให้รู้สึกอิ่มขึ้นได้อีกด้วย

7. แปรงฟันซะเลย

กลเม็ดสุดเด็ดวิธีสุดท้ายในการจัดการกับพฤติกรรมกินจุกจิกก็คือการแปรงฟัน หลังจากการรับประทานมื้อเย็นแล้วให้แปรงฟันทันที เพื่อทำให้สมองเข้าใจว่าช่องปากของเราสะอาดแล้วและไม่ควรทานจุกจิกอีกแล้ว อีกทั้งความเย็นสดชื่นและกลิ่นมิ้นท์จากยาสีฟันจะช่วยลดอาการอยากทานอาหารขบเคี้ยวหรือของหวานได้อีกด้วย

แปรงฟันแล้วคือ จบนะ!

เคล็ดลับเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นตัวช่วยที่ได้ผลจริง แต่ทุกอย่างต้องเริ่มต้นด้วยความตั้งใจ เราต้องเชื่อว่าเราหยุดพฤติกรรมการกินจุกจิกนี้ได้ด้วยตัวเราเอง ถ้าเราไม่มีความจริงจังและปล่อยให้ปากของเราถูกควบคุมโดยเหล่าขนมทานเล่นพวกนี้ ไม่ว่าเคล็ดลับใดๆก็ใช้ไม่ได้ผล เพราะฉะนั้น หากตั้งใจจริงแล้ว ก็เริ่มต้นได้เลย!

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่